คลิปกับการแก้ปัญหา

สั่งสอบคลิปฉาว นร.ตบกัน จี้ผู้บริหารรับผิด

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

“จุรินทร์”สั่งต้นสังกัดสอบข้อเท็จจริงคลิปตบ จี้ผู้บริหารรับผิดชอบ ด้าน สพฐ. สั่งเขตพื้นที่รับมือเด็กก่อเหตุรุนแรงช่วงใกล้ปิดเทอม ชี้หากเกิดปัญหาถือว่าระบบดูแลนักเรียนบกพร่อง                 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวกรณีมีการนำคลิปตบของนักเรียนมาเผยแพร่ทางสื่อถึง 3 คลิปว่า ที่ผ่านมาตนให้ความสำคัญและสั่งกำชับเป็นพิเศษว่า สถานศึกษาต้องดูแลกวดขันไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาท ไม่ว่าจะในสถาบันเดียวกัน หรือต่างสถาบัน โดยได้มีการออกประกาศกระทรวงฯ เรื่องนโยบายป้องกันนักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งทุกสถาบันต้องปฏิบัติตาม หากเกิดปัญหาขึ้นนอกจากผู้ที่กระทำผิดจะต้องถูกลงโทษแล้ว ผู้บริหารสถานศึกษานั้นๆ ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยแล้วมาอ้างว่าไม่รู้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปตรวจสอบแล้ว โดยเบื้องต้น สพฐ. รายงานว่า เหตุการณ์ที่เกิดที่จ.อุตรดิตถ์ไม่ใช่นักเรียนสังกัด สพฐ. แต่อย่างไรก็ตามได้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ตรวจสอบต่อไปจนกว่าจะได้ข้อเท็จจริง ส่วน สช.รายงานว่า คลิปที่ปรากฎเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 ส่วนอีกคลิปกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงให้ทั้ง 3 หน่วยงานไปตรวจสอบและรายงานผลต่อไป ด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า คลิปที่นำมาเผยแพร่ได้รับการยืนยันว่าไม่ใช่เด็กของ สพฐ. อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามได้สั่งการไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงของนักเรียนที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากใกล้ปิดภาคเรียนมักจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง โดยให้ไปสำรวจจุดเสี่ยงที่นักเรียนจะนัดกันไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือให้จัดกิจกรรมระหว่างโรงเรียนขึ้น เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดี โดยครูต้องทราบข้อมูลนักเรียนแต่ละคนว่ามีการคบหาเพื่อนชาย มีปัญหาครอบครัวหรือไม่ นอกจากนี้การก่อเหตุทะเลาะวิวาทเด็กมักจะท้าทายกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ดังนั้นครูจะต้องติดตามและต้องเข้าไประงับเหตุ หากปล่อยให้เกิดปัญหาความรุนแรงก็เท่ากับว่าระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ โรงเรียนนั้นมีความบกพร่อง

ปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เท่าเทียมกับประเทศมหาอำนาจเมื่อสังคมเกิดการพัฒนาโดยไม่หยุดยั้งเราก็นำเอาวัฒนธรรมต่างๆเข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีทำให้ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย การพูด หรือการทักทายกัน การกินอาหารแม้กระทั้งที่อยู่อาศัยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามวัฒนธรรมสิ่งเหล่านี้ก็เปรียบเหมือนเหรียญสองด้านเมื่อมีด้านดีก็มีด้านที่ไม่ดีตามมาด้วยในเมื่อวัฒนธรรมเปลี่ยนไปจากเดิม ก็ทำให้เด็กในยุคปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเนื่องมาจากสื่อต่างๆ ที่เข้ามาทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่ก้าวร้าวนำไปสู้ปัญหาทะเลาะวิวาทตบตีแย่งชิงใช้ความรุนแรงจึงเกิดปัญหาคลิปนักเรียนตบตีกันมักมีให้เห็นกันบ่อยมาก

จากสาเหตุดังกล่าวทั้งผู้ปกครองและโรงเรียนต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาดั้งกล่าวไม่ใช้ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแก้ปัญหาฝ่ายเดียวถ้าทั้ง สองฝ่ายช่วยเป็นหูเป็นตาคอยช่วยเหลือแก้ปัญหาพร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขร่วมกันปัญหาคลิปนักเรียนตบตีกันหรือปัญหาความรุนแรงหรือความขัดแย้งระหว่างสถาบันสองสถาบันก็จะไม่เกิดขึ้น