แนวทางพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
1. สภาพปัจจุบัน/ปัญหา
จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ( NT และ O-NET) นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าอุตรดิตถ์ มีผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ครูผู้สอนจึงคิดแนวทางในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้สูงขึ้น ทั้งในระดับโรงเรียนและระดับชาติ
2. เพื่อให้นักเรียนสามารถคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้มากขึ้น และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
3. เพื่อให้นักเรียนสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้น
3. แนวทางในการแก้ปัญหา
3.1 ศึกษาเป้าหมายการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ของผู้เรียน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม
3.2 ศึกษากระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนพัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.3 ออกแบบการจัดการเรียนรู้
ครูผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้ เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
3.4 กำหนดบทบาทของครูผู้สอนและผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งครู ผู้สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท ดังนี้
3.4.1 บทบาทของครูผู้สอน
1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผน การจัดการเรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน
2) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะ กระบวนการที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะ อันพึงประสงค์
3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย
4) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อการเรียนให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญา ท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับ ธรรมชาติของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน
7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของตนเอง
8) ฝึกให้นักเรียนได้ทำแบบทดสอบ จากคลังข้อสอบ
3.4.2 บทบาทของผู้เรียน
1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ
3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ
4) มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู
5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง
4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นทั้งการเรียนในระดับโรงเรียนและระดับชาติ
2. นักเรียนสามารถคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
3. นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในส่วนกลางได้มากขึ้น