“การบันทึกภาษาท้องถิ่นด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยนั้นยังไม่เพียงพอ หากต้องสร้างความภาคภูมิใจในภาษาของตนเอง เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนหันมานิยมพูดภาษาถิ่นของตนกันมากขึ้น เป็นหนทางที่ช่วยสืบสานภาษาถิ่นของอีสานได้ดีที่สุด”





โครงการ “อีสานภาษาสัมพันธ์”
นอกจากส้มตำและหมอลำซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวอีสานแล้ว ชาวอีสานยังมีเอกลักษณ์ที่สำคัญมาก คือ.. ภาษา ..
ที่จริงแล้วภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดของประเทศ มีภาษาพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์และเป็นรากฐานของวัฒนธรรมมากกว่าสิบภาษา ตั้งแต่ภาษาเยอ ภาษาเนี๊ยะกุล หรือภาษาชาวบน ภาษาส่วย ภาษาโคราช ภาษาภูไท ภาษาไทเลย ภาษาย้อ ภาษาโย้ย ภาษากะเลิง ภาษากะโซ่ ภาษาไทดำ และอีกมากมาย
ภาษาถิ่นเหล่านี้กำลังเลือนหายไปจากชีวิตประจำวันของชาวอีสาน เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เยาวชนคนอีสาน ขาดการปลูกฝัง ทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการใช้ภาษาถิ่นอีสานจากผู้ปกครอง ขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันของภาษาถิ่น
เยาวชนยุคใหม่จึงไม่รู้จักการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมซึ่งมีการใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยความพอเพียงอย่างแยบยล อีกทั้งยังละเลยขนบธรรมเนียม ประเพณี และภาษาถิ่น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นคงสูญหายไปในช่วงอายุของเราอย่างแน่นอน
“กลุ่มรักษ์อีสาน” ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนเยาวชนจาก ๑๙ จังหวัดทั่วภาคอีสาน จึงรวมตัวกันขึ้น โดยมุ่งมั่นที่จะช่วยสืบค้น ศึกษาและรวบรวมภาษาท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสานไว้ เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง เพื่อให้เกิดสิ่งดีๆและสร้างสรรค์ขึ้นกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกระตุ้นให้เยาวชนได้ตระหนักถึงและรู้สึกรักในที่มาของตนเอง
โดยกลุ่มฯ ได้วางแผนจัดทำ “โครงการอีสานภาษาสัมพันธ์” ขึ้น และได้รับการคัดเลือกจนได้เป็น ๑ ใน ๘ โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการตลาดประกอบฝัน ๔” ซึ่งดำเนินงานโดย กลุ่มนวัตกรรมเยาวชนเพื่อสังคม จากการสนับสนุนของ บริษัทบ้านปู จำกัด(มหาชน)
“โครงการอีสานภาษาสัมพันธ์” เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาถิ่นอีสาน ซึ่งมีความหลากหลายและสะท้อนถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิม ภาษาเหล่านี้กำลังจะสูญหายไปเนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ค่านิยมการใช้ภาษาที่เปลี่ยนไปโดยวัยรุ่นหันไปใช้ภาษานิยมใหม่ๆ และละเลยการพูดภาษาถิ่น
สิ่งที่น้องๆกลุ่มรักษ์อีสานได้ร่วมกันทำในโครงการ ได้แก่การสืบค้นและศึกษาเรียนรู้ภาษาถิ่นต่างๆของภาคอีสาน เพื่อนำมาจัดทำสื่อต่างๆ ทั้งในลักษณะ รูปเล่ม ตำรา วีซีดี เว็บไซต์ และอื่นๆ ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่สร้างสรรค์ โดยการสร้างสรรค์สิ่งเก่า ประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมโยงให้เกิดการเห็นคุณค่าของภาษาถิ่น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันของภาษา และการกลับมาใช้ภาษาถิ่นในหมู่เยาวชน เพื่อให้ภาษาถิ่นยังคงอยู่กับคนอีสานต่อไป
นางสาวอาภาภรณ์ บุญสูง หรือ นก ได้เล่าถึงสิ่งที่กลุ่มรักษ์อีสานทำว่า
“สิ่งที่เราทำเพื่อนำไปสู่เป้าหมายของโครงการมีหลายกิจกรรม เช่น
-- กิจกรรม “จุดประกายการเรียนรู้”
--กิจกรรม “เด็กเรียนรู้ ผู้ใหญ่ถ่ายทอด”
เป็นกิจกรรมที่เยาวชนได้ศึกษาเรียนรู้ เพื่อเก็บข้อมูลด้านภาษาต่างๆในแต่ละพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะได้ภาษาแล้วยังได้ความเชื่อและวัฒนธรรมอันดีงามจากผู้ใหญ่
--“กิจกรรม แบ่งปัน เรียนรู้ เล่าสู่กันฟัง”
เป็นการจัดค่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันของผู้ที่เข้าร่วมโครงการหลังจากการลงศึกษาข้อมูลภาคสนาม เป็นกิจกรรมกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย
-- การจัดนิทรรศการ
-- การแสดงเพื่อสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ออกมา
-- การพูดคุยกันถึงรูปแบบ วิธีการ ของแต่ละจังหวัดในการที่จะเผยแพร่และอนุรักษ์ให้ภาษาถิ่นอีสานในจังหวัดของตนเองยังคงอยู่ และเกิดการนำไปใช้ในท้องถิ่น
ส่วนกิจกรรมที่เป็นผลงานสำคัญของโครงการ คือ
-- กิจกรรม “สื่อ ภาษาถิ่นอีสาน” ซึ่งเป็นการรวบรวม เรียบเรียงข้อมูลภาษาถิ่นอีสานทั้งหมด ที่ได้ศึกษาจากภาคสนาม มาจัดทำให้อยู่ในรูปแบบของสื่อ หนังสือ ตำรา วีซีดีโปรแกรม เว็บไซต์ ต่างๆ เพื่อนำออกเผยแพร่ให้กับ สถานศึกษาหลัก ๑๙ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน กลุ่มรักษ์อีสาน..
-- สามารถเก็บข้อมูลภาษาถิ่นได้ทั้งหมด ๑๔ ภาษา
-- จัดทำกิจกรรมอนุรักษ์ภาษาถิ่นทั้งหมด ๓๕ กิจกรรม
โดยมีทีมงาน เยาวชนในท้องถิ่น อาสาสมัคร และผู้ถ่ายทอดภาษาที่เกี่ยวข้องมากกว่า ๒๗๐ คน และได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายถึง ๑๓ เครือข่าย พบว่า..
-- มีเยาวชนให้ความสนใจพูดภาษาถิ่นมากขึ้น
--เกิดการสอบถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนต่างภาษา มีการจัดทำสื่อภาษาถิ่นอีสานขึ้น
--มีแผนที่จะนำไปใช้ในกิจกรรมเพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์
--การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับชุมชนและสถานศึกษาต่อไป
สิ่งที่กลุ่มรักษ์อีสานยังคงดำเนินงานต่อไป คือ การสร้างแผนงานเพื่อต่อยอดโครงการซึ่งประกอบด้วย..
-- การจัดทำงานวิจัยภาษาถิ่น
-- การกระตุ้นจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ภาษาถิ่นผ่านละคร นำเสนอต่อหน่วยงานที่มีวัตถุประสงค์และแผนงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนงานนี้
เป้าหมายต่อจากนั้นคือ..
-- การผลักดันความหลากหลายของภาษาถิ่นเข้าไปในระบบของการศึกษา ซึ่งอาจจะรณรงค์ให้มีการบรรจุเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนของวิชาพื้นฐาน
-- จัดแหล่งเรียนรู้ภาษาถิ่นอีสานให้กับกลุ่มเยาวชนที่มีความสนใจ
-- ผลักดันให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนกิจกรรม และเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ภาษาถิ่นที่เยาวชนทำ
-- ขยายกิจกรรมที่อนุรักษ์ในชุมชนของตนเองออกสู่ชุมชนใกล้เคียง โดยนำสื่อซึ่งเป็นผลผลิตจากโครงการไปใช้เป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ
โครงการอีสานภาษาสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องของการฝึกให้เยาวชนมาหัดพูดภาษาถิ่นกันตั้งแต่เริ่มต้น ภาษาถิ่นเหล่านี้อยู่กับเยาวชนมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ถูกกลืนหายไปท่ามกลางกระแสสังคมและค่านิยมที่เปลี่ยนไป ทำให้เยาวชนขาดความภาคภูมิใจและไม่นิยมพูดภาษาถิ่นของตน หากเกิดการกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญแล้ว การกลับมาใช้ภาษาถิ่นอีกครั้งด้วยความภาคภูมิใจก็จะนับเป็นเรื่องง่ายสำหรับเยาวชนเหล่านี้
“การบันทึกภาษาท้องถิ่นด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยนั้นยังไม่เพียงพอ หากต้องสร้างความภาคภูมิใจในภาษาของตนเอง เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนหันมานิยมพูดภาษาถิ่นของตนกันมากขึ้น เป็นหนทางที่ช่วยสืบสานภาษาถิ่นของอีสานได้ดีที่สุด”
กลุ่มรักษ์อีสานอาภาภรณ์ บุญสูง “น้องนก” แกนนำกลุ่มและผู้รับผิดชอบโครงการอีสานภาษาสัมพันธ์E-mail : [email protected]ที่มา: "หนังสือร้อยพลังเยาวชน..พลังสังคม..ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ของโครงการมหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทยด้วยการให้" ตุลาคม ๒๕๕๒ |





สวัสดีค่ะพี่นงนาท มาร่วมอนุรักษ์และสืบทอดขนบธรรมเนียม ประเพณี และภาษาถิ่นค่ะ...บ้านหนูแหลง "ใต้" กันทั้งบ้านนิ...แหลงกลางทีไรทองแดงกันทั้งบ้านเหมือนกันนิ...ภูมิใจนิบ้าน ๆ ดีช้อบบบ...พาพี่ "เท้ง" มาเรียนรู้ให้กำลังใจเด็กไทยจ้าาา...
มาเรียนรู้ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่นงนาถ
แวะมาเยี่มชมกิจกรรมดีดีค่ะ
หนูเองก็เป็นลูกหลานเมืองย่าโมเหมือนกัน
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ขอบคุณค่ะ น้องVij ..รู้ไหมคะว่า..พี่ใหญ่มีเชื้อสายชาวใต้เหมือนกันจากนครศรีธรรมราช บ้านเกิดคุณพ่อที่มีมารดาจากสกุล ณ นคร..พี่กลับไปเยือนทุกปีแต่พูดใต้ไม่เก่งเท่าน้อง Vij ค่ะ..ภาพหญิงงามอรองค์ชุดไทยนี้สวยมาก..อ่านลายเซ็นเป็นของคุณจักรพันธุ์ฯใช่ไหมคะ..ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณberger 0123 ที่แวะมาเยี่ยมกลุ่มน้องๆโครงการอีสานภาษาสัมพันธ์ค่ะ..รูปนี้ดูแล้วได้กลิ่นลมทะเลใต้สวนสนแห่งอันดามันนะคะ..
ยินดีค่ะ คุณอาร์ม ลูกย่าโมที่มาเยี่ยมกลุ่มเยาวชนอิสานรักษ์ภาษานะคะ..ชอบบทความ Creative Common เป็นประโยชน์มาก..ขอบคุณค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณป้าใหญ่
ที่โรงรียนของหนูมีกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อชุมชนของเรา มีกลุ่มนักเรียนไปเรียนภาษาถิ่นพื้นบ้านด้วยค่ะ คล้าย ๆภาษาอิสานค่ะ
คุณป้ารักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ขอบใจจ้ะน้องนัท..เราใจตรงกันเลย..ป้าใหญ่เพิ่งพาพี่ๆโครงการนี้ไปให้กำลังใจน้องนัทเล่าเรื่องครอบครัวอย่างเปิดใจ..และหยิบภาพน้องนัทกับคุณแม่มาไว้ที่นี่ด้วยจ้ะ..น้องนัทมีรอยยิ้มที่จริงใจสดใสเหมือนคุณแม่มาก...
รากเหง้าและสายใยชีวิตที่ผ่านวันเวลา...ก่อเกิดมรดกทางปัญญา
และมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า"
ขอบคุณค่ะ คุณธรรมทิพย์ ที่เห็นคุณค่าและพลังของภาษาถิ่นนะคะ...
สวัสดีค่ะพี่ เพิ่งกลับมาจากอีสานได้สองวันเองค่ะ ประทับใจหลายๆ อย่างที่นั่น หากมีโอกาสจะกลับไปเยือนอีกค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่มีโครงการดีๆ เด็กอีสานทุกวันนี้ชอบภาษากลางค่ะ เลียนแบบทีวีบ้าง เห็นหลานตัวเล็กๆ 2ขวบ อยู่บ้านนอก...ก็พูดกลาง...
ภาษาอีสานมีเสน่ห์ จริงใจ ซื่อๆ อยากให้อนุรักษ์ไว้ค่ะ ที่รพ.ก็มีการประกาศเป็นภาษาถิ่น
เช่น คำว่า หล่า...ก็น้อง...หล่านี้ก็ฟังดูเพราะ...
"ภาษาอีสานมีเสน่ห์ จริงใจ ซื่อๆ อยากให้อนุรักษ์ไว้ค่ะ ที่รพ.ก็มีการประกาศเป็นภาษาถิ่น เช่น คำว่า หล่า...ก็น้อง...หล่านี้ก็ฟังดูเพราะ..."
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่
เอาดอกไม้มาฝากค่ะ...
ขอบคุณแทนคนอิสาน...
ขอบคุณค่ะ คุณแดง ที่มาเยี่ยมอีกครั้งหนึ่งพร้อมดอกไม้ช่องาม ขอให้มีความสุขนะคะ...