สุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีผิวพรรณผ่องใส

สวยใสจากภายในตัวเอง

             คุณคงเคยอ่านข่าวดาราภาพยนตร์ในต่างประเทศ หลายคนที่ขณะนี้หันมาให้ความสนใจกับเรื่องของการนั่งสมาธิอย่างจริงจัง อย่างดาราหนุ่มใหญ่ ริชาร์ด เกียร์ เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และเป็นลูกศิษย์คนสำคัญของท่านดาไลลามะ หรือโกลดี้ ฮอลส์ ดาวค้างฟ้า ที่แม้จะเป็นคุณยายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังดูงามกว่าวัยหลายสิบปีและแม้แต่ ฮิลลารี คลินตัน ก็ยังให้ความสนใจกับการนั่งสมาธิเป็นพิเศษ
           ในปัจจุบันบรรดานักวิทยาศาสตร์และแพทย์ต่างสนับสนุนให้คนไข้นั่งสมาธิ โดยเฉพาะคนไข้โรคจิตที่มีอาการหงุดหงิดซึมเศร้า หรือมีอาการไฮเปอร์แอ็คทีฟ (Hyperactive) หรือคนที่มีสมาธิสั้น เด็กที่สมาธิสั้นมักจะไม่สามารถเรียนหนังสือในห้องเรียนปกติได้ เพราะนั่งฟังครูได้เพียงแค่ ๕ นาที ตาก็ลอยออกไปข้างนอกห้อง ดีไม่ดีเดินออกจากห้องเรียนไปเลยด้วยซ้ำ แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำ ให้คนไข้ที่มีปัญหาในเรื่องการทำงานของคลื่นสมองผิดปกติเหล่านี้ นั่งสมาธิเพื่อที่จะช่วยให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆได้ดีขึ้น
             นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ กำลังสนใจศึกษาผลของการนั่งสมาธิโดยการตรวจคลื่นสมองของผู้ที่กำลังนั่งทำสมาธิเข้าญาณ ได้ถึงจุดจุดหนึ่ง พบว่าคลื่นความถี่ที่เรียกว่า "อัลฟ่า" ซึ่งเป็นคลื่นที่แสดงถึงความตื่นตัวตลอดเวลานั้น กลับลดลง แล้วเปลี่ยนไปเป็นคลื่น "ทีต้า" (Theta) ซึ่งเป็นช่วงที่จะพบได้เมื่อสมองของเรานิ่งเข้าสู่การผ่อนคลายหรือเข้าญาณนั่นเอง การค้นพบครั้งนี้ทำได้โดย นักจิตวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านคลื่นสมอง มารวมตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการนั่งสมาธิ ทำการศึกษาค้นคว้าที่มหาวิทยาลัย ในประเทศอินเดีย เพื่อใช้วิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ตรวจวัดผลของการทำสมาธิ
              สถาบันศึกษา MIT ก็กำลังศึกษาผลของการนั่งสมาธิโดยค้นพบว่าในขณะที่นั่งสมาธินอกจากสมองจะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ แล้ว ยังเพิ่มพลังงานในส่วนของสมองส่วนหน้าที่เป็นหน่วยของความคิดความจำ หรือการใช้สมองเป็นอาวุธสำคัญในการควบคุม การทำงานของร่างกาย ถ้าหากนั่งสมาธินานตั้งแต่ ๓๐ - ๙๐ นาที คนเราก็จะสามารถเข้าสู่ศูนย์กลางของจิตวิญญาณได้ คือ มีความรู้ตัว และรู้ถึงจิตใต้สำนึก สามารถเชื่อมโยงระหว่างความคิด จิต และวิญญาณ คนที่นั่งสมาธิเป็นประจำ สามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหว ของสิ่งต่าง ๆรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น แม้ในขณะที่ไม่ได้นั่งสมาธิ ดังนั้น นักรบสมัยโบราณอย่างซามูไรจำเป็นต้องฝึกนั่งสมาธิกันวันละ หลายชั่วโมง เพื่อให้จิตนิ่งแต่ประสาทสัมผัสไวสามารถรับรู้ได้ถึงเสียงและการเคลื่อนไหวของอาวุธที่โหมกระหน่ำมาปะทะใน ระหว่างต่อสู้กับศัตรู เพื่อที่จะสามารถปกป้องตัวเอง และตอบโต้ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและถูกทิศทาง
              แต่ก่อนเราใช้การนั่งสมาธิเพื่อผ่อนคลายความเครียด เพื่อให้สมองได้พักจากความเร่งรีบยุ่งเหยิงในชีวิตประจำวัน
              ปัจจุบันนี้แนวทางการสอนนั่งสมาธิ ไม่ได้หวังเพียงแค่พักผ่อนสมองเท่านั้น แต่หวังผลในการช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคบางโรค จากงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า การนั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอจะสามารถช่วยให้คนไข้ควบคุมอาการเจ็บปวด ได้โดยเฉพาะคนไข้ที่มีโรคเรื้อรัง อย่างเช่น โรคหัวใจ โรคเอดส์ คนไข้ที่เป็นมะเร็ง โดยเฉพาะในระยะสุดท้ายมักจะมีอาการปวดมาก ๆ แม้จะให้ยาแก้ปวดสารพัดชนิด ก็ยังไม่อาจบรรเทาได้ แต่ถ้าให้คนไข้กำหนดจิตทำสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก หรือท่องพุทโทจะสามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และบรรเทาอาการเจ็บปวดให้ลดน้อยลงได้ โดยไม่ต้องใช้ยาแก้ปวด
                คนที่นั่งสมาธิ ความดันโลหิตจะลดลงการไหลเวียนของโลหิตในอวัยวะต่าง ๆดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดอุดตัน ลดเบาหวาน ลดระดับ        โคเลสเตอรอลในเลือด ลดการอักเสบ หรือการติดเชื้อ และการเจ็บป่วยในอวัยวะต่าง ๆ   ก็จะน้อยลง เพราะประโยชน์ของการนั่งสมาธินี่เองหลายโรงเรียนในอเมริกา เช่น ที่รัฐ   ดีทอยส์จะมีชั่วโมงฝึกนั่งสมาธิสำหรับเด็กและเยาวชน โดยใช้เวลาวันละ ๑๕ - ๓๐ นาที หรืออย่างที่สำนักงานกฎหมายใหญ่ ๆของวอชิงตัน ก็จะมีช่วงพักยามบ่ายในแต่ละวัน เพื่อให้นักกฎหมายทั้งหลายนั่งสมาธิ
                  ถ้าจะให้ดีเราลองมาเริ่มต้นทำสมาธิง่าย ๆหาที่นั่งตรงไหนก็ได้ที่สงบสุข แสงสว่างไม่จ้าเกินไปไม่มีเสียงใด ๆมารบกวน นั่งในท่าสบาย ๆ หลับตาแล้วก็หายใจเข้าออกช้า ๆ กำหนดจิต ให้รู้ว่าเมื่อหายใจเข้าลมหายใจจะผ่านเข้าสู่จมูก ผ่านหลอดลมไปขยาย อยู่ในปอด เวลาหายใจออกก็ให้รู้ว่าลมหายใจผ่านหลอดลมออกมาทางรูจมูก หรือไม่ก็ท่องพุทโธ…ไปเรื่อย ๆ พยายามปัดเป่าสิ่งต่างๆ ที่เข้ามารบกวนจิตใจ ไม่คิดถึงอะไรเลยนอกจากลมหายใจเข้าออกหรือคำว่าพุทโธเท่านั้น เพียงแค่วันละ ๑๐-๒๐ นาที แค่นี้ก็คงจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด สุขภาพจิตดีขึ้น ๆ สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีผิวพรรณผ่องใส

                  จากบทความ สวยใสจากภายในตัวเอง สารคดี ใจสบายกายงาม ของ แพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน หนังสือสกุลไทยรายสัปดาห์ ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๕๙๔ ประจำวันอังคารที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗ หน้า ๗๘ 

ที่มา : http://www.sdd.psd.ku.ac.th/tammalife.htm