การประกอบอาชีพทางธุรกิจ

   
 

การเริ่มต้นเป็นผู้ปรกอบธุรกิจ คือ การตัดสินใจเลือกรูปแบบการประกอบการให้เหมาะสมกับตนเองการเลือกรูปแบบการประกอบการจึงมีความสำคัญ การตัดสินใจที่จะประกอบอาชีพทางธุรกิจประเภทใดต้องศึกษาหาความรู้ในรูปแบบของธุรกิจแต่ละประเภท การประกอบอาชีพทางธุรกิจมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ความหมายของธุรกิจ
ธุรกิจ เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสวงหากำไรจากการประกอบธุรกิจนั้น ๆ แต่ธุรกิจจะต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม พนักงาน ผู้ถือหุ้น และต่อรัฐบาลและสาธารณสุข โดยทั่วไปธุรกิจแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole or Single (Proprietorship) ห้างหุ้นส่วน (Partnership) บริษัทจำกัด (Corporation) บริษัทจำกัด (Cooperative) และรัฐวิสาหกิจ (State Enterprise)

ประโยชน์ของการประกอบอาชีพธุรกิจ
การดำเนินการทางธุรกิจหรืออาชีพทางธุรกิจมีประโยชน์ต่อบุคคล ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ดังนี้
1. ผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย รวมถึงความต้องการในสินค้าและบริการที่อำนวยความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต เช่น รถยนต์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์เป็นต้น
2. การกระจายสินค้าและบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภค เมื่อองค์กรธุรกิจผลิตสินค้าและบริการแล้วย่อมต้องการที่จะขายหรือจำหน่ายสินค้าและบริการเหล่านี้ไปสู่ผู้บริโภคที่มีอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้สินค้าและบริการเหล่านี้ตามความต้องการของตนเอง
3. ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานและสร้างรายได้ในท้องถิ่น กิจกรรมทางธุรกิจทั้งกระบวนการผลิต การขนส่ง การจัดจำหน่าย และการบริการ ล้วนต้องใช้แรงงานในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เลห่านี้ จึงส่งผลให้เกิดการจ้างแรงงาน ก่อให้เกิดรายได้ ช่วยลดปัญหาการว่างงานและปัญหาทางสังคม
4. เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ การดำเนินการทางธุรกิจเป็นกิจกรรมที่ผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ผู้ผลิตจึงต้องปรับปรุงหรือพัฒนาสินค้าและบริการอยู่ตลอดเวลา โดยการนำเทคโนโลยีมาช่วย เช่น การใช้เครื่องจักรที่สามารถผลิตสินค้าได้ปริมาณมากขึ้นในเวลาเท่าเดิม
5. สร้างรายได้ให้กับรัฐ การประกอบธุรกิจหากมีการขยายตัวทางธุรกิจมากเท่าไรก็จะมีการจ้างงานทำให้ประชาชนเกิดรายได้ เพื่อที่จะนำเงินไปซื้อสินค้าและบริการได้มากขึ้น ส่วนรัฐก็มีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ และภาษีเงินได้นิติบุคคลจากสถานประกอบ
6. ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การประกอบธุรกิจใดสามารถผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะในต่างประเทศถ้ามีการส่งออกสินค้าปริมาณมากก็จะสามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

การประกอบธุรกิจทุกประเภท ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญดังนี้
        กำไร (Profit) จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของการประกอบธุรกิจ คือ กำไรที่ได้จากการลงทุนทั้งกำลังกาย และกำลังทรัพย์ในการดำเนินกิจการนั้น ๆ กำไรจึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าธุรกิจนั้นจุสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่
        ความอยู่รอด (Survival) ในการประกอบธุรกิจผู้ประกอบการย่อมต้องการให้กิจการของตนเองสามารถดำเนินกิจการต่อไปเรื่อย ๆ โดยธุรกิจจะต้องมีการผลิตสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการก็จะทำให้ธุรกิจมีรายได้หรือกำไรเพียงพอที่จะดำเนินกิจการนั้น ๆ ต่อไปไม่หยุดชะงักหรือปิดกิจการ
        ความเจริญเติบโต (Growth) การประกอบธุรกิจนอกจากจะต้องการความอยู่รอดแล้วยังต้องการความเติบโต ความเจริญก้าวหน้า มีการขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น หรือมีสาขาเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกิจการมีสินทรัพย์มาก และมีฐานะมั่นคง
        ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibilities) เมื่อกิจการที่ดำเนินงานมีทั้งกำไรความก้าวหน้าและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง ผู้ประกอบการจะต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ชุมชน สังคม ตลอดจนสภาพแวดล้อมโดยไม่สร้างปัญหาให้กับผู้อยู่อาศัย เช่น ไม่สร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม

 

ประเภทของธุรกิจ แบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

1. ธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นธุรกิจที่ดำเนินการโดยนำวัตถุดิบและปัจจัยในการผลิตมาผ่านกระบวนการผลิตเพื่อแปรสภาพเป็นสินค้าชนิดต่าง ๆ ลักษณะการประกอบธุรกิจประเภทนี้ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม การผลิตสินค้าจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะใช้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้เงินลงทุนจำนวนหลายร้อยล้านบาท เช่น อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ อุตสาหกรรมปิโตเลียม อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมด้านการเกษตร อุตสาหกรรมด้านการก่อสร้าง ส่วนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นการผลิตสินค้าในโรงงานขนาดเล็กหรือใช้งานภายในครอบครัว ซึ่งมักจะนำภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาใช้ในการผลิตสินค้าต่าง ๆ มากกว่าอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การจักสาน การทอผ้าพื้นเมือง การทำเครื่องปั้นดินเผา การทำร่ม เป็นต้น
2. ธุรกิจพาณิชยกรรม เป็นธุรกิจที่ดำเนินการเกี่ยวกับการตลาด โดยการกระจายสินค้าจากแหล่งผลิต (อุตสาหกรรมการผลิต) ไปสุ่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึงทุกท้องที่ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าชนิดต่าง ๆได้ตามความต้องการ ธุรกิจพาณิชยกรรมมีทั้งลักษณะที่เป็นการค้าส่งและการค้าปลีก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
3.ธุรกิจการบริการ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น ความสะดวก สบาย ความปลอดภัย ความบันเทิง โดยคิดค่าบริการเป็นค่าตอบแทน เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจการโรงแรม ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร โรงพยาบาล ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า คลีนิครักษาโรค เป็นต้น

ปัจจัยในการประกอบอาชีพธุรกิจ

การประกอบธุรกิจทุกประเภทต้องอาศัยปัจจัยและสิ่งแวดล้อม อาทิ คน ตลาด ทำเล ภาวะเศรษฐกิจ ภาวะทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานแตกต่างกัน ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมบางอย่างผู้ประกอบการสามารถควคุมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมบางอย่างผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมี ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยและสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของตนเองให้มากที่สุด ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมภายใน

ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมภายใน (Internal Environment) เป็นปัจจัยและสิ่งแวดล้อมของกิจกรรม ซึ่งผู้ประกอบการสามารถควบคุมได้ตามต้องการ ได้แก่

        - บุคคลากร เป็นปัจจัยและสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากบุคคลากรเป็นผู้สร้างคุณภาพของสินค้าและบริการ
        - เงิน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิจการดำเนินไปโดยราบรื่น เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบการจัดซื้อเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต การจัดการด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย การจ่ายค่าจ้างให้แก่บุคลากรในองค์กร
        - วัตถุดิบ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตสินค้า ผู้ประกอบการควรเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี มีปริมาณเพียงพอต่อการผลิต
        - เครื่องจักร เป็นปัจจัยในการเพิ่มผลผลิตให้มีทั้งปริมาณและคุณภาพตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภค ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
        - การจัดการ เป็นวิธีการหรือรูปแบบในการนำเอาทรัพยากรทั้งหมดขององค์กรเช่น บุคลากร เวลา เครื่องจักร เงินทุน มาจัดการเพื่อให้เกิดผลผลิตเป้นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
        - การตลาด เป็นการดำเนินการเพื่อที่จะนำสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตไปสู่ลูกค้าหรือผู้บริโภคเริ่มตั้งแต่สร้างพึงพอใจจนกระทั่งผู้บริโภคตัดสินใจที่จะซื้อสินค้า
        - ทำเล เป็นปัจจัยภายในที่ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเองได้ โดยเลือกทำเลให้ผู้มีความเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง

2. ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมภายนอก (External Environment) เป็นปัจจัยและสิ่งแวดล้อมที่ผู้ประกอบการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าไปควบคุมหรือจัดการได้ แต่ปัจจัยและสิ่งแวดล้อมนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมมีผลกระทบต่อกิจการนั้น ๆ ได้แก่
        - ภาวะเศรษฐกิจ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจว่าอยู่ในระยะรุ่งเรืองหรือตกต่ำหรือไม่ เช่น ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ขยายตัว หรือรุ่งเรือง จะส่งผลให้มีการจ้างแรงงาน
        - ระบบการแข่งขัน ในการประกอบธุรกิจทุกประเภทย่อมมีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะประเทศเสรีประชาธิปไตย ผู้ประกอบการธุรกิจประเภทเดียวกันมักนำกลยุทธ์ต่าง ๆ มาใช้ในผลิตสินค้าและการจัดการตลาด
        - สภาพสังคมและวัฒนธรรม เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าสภาพสังคมและวัฒนธรรมในลักษณะนี้ เหมาะท่จะประกอบธุรกิจประเภทใด
        - ภาวะแวดล้อมทางกฎหมาย กฎหมายเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ในด้านต่าง ๆ ดังนี้ กฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจตราขึ้นเพื่อให้การดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เป็นไปด้วยความยุติธรรม
        - ภาวะทางการเมือง การเมืองนับว่ามีอิทธิพลเหนือการควบคุมของธุรกิจเป้นอย่างมาก หากเหตุการณ์ทางการเมืองไม่สงบ เช่น เกิดสงคราม การปฏิวัติ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองล้วนแต่มีผลต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก หากเหตุการณ์ทางการเมืองไม่สงบ
        - เทคโนโลยี เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งด้านธุรกิจ ซึ่งเทคโนโลยีได้เข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่กระบวนการผลิตที่มีการนำเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการผลิตสินค้าและการบริการ