ฝนตก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า

เมื่อมีฝนตกก็จะมีฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ตามมาเป็นเรื่องปกติ ซึ่งฟ้าแลบและฟ้าผ่าเกิดจากก้อนน้ำแข็งเล็ก ๆ ภายในก้อนเมฆที่ลอยไปตามลม เกิดการเสียดสีกันเอง หรือเสียดสีกันเอง หรือเสียดสีกับบรรยากาศจนทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้น จะถูกสะสมในก้อนเมฆ ทำให้เมฆมีศักย์ไฟฟ้าสูง เมื่อสะสมไว้มากจนถึงขั้นวิกฤตก็จะถ่ายเทประจุไฟฟ้าออกมา ในการถ่ายเทประจุไฟฟ้ามี 2 แบบ ได้แก่
& ถ่ายเทระหว่างก้อนเมฆด้วยกันเองจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าแลบ
& ถ่ายเทระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดินอย่างรุนแรงและฉับพลันทำให้เกิดฟ้าผ่า
วิธีป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า
- กรณีอยู่ในที่โล่ง ควรเข้าไปหลบในอาคาร หากบริเวณนั้นไม่มีอาคาร ให้นั่งคุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้าจะปลอดภัยกว่าการนอนราบกับพื้น เพราะเนื่องจากพื้นเปียกจะเป็นสื่อนำไฟฟ้า
- ไม่พายเรือหรือว่ายน้ำขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง
- ออกห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อไฟฟ้าทุกชนิด เช่น ลวด โลหะ ท่อน้ำ แนวรั้วบ้าน รถแทรกเตอร์ จักรยานยนต์ เครื่องมืออุปกรณ์ทำสวนทุกชนิด ต้นไม้สูง ต้นไม้โดดเดี่ยวในที่แจ้ง
- ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นสายล่อฟ้าชั้นดี เพราะอุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นทองแดงและนำไฟฟ้าได้ดี สายไฟฟ้าที่อยู่ใกล้มือมากคือคีย์บอร์ดและเม้าส์ และควรงดใช้โทรศัพท์ชั่วคราวเพราะฟ้าผ่าลงพื้นดินจะเกิดกระแสไฟกระจายทั่วพื้น ก่อให้เกิดการบาดเจ็บในคนที่ใช้โทรศัพท์ได้ หรือไม่ควรอยู่ในตู้โทรศัพท์ขณะฝนตกถึงไม่ได้ใช้ก็ตาม
- ไม่ควรใส่เครื่องประดับโลหะ ในที่แจ้งหรือถือวัตถุโลหะในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
- กรณีอยู่ในรถยนต์ ควรปิดหน้าต่างให้มิดชิดกันการผ่านของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าลงมาเข้าไปในรถยนต์
การสังเกตกรณีฟ้าผ่าแบบผิดปกติและน่าเป็นอันตราย คือ ถ้าเกิดฟ้าร้องหนัก ๆ มากกว่า 3 ครั้งในช่วง 2 นาที ให้รีบถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกและหาที่ปลอดภัย

ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ตรงกับฤดูกาลมากค่ะ...ขอเสริมให้คนที่ชอบสาบานระวังเป็นพิเศษ