เมื่อตัดสินใจที่จะเลือกเข้าศึกษาต่อที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากคนที่บ้านแล้ว ดิฉันก็ตั้งใจว่าจะพยายามเดินบนเส้นทางที่เลือกเองของเราให้ดีที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะช่วงเวลา 4 ปีที่นั่นถือเป็นช่วงที่ดิฉันมีความสุขอย่างมากที่ได้เรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมที่หลากหลายผ่านงานศิลปะและหลักฐานทางโบราณคดี ในสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะที่เลือกเรียนเป็นวิชาเอก และสาขาโบราณคดีที่เป็นวิชาโท ทั้งยังใช้เวลาที่มีเลือกเรียน หรือขอเข้าไปนั่งฟังบรรยายวิชาที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา ภาษาตะวันออก ที่เปิดสอนในคณะ
และนอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว การออกภาคสนามเพื่อศึกษาข้อมูลจริง ซึ่งมีทั้งประสบการณ์อันแสนประทับใจ เช่น การได้เวียนเทียนรอบวัดช้างล้อมภายใต้แสงจันทร์ของศรีสัชนาลัย หรือแบบผจญภัย เช่น การวิ่งหนีลูกปืนจากฝั่งพม่าในวันชาติมอญเมื่อออกภาคสนามในวิชาประวัติศาสตร์เพื่อดูเส้นทางเดินทัพของพม่าในเขตชายแดนกาญจนบุรี ก็ถือเป็นประสบการณ์วิเศษสุด ที่หล่อหลอมให้ดิฉันเป็นคนที่ชอบการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถึชีวิตของผู้คน หรือ เพื่อหาคำตอบให้กับเรื่องค้างคาในวงวิชาการที่ยังไม่มีการเข้าถึงข้อมูลมากพอ ซึ่งเรื่องค้างคาบางเรื่องนี้เองที่กระตุ้นให้ดิฉันสนใจและใคร่รู้ที่จะไปแสวงหาคำตอบในอินเดีย
สนใจเรื่องนี้ครับ แวะมาอ่าน เขียนต่อหน่อยนะครับ
มีเวลาชีวิต มักให้ส่วนหนึ่งแวะเวียน อยู่กับแหล่งโบราณคดี มากบ้างน้อยบ้างตามโอกาส
ไม่ได้เรียนรู้ตรงๆ จากสถาบัน นอกจากอ่าน ติดตามงาน รับฟังผู้รู้ และไปดูครับ
ความสุขนั้น เป็นเรื่องเฉพาะตัวครับ ที่จะเลือกชื่นชม
แวะไปพนมรุ้ง เมื่อต้นเดือน ครั้งนี้ในสายฝน เปลี่ยนแปลงไปมาก การใส่ใจจากใครที่น่าจะเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้รู้ อาจจะมี แต่ยังพร่ามัวเหลือเกิน ก็คงเป็นเพราะวันอย่างนี้ฝนตกพรำก็เป็นได้