หนังสือ Mind Over Matter : Why Intellectual Capital is the Chief Source of Wealth หน้า ๖๖ กล่าวว่า “In fact, what is routinely called capitalism is more accurately described as consumerism, wherein the customer is sovereign – those with the gold rule.”    ทำให้ผมนึกถึงมายาในสังคมวิ่งไล่ตามแบบสังคมไทย

 

         ในสังคมที่เขาคิดค้นระบบทุนนิยม เขาตระหนักว่า ที่แท้คือระบบผู้บริโภคนิยม  (โปรดระวังว่า ไม่ใช่ บริโภคนิยม ไม่ใช่นิยมการบริโภค      หรือการบริโภคเป็นใหญ่     แต่นิยมผู้บริโภค หรือ ผู้บริโภคเป็นใหญ่)   จึงต้องทำให้ผู้บริโภคแข็งแรง   มีการรวมตัวกันของผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคมีกำลังต่อรอง และสร้างบรรยากาศของการแข่งขัน    ถือว่าเป็นกลไกกระตุ้นให้ผู้ผลิตหรือให้บริการต้องปรับตัว หรือพัฒนา   

 

          แต่สังคมไทยเราพัฒนาระบบตามที่ต่างชาติบงการ (ทางอ้อม หรือหลอกนั่นเอง)    ทุนนิยมของเราจึงเป็นทุนนิยมผูกขาด   และทุนนิยมบริโภคนิยม   ไม่ใช่ผู้บริโภคนิยม   การรวมตัวของผู้บริโภคไม่ได้รับการสนับสนุน   หรือถูกทำให้อ่อนแอ

 

          ในประเทศไทย เมื่อเราต้องการตัวแทนองค์กรภาคที่ไม่ใช่ภาครัฐ    เราจะนึกถึง สภาอุตสาหกรรม, สมาคมธนาคาร, และ สภาหอการค้า         ซึ่งสะท้อนกระบวนทัศน์ที่เอียงข้างไปทางผู้ผลิตหรือให้บริการ    ไม่ให้ความสำคัญต่อองค์กรของผู้บริโภค   ตรงกันข้ามกับหลักการ consumer is sovereign โดยสิ้นเชิง

 

          นี่ก็อีกโจทย์วิจัยเชิงระบบ   ว่าระบบทุนนิยม ผู้บริโภคนิยม ของไทย   ที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

 

 

วิจารณ์ พานิช
๔ ต.ค. ๕๒