พบคนไทยเสี่ยงขาดธาตุสังกะสี(zinc)

ไทยโพสต์ 8 ตุลาคม 2522 ตีพิมพ์เรื่อง วิจัยพบเด็กอีสาน"เตี้ย"ขาดธาตุ"สังกะสี "

ถ้าท่านได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ เรียนเสนอให้แวะไปชมเว็บไซต์ " ไทยโพสต์ " หนังสือพิมพ์คุณภาพของไทยกันครับ

หมายเหตุ: เรื่องนี้มีคำศัพท์ที่ขออนุญาตอธิบายประกอบไว้ คือ

1). โรค "นิวมอเนีย" ในบทความนี้ = pneumonia = ปอดบวม

2). เอเชียใต้ = กลุ่มประเทศอินเดีย-ปากีสถาน-บังคลาเทศ-เนปาล-ภูฏาน-ศรีลังกา-มัลดีฟส์

 [ abdn.ac.uk ]

ภาพที่ 2: อาหารที่มีธาตุสังกะสี (zinc / ซิ้งค์) สูงได้แก่ หอยนางรม เนื้อ ถั่ว (ที่โดดเด่น คือ ถั่วลิสง) ไข่ ผลิตภัณฑ์นม วิธีป้องกันเด็กขาดสังกะสีที่สำคัญ คือ เริ่มด้วยการกินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน [ abdn.ac.uk ]

ปริมาณสังกะสีขึ้นอยู่กับแหล่งเพาะปลูกพืชด้วย เนื่องจากสังกะสีในดินแต่ละแห่งมีสังกะสีไม่เท่ากัน ทำให้เกิดแนวคิดที่ว่า ควรกินอาหารจากหลายๆ แหล่งเพาะปลูก และการให้สังกะสีเสริม โดยใช้ในรูปใส่ปุ๋ย หรือให้เสริมในเด็กน่าจะดี

[ บทความคัดลอกจาก " ไทยโพสต์ " หนังสือพิมพ์คุณภาพ ]

นักวิจัยนานาชาติเผย  แร่ธาตุสังกะสีเป็นสารอาหาร  "น้องใหม่มาแรง"  ของโลก  สำคัญเทียบเท่าวิตามินเอ  ธาตุเหล็ก  ไอโอดีน  มีคุณสมบัติทำให้เด็กตัวไม่เตี้ยหรือแคระแกร็น  ป้องกันโรคท้องร่วง  นิวมอเนีย

ในไทยพบเด็กตัวเตี้ย เพราะขาดแร่ธาตุสังกะสี  10-12%  ภาคอีสานมากที่สุด  นักวิชาการแนะปรับโภชนาการเน้นกินเนื้อสัตว์มากขึ้น     ในการประชุมโภชนาการนานาชาติ  ครั้งที่  19  ที่จัดขึ้น  ระหว่างวันที่  4-9  ต.ค. 2552  ณ  ศูนย์ไบเทค  บางนา 

ได้มีการบรรยายพิเศษ  "แร่ธาตุสังกะสีกับสุขภาพ"  โดยมี  ศ.ดร.เคนเน็ธ   บราวน์   นักโภชนาการและกุมารแพทย์ที่มีชื่อเสียงจาก  ม.แคลิฟอร์เนีย   สหรัฐอเมริกา,  ศ.โรซาลิน  กิ๊บสัน  นักโภชนาการที่มีชื่อเสียงจาก  ม.โอตาโก  นิวซีแลนด์  และ  รศ.พัตธนี  วินิจจะกูล  จากสถาบันวิจัยโภชนาการ  ม.มหิดล

ร่วมบรรยายผลงานวิจัยเกี่ยวกับธาตุสังกะสีกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก  ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย  และสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ  และการสนับสนุนจาก  บริษัท  ผาแดงอินดัสทรี  จำกัด  (มหาชน)

ศ.ดร.เคนเน็ธกล่าวว่า  กว่าที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ  คณะผู้วิจัยแร่ธาตุสังกะสีจะประมวลบทสรุปได้ว่า

แร่ธาตุสังกะสีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก  ก็กินเวลานานกว่า  20  ปี 

ผลการวิจัยพบว่า  แร่ธาตุสังกะสีเป็นแร่ธาตุน้องใหม่มาแรงที่มีความสำคัญมาก  เท่าเทียมกับวิตามินเอ  ธาตุเหล็ก  ไอโอดีน  ที่เป็นแร่ธาตุที่สำคัญในการเจริญเติบโตของเด็ก

จากการวิจัยพบว่า แร่ธาตุสังกะสีสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคท้องร่วง  และโรคนิวมอเนียในเด็กได้  โดยโรคภัยทั้ง  2  ชนิดนี้  มักเกิดขึ้นกับเด็กๆ  ในประเทศกำลังพัฒนา 

ซึ่งบริการทางการแพทย์มักเข้าไม่ถึง  ผลการศึกษาพบว่า  หากให้แร่ธาตุสังกะสีกับเด็กจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคท้องร่วง  27%  และช่วยลดการเกิดโรคนิวนิวมอเนียในเด็กได้  15%

ส่วนการทำงานของแร่ธาตุสังกะสี  พบว่า  นอกจากช่วยทำให้อาการโรคท้องร่วง และนิวมอเนียดีขึ้นแล้ว  ยังทำหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดโรคต่างๆ  ได้อีกด้วย 

องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำว่า ควรเสริมแร่ธาตุสังกะสีในอาหารแก่กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาต่อไป

"ในแง่การเจริญเติบโตของร่างกายพบว่า  แร่ธาตุสังกะสีมีคุณสมบัติในการยึดเกาะโปรตีนสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก  ซึ่งหากเด็กขาดแร่ธาตุชนิดนี้ก็จะทำให้ตัวเตี้ย  ร่างกายแคระแกร็น  

ปัจจุบันพบว่า เด็กในแถบแอฟริกา  และเอเชียใต้ มีปัญหาตัวเตี้ยประมาณ  40%  และเฉลี่ยทั่วโลกมีเด็กที่ส่วนสูงไม่มากเท่าที่ควรเพราะขาดแร่ธาตุสังกะสีมีประมาณ  30%"

ศ.ดร.เคนเน็ธ  กล่าวถึงปัญหาการขาดแร่ธาตุสังกะสีในไทยพบว่า  มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง  โดยเฉลี่ยอยู่ในอัตรา  10-12% 

โดยเฉพาะเด็กในแถบภาคอีสานขาดแร่ธาตุสังกะสี  12.3%  ภาคเหนือ  10.4%  ภาคกลาง  8.9%  และภาคใต้สูงถึง  18.3%  โดยเด็กที่ขาดแร่ธาตุสังกะสีจะมีส่วนสูงและน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน

รศ.พัตธนี  กล่าวว่า  ภาวะขาดแร่ธาตุสังกะสีในเด็กทารกและเด็กนักเรียน  ที่  ศ.ดร.เคนเน็ธกล่าวถึงเป็นผลวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ  ซึ่งในรายละเอียดของการวิจัยได้ทำการวิจัยทารก  200 คนใน  จ.อุบลราชธานี เมื่อช่วงประมาณ  10  ปีที่ผ่านมา 

โดยการเจาะเลือดพบว่าเด็กขาดแร่ธาตุสังกะสีประมาณ  34%  ส่วนการวิจัยนักเรียนระดับประถม  600  คน  รร.เทศบาลใน  จ.อุบลราชธานี  ทำเมื่อ  4-5 ปีก่อน  ซึ่งการวิจัยเด็กกลุ่มนี้เกิดจากการสังเกตุเห็นเด็กนักเรียนบางกลุ่มมีรูปร่างเตี้ยไม่สูงเท่าที่ควร

และเมื่อเจาะเลือดก็พบว่า เด็กกลุ่มนี้ขาดแร่ธาตุสังกะสีประมาณ  44%  นอกจากนี้  จากการสุ่มตรวจเมื่อปีก่อนที่ภาคใต้ใน  จ.สตูลก็พบว่า ขาดแร่ธาตุสังกะสีถึง  18%  หรือตัวเตี้ยแคระแกร็นประมาณ  30%

สาเหตุของการขาดแร่ธาตุสังกะสี   รศ.พัตธนี  กล่าวว่า  น่าจะมาจากปัญหาเศรษฐกิจ  ความยากจน  และความไม่รู้ของประชาชน  โดยพบว่า

เด็กอีสานส่วนใหญ่กินข้าวเป็นอาหารหลัก  สัดส่วนมากถึง  70%  และกินเนื้อสัตว์ซึ่งเป็นแหล่งแร่ธาตุสังกะสีน้อยกว่ามาตรฐาน 

นอกจากนี้  แม้ว่าในข้าวจะมีแร่ธาตุสังกะสีอยู่บ้าง  แต่ด้วยวิธีการหุง โดยเฉพาะข้าวเหนียวที่คนอีสานจะต้องแช่ข้าวค้างคืนก่อนนำมาหุง  ทำให้แร่ธาตุต่างๆ  สูญเสียไปกับน้ำที่แช่ไปทั้งหมด

"เราไม่รู้สึกพอใจกับอัตราขาดแร่ธาตุสังกะสี   10-12%   ไม่ใช่พอรู้ว่า ขาดก็เติมลงไป   แต่จริงๆ  ไม่ใช่  เพราะอาหารก็เหมือนยา  สังกะสีมีส่วนในการป้องกันโรค 

ในบ้านเรายังมีพื้นที่ที่ห่างไกล  รพ.  และมีเด็กขาดแร่ธาตุนี้ที่มักจะเจ็บป่วยบ่อย  เกิดอาการท้องร่วง  กว่าจะไปหาหมอบางครั้งอาจไม่ทันเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ดังนั้น  จึงไม่ควรให้เด็กขาดแร่ธาตุสังกะสีที่มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายเด็กเติบโต  และป้องกันการเกิดโรคต่างๆ  ในเวลาเดียวกัน"  รศ.พัตธนีกล่าว

ด้าน  ศ.โรซาลิน  กล่าวถึงการแก้ปัญหาการขาดแร่ธาตุสังกะสีในเด็กว่า  ควรเน้นให้ความสำคัญการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกไม่ต่ำกว่า  6  เดือน  เพราะน้ำนมมารดาเป็นแหล่งที่ดีของธาตุสังกะสี  และเน้นให้บริโภคเนื้อสัตว์  พวกเนื้อแดง  เป็ด  ไก่และปลาเพิ่มขึ้น

ส่วนในภาคอีสานของไทยที่สภาพดินเพาะปลูกมีปัญหาขาดแร่ธาตุสังกะสี  ก็ควรมีการเติมปุ๋ยที่มีแร่ธาตุสังกะสีลงไป  หรืออาจต้องมีการปรับปรุงพันธุ์พืชพวกข้าวที่เป็นอาหารหลักของคนในชนบทให้มีแร่ธาตุสังกะสีมากขึ้น  

นอกจากนี้  ยังควรลดอาหารบางอย่าง  เช่น  แป้งข้าวโพด  ที่ไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุสังกะสีในอาหารด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านสุขภาพ



ความเห็น (0)