แม้เราจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน รัฐบาลทุกชุดต่างให้การสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาให้เยาวชนของไทยได้ศึกษา เล่าเรียนอย่างเต็มที่

วันที่ 2 ตุลาคม 2552 มีโอกาสติดตามคณะ สนง.เขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ไปงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุที่เมืองปากเซ สปป.ลาว (ลาวใต้) โดยเดินทางออกจากไทยที่ด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี เวลาประมาณ 11.00 น. และเดินทางอีกประมาณ 45 กิโลเมตรถึงเมืองปากเซ  หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้ว  คณะพากันไปเยี่ยมชมโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้แล้ว)  ของเมืองปากเซ

นี่เป็นโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งของเมืองปากเซครับ อาคารชั้นเดียวแบ่งเป็น 1 ห้องเรียน  1 ห้องสมุด ไม่มีส้วม ไม่มีน้ำดื่มให้บริการ

เวลาเรียนนักเรียนประมาณ 20 คน  ต้องนั่งเรียนร่วมกัน  โดยมีครูสอน 1 คน (ครูท่านนี้เป็นทั้ง ผอ.โรงเรียน นักการภารโรง และตำแหน่งอื่น ๆ )

เมื่อคณะสอบถามข้อมูลต่าง ๆ พอประมาณ  ดร.สมเกียรติ บุญรอด ผอ.สพท.พล.1 และคณะจึงได้มอบอุปกรณ์กีฬา เครื่องเขียน และเงินค่าใช้จ่ายบางส่วน (เท่าที่จะเรี่ยไรได้) มอบให้ครูและนักเรียนประถมศึกษาแห่งนี้ไว้ใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนการสอนต่อไป

การศึกษาของ สปป.ลาว ที่ไกด์ให้ข้อมูล จะขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมของประชาชนที่จะอนุญาตให้บุตรหลานเข้าเรียนหรือไม่  รัฐบาลไม่มีการบังคับ อาจจะด้วยสาเหตุหลายประการทำให้ทรัพยากรทางการศึกษาที่รัฐบาลจัดให้จึงค่อนข้างคัดสน โรงเรียนหลาย ๆ แห่งที่พบเห็นส่วนใหญ่จึงมีสภาพดังรูปข้างต้น นักเรียนจะเรียนในช่วงเช้าและไปพักรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านของตนเองตั้งแต่ 12.00 - 14.00 น. หลังจากนั้นจึงกลับมาเรียนอีกครั้งในช่วงบ่าย ๆ

เห็นสภาพของโรงเรียนแห่งนี้ของเมืองปากเซแล้ว  อดเปรียบเทียบกับโรงเรียนในเมืองไทยไม่ได้  แม้เราจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน รัฐบาลทุกชุดต่างให้การสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาให้เยาวชนของไทยได้ศึกษา เล่าเรียนอย่างเต็มที่  แม้จะต้องใช้เทคนิควิธีการในเชิงบริหารจัดการหลาย ๆ ประการ  แต่ก็เพื่อให้การจัดการศึกษามีคุณภาพสูงสุด คุณครูทุกท่านอย่าลืมช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ และหลาย ๆ ท่านที่มีสภาพความพร้อมกรุณาสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทยตามแต่จะเห็นสมควรเพิ่มขึ้นนะครับ