Virtual Education
การศึกษาเสมือน
บทนำ
จากรายงานในปี 1998 จาก The Commonwealth of Learning (COL) ซึ่งได้รับทุนการวิจัยจาก Department for International Development (DFID) แห่งรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำการศึกษาสภาวะการพัฒนา การศึกษาเสมือนของโลก ซึ่งรวมทั้งการศึกษาระดับโรงเรียนและที่สูงกว่าระดับโรงเรียน ซึ่งสามารถบ่งบอกความหมายของการศึกษาเสมือนได้ 2 กรณี
- การศึกษาเสมือน หมายถึง การใช้เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร(Information Communication Technology ICT) เป็นแกนหลักสำคัญในการบริหาร , การพัฒนาและการกระจายชั้นเรียน และการสอนรวมถึงการให้บริการแก่ผู้เรียน เช่น การให้คำปรึกษา การประเมินผลเบื้องต้นและการวางแผนการเรียน
- เป็นองค์กรที่ถูกสร้างขึ้น ตลอดจนความร่วมมือกันเพื่ออำนวยการสอน และการเรียนให้เกิดขึ้นโดยปราศจากชั้นเรียน ซึ่งหมายถึงการจัดเตรียมการสอนส่งตรงไปถึงผู้เรียนจากรายงานของทีมที่ทำการศึกษา ใน ปี 1999 โดยศึกษาจากประเทศหลัก ๆ ของโลกรวมถึงการคาดการณ์ถึงแนวโน้มและรูปแบบ ของการพัฒนา จากรายงานจะนำไปสู่การเข้าใจการศึกษาเสมือนที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่การเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ของการศึกษาเสมือนตั้งแต่รายงานได้ถูกเผยแพร่ นานาชาติได้ตระหนักถึง เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร (ICT) ที่มีต่อการศึกษาทุกระดับตัวอย่างเช่น ทุก ๆ สถาบันการศึกษา ได้พัฒนาหรือวางแผนการพัฒนาสู่การสร้างความสามารถการส่งการเรียนการสอนผ่านเว็บ ในหลาย ๆ หน่วยงาน รัฐบาล สถาบันการศึกษา , บริษัทและภาคเอกชน หลาย ๆ เว็บไซต์ ก็มีความคิดริเริ่มในการจัดการศึกษาเสมือน ซึ่งต่อไปการศึกษาเสมือนจะเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะบ่งบอกได้ถึงการเพิ่มขึ้นของการจัดการศึกษาเสมือนคือข้อมูล ที่นำเสนอจากการศึกษาที่ทำการสอบกระบวนการของการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ (E-education) ความสนใจต่อการศึกษาเสมือนเกิดขึ้นกว่า 2 ปี ที่ผ่านมาจากการศึกษาของ COL ต่อพัฒนาการของการศึกษาเสมือน ซึ่งบ่งบอกถึงการแข่งขันทางด้านการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สำหรับทุกหน่วยงานในการพยายามสร้างการศึกษาเสมือน , อิสรภาพและความเสมอภาคทางสังคม, ในขณะที่การแข่งขันจะเป็นการแข่งขันในตลาดระดับโลก. และในปัจจุบันหน่วยงานรัฐบาล และองค์การพัฒนาระดับนานาชาติและองค์กรหลักกำลังเตรียมเพื่อตอบสนองตลาดโลก , ซึ่งองค์กรเหล่านี้ตระหนักว่าจะไม่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพหากปราศจากการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับระบบการศึกษาขององค์กรสิ่งเหล่านี้เป็นพลวัตรของโลกซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (CIA 2000 , UNESCO 1998)
- ประชากรโลก ในปี 2015 จะมีจำนวน 7.2 ล้าน ๆ คน จากปัจจุบัน 6.1 ล้าน ๆ คน 95% ที่เพิ่มขึ้นมาจะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ผู้คนในทุกประเทศจะมีอายุยืนยาวขึ้นกับการเพิ่มความต้องการการศึกษาเทียบเท่ากับการดูแลสุขภาพและการการบริการด้านอื่น ๆ
- โลกาภิวัฒน์ ความยิ่งใหญ่อันไร้ขีดจำกัดแห่งการหลั่งไหลของข้อมูลข่าวสาร ,ความคิดวัฒนธรรมค่านิยม , เงินทุน , สินค้าและบริการ และผู้คนซึ่งเป็นการขับเคลื่อนโดยเครือข่ายเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งจะไม่เพียงความต้องการการศึกษาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงความจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นของเนื้อหา และความยืดหยุ่นของการเข้าถึงเนื้อหา อย่างไรก็ตามอิทธิพลทั้งสองดำเนินควบคู่กันไปเป็นคู่ขนานต่อกระบวนการโลกาภิวัฒน์ โดยจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาเสมือนที่เป็นระดับโลก สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างการลงทุนขนาดเล็กและขนาดกลางและการเพิ่มการคาดหวังต่อการปกป้อง วัฒนธรรม , ภาษา และความเป็นชนชาติ
- แต่ละอิทธิพล เป็นผลร่วมกันอย่างสมบูรณ์ในสถานการณ์ระดับโลก ซึ่งไม่อาจต่อต้านการหลั่งไหลของข้อมูลข้ามขอบเขตโลกาภิวัฒน์
- การเติบโตของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มช่องว่างระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนา ต่อการได้มาซึ่ง โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าถึงความรู้ Cunningham et al.(2000), ได้วิเคราะห์ถึงธุรกิจแห่งการศึกษาไร้พรหมแดนได้บ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นกำลังขับเคลื่อนแห่งการเติบโตของสิ่งที่เขาเรียกว่า ตลาดทางเลือกแห่งการศึกษา ไว้ดังนี้
- เศรษฐกิจโลก กับการเพิ่มขึ้นของความต้องการมาตรฐาน สินค้า บริการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค และระบบการติดต่อสื่อสารชั้นสูง
- ปรากฏการณ์แห่งยุคข้อมูลข่าวสาร และการเพิ่มขึ้นและธรรมชาติแห่งการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของความรู้ใหม่ ๆ
- ความต้องการสำหรับวิถีทางที่ดีกว่าในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษา การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจ , ความต้องการหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพของเหล่านี้ตระหนักว่าจะไม่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพหากปราศจากการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับระบบการศึกษาขององค์กรสิ่งเหล่านี้เป็นพลวัตรของโลกซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (CIA 2000 , UNESCO 1998)
- ประชากรโลก ในปี 2015 จะมีจำนวน 7.2 ล้าน ๆ คน จากปัจจุบัน 6.1 ล้าน ๆคน 95% ที่เพิ่มขึ้นมาจะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ผู้คนในทุกประเทศจะมีอายุยืนยาวขึ้นกับการเพิ่มความต้องการการศึกษาเทียบเท่ากับการดูแลสุขภาพและการการบริการด้านอื่น ๆ
- โลกาภิวัฒน์ ความยิ่งใหญ่อันไร้ขีดจำกัดแห่งการหลั่งไหลของข้อมูลข่าวสาร ,ความคิดวัฒนธรรมค่านิยม , เงินทุน , สินค้าและบริการ และผู้คนซึ่งเป็นการขับเคลื่อนโดยเครือข่ายเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งจะไม่เพียงความต้องการการศึกษาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงความจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นของเนื้อหา และความยืดหยุ่นของการเข้าถึงเนื้อหา อย่างไรก็ตามอิทธิพลทั้งสองดำเนินควบคู่กันไปเป็นคู่ขนานต่อกระบวนกาโลกาภิวัตน์ โดยจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาเสมือนที่เป็นระดับโลก สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างการลงทุนขนาดเล็กและขนาดกลางและการเพิ่มการคาดหวังต่อการปกป้อง วัฒนธรรม , ภาษา และความเป็นชนชาติ
- แต่ละอิทธิพล เป็นผลร่วมกันอย่างสมบูรณ์ในสถานการณ์ระดับโลก ซึ่งไม่อาจต่อต้านการหลั่งไหลของข้อมูลข้ามขอบเขตโลกาภิวัฒน์
- การเติบโตของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มช่องว่างระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนา ต่อการได้มาซึ่ง โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเข้าถึงความรู้Cunningham et al.(2000), ได้วิเคราะห์ถึงธุรกิจแห่งการศึกษาไร้พรหมแดนได้บ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นกำลังขับเคลื่อนแห่งการเติบโตของสิ่งที่เขาเรียกว่า ตลาดทางเลือกแห่งการศึกษา ไว้ดังนี้
- เศรษฐกิจโลก กับการเพิ่มขึ้นของความต้องการมาตรฐาน สินค้า บริการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค และระบบการติดต่อสื่อสารชั้นสูง
- ปรากฏการณ์แห่งยุคข้อมูลข่าวสาร และการเพิ่มขึ้นและธรรมชาติแห่งการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของความรู้ใหม่ ๆ
- ความต้องการสำหรับวิถีทางที่ดีกว่าในการเข้าถึงข้อมูลการศึกษา การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจ , ความต้องการหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพของต่ำในรูปแบบส่งถ่ายความรู้ที่ยืดหยุ่น โดยใช้ CD-ROM และอินเทอร์เน็ต เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียนในรูปแบบมหาวิทยาลัย เป็นรูปแบบการเรียนโดยไม่ต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยPeter Dirr (1999) ได้เสนอมุมมองที่แตกต่างออกไปของการปฎิวัติการนำ เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร (ICT) เข้ามาใช้ในการศึกษาระดับสูง เขาได้มองเห็นถึงกระบวนการ 2 รูปแบบประการแรกการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้นั้นจะเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมิได้มาจากผู้บริโภค ประการที่สอง จะเกิดจากเทคโนโลยีได้กลายเป็นรูปแบบที่จำเป็นของสถาบันการศึกษาเขาได้มองถึงการใช้ Video conference กับการที่ผู้สอนสามารถคงรูปแบบและวิธีการสอนแบบเก่าได้แต่ มีความเหมาะสมน้อยสำหรับผู้เรียนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเรียน Dirr กล่าวว่า หลายๆ สถาบันการศึกษา นั้นไม่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ และไม่สามารถใช้ความได้เปรียบจากทั้งผู้เรียนและผู้สอนJim Taylor (1999) เขาได้แนะนำถึงกระบวนการวิวัฒนาการกระบวนการว่าการวิวัฒนาการกระบวนการการศึกษาเสมือนนั้นเกี่ยวกับการดำเนินเข้าสู่ 5 ช่วงสมัยช่วงแรก สำหรับการศึกษาทางไกล , เข้าสู่รูปแบบการโต้ตอบที่อยู่บนพื้นฐานเทคโนโลยีการพิมพ์เท่านั้น
ช่วงที่สอง เป็นรูปแบบมัลติมีเดีย ซึ่งอยู่บนพื้นฐานเทคโนโลยีการพิมพ์ , ออดิโอและวีดีโอเทคโนโลยีช่วงที่สาม เป็นรูปแบบ Tele learning รวมถึงโปรแกรมเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารเพื่อเปิดโอกาสสำหรับรูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบ synchronousช่วงที่สี่ เป็นรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่น โดยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในการส่งถ่ายความรู้ Taylor กล่าวว่า การปฏิวัติกระบวนการศึกษาทางไกลกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคที่ 5 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะใช้ระบบการตอบสนองอัตโนมัติโดยปราศจากการแทรกแซงโดยมนุษย์ จะเป็นการลดต้นทุนการสอนและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ ระดับโลก โดย Taylor เรียกว่า .intelligentflexible learning model.Stephen Ehrmann (2000) ได้เสนอมุมมองในอีกรูปแบบหนึ่ง เขากล่าวว่าหลาย ๆ สถาบันกำลังมองหา แนวทางใดแนวทางหนึ่งที่จะเป็นแนวทางในการลงทุน ในการสอนการเรียนและเทคโนโลยี บางคนได้ยินถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เป็นการศึกษาทางไกล และการเรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับทุกคนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องสุดวิเศษถ้าสถาบันของเขาสามารถเป็นไปได้ในอนาคตEhrmann แสดงความคิดเห็นแตกแยกจากแนวคิด .Campus . base. การเรียนแบบมหาวิทยาลัย การเรียนระบบมหาวิทยาลัยรูปแบบเก่านั้นมีสมมติฐานในเรื่องคุณภาพของโปรแกรมการศึกษานั้นขึ้นอยู่กับ หนังสือ , ห้องทดลอง , คณาจารย์ , นักเรียน ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอยู่รวมกัน แต่กับยุทธวิธีการสอนแบบใหม่ มีสมมติฐานถึงบางส่วนของทรัพยากรและการเรียนรู้นั้นอยู่คนละด้าน เครือข่ายจะสามารถใช้เจ้าหน้าที่และผู้เรียนเข้ามาใช้ www ทรัพยากรของ
สถาบันการศึกษา ซึ่งจะเป็นผลให้ผู้เรียนอาจจำเป็นต้อง เข้ามาที่มหาวิทยาลัยเพียงบางครั้งเท่านั้น
กรณีศึกษาการนำเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารมาใช้ในการศึกษาและการฝึกอบรม
เนื่องจาก แอปพลิเคชั่นของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่ใช้ในทางการศึกษามีมากมายส่วนที่นำเสนอเป็นกรณีศึกษาเพียงบางส่วนตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยเปิดในประเทศอังกฤษ (UKOU) ได้ใช้เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร อย่างเช่น การออกอากาศทางโทรทัศน์และวิทยุ เพื่อการศึกษา ตั้งแต่ต้นปี 1970 และเมื่อไม่นานมานี้ได้นำเข้าสู่โปรแกรมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สื่อสิ่งพิมพ์ก็ยังคงเป็นสื่อหลักสำหรับUKOU และได้ขยายโปรแกรมไปสู่ยุโรปและประเทศอื่นๆ ในโลก เช่นเดียวกัน มหาวิทยาลัยเปิดอย่าง Indira Ghandi National Open University ในประเทศอินเดีย, The Chinese Central and State Radio และ Television Universities และ The Korea National Open University ได้ดำเนินการมาหลายปีในการใช้สื่อออกอากาศและสื่อสิ่งพิมพ์ ,Athabasca University ในประเทศแคนาดา ได้นำเข้าสู่เทคโนโลยี Web-based ในขณะเดียวกัน หลาย ๆ สถาบันได้เสนอทั้งรูปแบบมหาวิยาลัยดั้งเดิม (Campus .base)และโปรแกรมการศึกษาทางไกล (Distance program) อย่างมหาวิทยาลัย UBC ในแคนาดา Charles Sturt University ในออสเตรเลีย และ Penn State University ในอเมริกา ได้เริ่มต้นการนำสื่อสิ่งพิมพ์เข้าสู่ระบบออนไลน์ สำหรับ UBC นั้นมีบทเรียนออนไลน์แล้วเกินครึ่งของ 110 บทเรียน ในประเทศเกาหลีและในอีกหลาย ๆ ประเทศ ในระบบมหาวิทยาลัยก็กำลังจัดทำโปรแกรมออนไลน์ควบคู่กันไปด้วยอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ในการนำเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร(ICT) มาใช้นั้น ไม่ได้เฉพาะตลาดการศึกษาทางไกล , ส่วนที่มีผลมากที่สุดเป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัยดั้งเดิม (Campus . base) และการฝึกอบรม John Chamber , the CEO of Ciscoหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยี (ICT) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวว่า .ต่อไป แอปพลิเคชั่นสำหรับอินเทอร์เน็ตจะเป็นแอปพลิเคชั่นทางการศึกษา. Merrill Lynch ได้พรรณาถึง e-learning (ซึ่งรวมตลาดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา) ตลาดจะมีมูลค่าถึง 18 พันล้านดอนล่า ในปี 2003 เมื่อเทียบกับ2.3 พันล้านดอลล่า ในปี 2000
- Web CT ผลิตบทเรียนในรูปแบบ Software , มีนักเรียนมากกว่า 3 ล้านคนในสถาบันการศึกษา มากกว่า 1,500 แห่ง และการเจริญเติบโตรวดเร็ว มีผู้เรียนเพิ่มขึ้น 500,000 คน ต่อปี อย่างไรก็ตาม Web CT ประมาณกว่า 80% ใช้ Software เพื่อสนับสนุนการสอนในชั้นเรียนมากกว่าใช้รูปแบบการศึกษาทางไกลล้วน ๆ ดังนั้นเราจะพบการผสมผสานระหว่างการสอนแบบดั้งเดิม(face .to-face instruction)กับรูปแบบออนไลน์ อย่างมหาวิทยาลัย Central Florida ได้ขยายโปรแกรมของการเรียนในรูปแบบ Web-base โดยมีทั้งผู้เรียน ในรูปแบบมหาวิทยาลัย (on-campus)
และนอกมหาวิทยาลัย(out-campus) (see www.distrib.ucf.edu/present/FETCpresentation030100/index.htm )
- หลาย ๆ มหาวิทยาลัยได้สร้างความร่วมมือและเข้าร่วมกับภาคเอกชนในการริเริ่มนำบทเรียน e-learning ไปทำประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ Universitas 21 เป็นเครือข่าย ของ 17 มหาวิทยาลัย Nottingham University ,University of Edinburgh , University of Melbourne , Hong Kong University , National University of Singapore และ the University of British ColumbiaThomson Publishing และ Universitas 21 ได้ประกาศร่วมมือกันก่อตั้ง .e-university. ในปี 1990โดยมีนักเรียน 48 ล้านคนในระดับอุดมศึกษาในปี 2025 ประมาณว่าจะมีนักเรียนถึง 160 ล้านคน
- UNext ได้ก่อตั้ง e-university โดยใช้ชื่อว่า Cardean (www.cardean.com) เป็นการประยุกต์สื่อการสอนจาก university of Columbia, Stanford, Chicago, Carnegie Mellon และ the London School of Economics โดยได้รับปริญญาภายใต้ชื่อ Cardean ซึ่งรับรองโดยรัฐอิลินอย
- The London School of Economics (LES) จัดการเรียนการสอนแบบ e-learning ใช้ชื่อว่า Fathom (www.fathom.com) มีห้องสมุดออนไลน์ซึ่งเชื่อมโยงกับหลาย ๆ สถาบัน เช่น New YorkPublic Library, the British Library , the Smithsonian, the Cambridge University Press โดยผู้เข้าร่วมกับ fathom จะมีส่วนร่วมในการให้บริการและให้การรับรองก่อนการเพยแพร่
- The U.K. goverment ได้ก่อตั้งโครงการในการร่วมมือกับ e-university ในการให้เงินทุน400 ล้านปอนด์ กับ The Higher Education Funding Council for England (HEFCE) ในการเตรียมการกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งในปัจจุบันมหาวิทยาลัยทุกแห่งใน ประเทศอังกฤษได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้ว โดยโปรแกรมหลักจะเป็นการ .ค้นหา. ที่ปรึกษาซึ่งจะช่วยนักเรียนใหม่การการเลือกคอร์ทเรียน เพียงนักเรียนที่เข้าเรียนในภาคฤดูร้อนหรือจ่ายเพิ่มจะได้รับการสอนจากผู้สอนโดยตรง (face-to-facd tuition)
- Oxford University ได้เชื่อมโดยงกับ Stanford Yale และ Princeton ในการสร้างมหาวิทยาลัยออนไลน์สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย แนวความคิดเป็นการรองรับการศึกษาตลอดชีวิตและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก และธุรกิจ Cambridge ได้สร้างการเรียนรู้เสมือนจากเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกับสถาบันเทคโนโลยีแห่ง Massachusetts โครงการมีชื่อว่า .bridge of minds.
- บริษัท Hungry Minds ของสหรัฐอเมริกา (www.hungryminduniversity.com) ได้ติดต่อกับ Michigon State University , New York University, Penn State University, Rochester Instutute of Technology , University of California Berkeley Extension และ University of California at Los Angelses Extension เพื่อจัด e-learning เป็นการจัดเตรียม Web สำหรับ บทเรียน เพื่อรองรับการพัฒนาการมอบประกาศนียบัตรออนไลน์ที่ออกโดยสถาบันแห่งนี้
- ตั้งแต่ปี 1996 University of British Columbia (UBC) ได้เสนอหลักสูตรปริญญาออนไลน์แบบเต็มตัว ด้วยเทคโนโลยีการกระจายการเรียนให้กับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม กับ MonterreyInstitute of Technology ในเม็กซิโก (http://itesm.sctudis.ubc.com) โดยโปรแกรมหลักจะอยู่บนเว็บแต่ UBC จะมีส่วนเข้าร่วมโดย Video-conference เชื่อมโยงจาก Vancouver สู่ มหาวิทยาลัย Monterrey Tech.29 ข้ามผ่านทวีปอเมริกาใต้ Monterrey เข้าร่วมใน 5บทเรียนในหลักสูตรปริญญาโทจากทางสถาบันในด้านเทคโนโลยีการศึกษา และนำเสนอ 5 บทเรียนนี้ในแถบอเมริกาใต้ UBCได้สร้าง 5 บทเรียนที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนในมหาวิทยาลัยและโปรแกรมประกาศนียบัตร ระดับปริญญาโท ทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 30 ประเทศ โดยโปรแกรมนี้ดำเนินงานโดยใช้เงินค่าธรรมเนียมของผู้เรียน จากประสบการณ์ในส่วนนี้ UBC และ Monterrey ได้วางแผนที่จะนำเสนอความร่วมมือกับหลักสูตรปริญญาโท ทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาทั้งใน สเปน และอังกฤษ ในเดือนมกราคมปี 2002สำหรับภาคเอกชน ในภาคการฝึกอบรมบริษัทที่ดำเนินการในการจัดการฝึกอบรมได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทใหญ่ในหลาย ๆ ชาติใช้เทคโนโลยีอย่าง Video Conference และอินเทอร์เน็ตในการจัดการฝึกอบรม ในขณะเดียวกันการจัดฝึกอบรมออนไลน์เป็นพัฒนาการของอุตสาหกรรมใหม่ที่ให้บริการแก่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ตลาด 2.3 ของตลาดทั้งหมดของ Merrill Lynch.s มีมูลค่าประมาณ 18 พันล้านดอลล่า ในภาคการฝึกอบรมองค์กรซึ่งแสงหากำไรในภาคเอกชน พยายามที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างส่วนกลางที่จะกระจายการฝึกอบรมไปสู่ส่วนภูมิภาค (อย่างเช่น บทเรียนในต่างประเทศ โดยการเป็นบทเรียนบนเว็บ หรือ ดาวเทียมเพื่อการศึกษา) ตัวอย่างเช่น TeltecGlobal คือ .ศูนย์รวมของธุรกิจและการบริการ. TeltecGlobal ได้นำเสนอให้แก่ทั้งภาครัฐและเอกชน .ในการแก้ปัญหาการบริการและการศึกษาด้วยเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 . โครงการ .last mile. ของ TeltecGlobal ซึ่งจะจัดเตรีมผลิตภัณฑ์และเว็บที่สามารถให้บริการสมาชิก ในกลุ่มสังคมและศูนย์กลางทางธุรกิจ ในประเทศกำลังพัฒนา TeltecGlobal ดำเนินงานด้วยการสนับสนุนจากบริษัทนานาชาติ ในการออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ .เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของสังคมและวัตถุประสงค์ของบริษัท. ศูนย์กลางลิขสิทธิ์ทางธุรกิจ ดำเนินการในการรับรองความเสี่ยงทางการค้าในเขตพื้นที่ และ .การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล ทั่วโลก. ในตลาดที่กำลังเป็นที่รู้จัก เช่นเดียวกับศูนย์กลางทางสังคม TeltecGlobal ดำเนินงานกับผู้ได้รับลิขสิทธิ์เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นที่ต้องการของตลาดเป้าหมายของผู้ได้รับลิขสิทธิ์ TeltecGlobal เป็นตัวอย่างที่ดีในการผสานกันระหว่างเทคโนโลยีการศึกษาและธุรกิจในการนำเสนอการพัฒนาการจัดการศึกษาเสมือนนี้ เป็นการมองการพัฒนาในแง่ดีในธุรกิจดอตคอม ในส่วนลึก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา e-learning เป็นสาขาหนึ่งของ e-business อย่างไรก็ตามความระมัดระวังในการพิจารณาวิเคราะห์ การพัฒนาการจะบอกได้ว่ามีการปกป้องและการแข่งขันกันมาก เพื่อต้องการเป็นผู้ชนะมาก่อน ความคิดริเริ่มดำเนินการให้ความช่วยเหลือ
เทคโนโลยีการจัดการศึกษาเสมือนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
WORLD WIDE WEB
เทคโนโลยีที่เป็นที่จับตามองในปัจจุบันสำหรับจัดการเรียนการสอนแบบ e-learning ในประเทศที่พัฒนาแล้ว คือ WWW ซึ่งนำบทเรียนขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต เมื่อสิ้นปี 1999 ผู้คนมากกว่า 196 ล้านคนทั่วโลกใช้อินเทอร์เน็ต ในสิ้นปี 2004 คาดว่าจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึง 630 ล้านคน เหตุผลของการขยายตัวอย่างรวดเร็วของแอปพลิเคชั่นของเว็บในการศึกษา มีดังนี้
- การใช้เบราเซอร์ และโปรแกรมภาษาพื้นฐาน (HTML) เป็นมาตรฐานเดียวกัน และแสดงผลได้ในระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างเครื่องกันและระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันกับการที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก
- Web สามารถส่งผ่านได้ทั้งโครงสร้างที่มีอยู่แล้ว เช่น การสื่อสารระบบ อนาลอก และเครือข่ายระบบ high-speed digital ทำให้เทคโนโลยีนี้มีความยืดหยุ่นสูง
- Web เป็นเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำสำหรับการจัดการศึกษา ด้วยเหตุผลดังนี้
- ใช้ต้นทุนต่ำสำหรับผู้ทำหน้าที่กระจายการศึกษา ต้นทุนของเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับบทเรียนออนไลน์ (เช่น Server และการผลิตโปรแกรม) เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนของโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้สำหรับธุรกิจและการบริหาร (คอมพิวเตอร์ , เครือข่ายการสื่อสาร)
- ต้นทุนในการพัฒนาการสื่อต่ำเพราะ ความง่ายของภาษา HTML ที่ใช้ในการสร้างสื่อและการพัฒนาการของ software (เช่น Web CT และ Blackboard) ทำให้การสร้าง Web siteเป็นเรื่องง่าย
- แม้ว่ามันจะใช้ Internet เป็นสื่อ แต่มันก็จะไม่มีการ charge เหมือนกับการใช้โทรศัพท์การคิดราคาจะคิดโดยใช้ขาดของข้อมูลที่ส่งผ่าน ไม่ใช่เวลา หรือ ระยะทาง และเนื่องจากแอปพลิเคชั่นปัจจุบัน จะใช้ bandwidths ขนาดเล็ก ๆ ดังนั้น จำนวนข้อมูลที่ส่งผ่านต่อ course จึงเสมือนน้อยมากจนเป็นศูนย์
- Web มีความสามารถในการรวบรวม ตัวอักษร , กราฟิก และ multimedia ทำให้แอปพลิเคชั่นของมัน ในทางการศึกษามีขอบเขตกว้างมาก
- ทั่วโลกสามารถเข้าใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพสูงได้อย่างอิสระ
- เป็นการเปิดโอกาสสำหรับการเรียนรู้ระดับนานาชาติไม่มีขีดจำกัดทางวัฒนธรรมและความร่วมมือกันในการเรียนรู้
- สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
- การเรียนรู้แบบ asynchronous ระหว่างบุคคล ไม่ใช่แค่จะสามารถสื่อสารระหว่างอาจารย์กับนักเรียนเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นจะเป็นการสื่อสารระหว่างนักเรียนด้วยกัน ผ่านทาง email , bulletin boards และ forum ต่าง ๆความสามารถที่ทำให้นักเรียนสามารถติดต่อกับคนอื่น โดยเป็นอิสระจาก เวลา และระยะทางทำให้การศึกษาทางไกลไม่ต้องมีการแพร่ภาพ การเรียนการสอนสามารถทำในรูปแบบ interactive มากขึ้นทำให้นักเรียนสามารถ ปรับปรุงและ เปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการ ในสังคมการเรียนรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงของข่าวสารและความรู้สูงมาก สิ่งสำคัญคือนักเรียนจะต้องสามารถตั้งคำถาม ถกเถียงและวิเคราะห์ การเรียนของเขาได้อย่างไรก็ตาม หลายส่วนมีขีดจำกัดในการขยายเทคโนโลยี Web ในการเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา
- ในประเทศกำลังพัฒนาหลาย ๆ ประเทศความโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นขั้นต่ำสำหรับเทคโนโลยีสนับสนุน Web อย่าง Computer และโทรศัพท์ ยังไม่มี
- ในขณะที่บางแห่งมีโครงสร้างพื้นฐานขั้นต่ำ , ประชากรไม่มีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์และขาดทักษะเพื่อสร้างประสิทธิภาพการใช้ Web
- แอปพลิเคชั่น ส่วนใหญ่บน Web ยังต้องทำให้สามารถส่งผ่าน bandwidths ต่ำ ๆ ได้ จึงจำกัดอุปกรณ์การสอนเหลือได้เพียง ตัวอักษร กับ กราฟิก นิ่ง ๆ เท่านั้น
- การใช้เทคโนโลยีเว็บให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้สอนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน วิธีการสอนไม่พอเพียงในการสนับสนุนการสอน ผู้สอนจะยึดติดกับวิธีการสอนแบบเดิม
- ผู้สอนต้องการการสนับสนุนทาง เทคนิค ในเรื่องของ network , software และอุปกรณ์การทำงานและการรักษา รวมถึงวิธีการ ออกแบบและ พัฒนาเว็บไซต์ด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะเพิ่มต้นทุนให้สูงขึ้น
- การเรียนการสอนแบบ interactive และให้นักเรียนมีส่วนร่วมเป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกับวัฒนธรรมเดิมซึ่งมีครูเป็นศูนย์กลาง
- เพื่อที่จะปรับปรุงค่าใช้จ่ายและ เปลี่ยนแปลงวิธีการครั้งใหญ่สำหรับ Web learning จำเป็นจะต้องมีการวางแผนและมีทรัพยากรเพียงพอ แต่เนื่องด้วยผู้บริหารหลายคน ยังขาดวิสัยทัศน์สำหรับการปรับเปลี่ยนแผนและความยินดีที่จะแบ่งปันทรัพยากรให้เพื่อที่จะทำให้ความสำเร็จชัดเจนขึ้น
โมเดลของห้องเรียนเสมือน
จุดเด่นของเว็บบนอินเทอร์เน็ตอยู่ที่การสร้างโมเดลการให้บริการได้ง่าย เว็บเป็นฐานข้อมูลที่ให้บริการได้ตลอดเวลา เข้าถึงจากที่ใดก็ได้ พัฒนาการของเว็บสามารถสร้างบริการต่าง ๆ แบบโต้ตอบบนเว็บได้การสร้างโมเดลการให้บริการแบบห้องเรียนเสมือนจริงบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต/อินทราเน็ต ทำได้ด้วยการจำลองตัวแทนการดำเนินการของผู้สอน เพื่อให้แทนการเรียนการสอนได้รูปแบบการดำเนินการจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย
การสร้างตัวแทนของอาจารย์ เพื่อให้การดำเนินการทำได้ตลอดเวลา โดยมีโปรแกรมตัวแทนอาจารย์ จัดการเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียน เนื้อหาการเรียนรู้จะได้รับการจัดเตรียม การสร้างเนื้อหาจึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำเนื้อหาให้มีชีวิตชีวา มีความเหมาะสมกับผู้เรียน
การสร้างเว็บเพจอย่างเดียวจะยังไม่เรียกว่าการเรียนการสอนแบบห้องเรียนได้ การสร้าง
ห้องเรียนจึงต้องมีวิธีการจัดการเรียนการสอนด้วย การจัดการเรียนการสอนมีการลงทะเบียน การ
สร้างข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลการเรียน การลงเวลาเรียน ตลอดจนการบันทึกคะแนน
กระบวนการเรียนการสอนผ่านทางเครือข่ายมีการใช้มัลติมีเดีย การใช้วีดีโอช่วยทำให้สภาพการ
เรียนการสอนมีชีวิตชีวามากขึ้น และตอบสนองตามความต้องการ
การจัดการความรู้สำหรับห้องเรียนเสมือน
ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า แหล่งความรู้มีมากมายมหาศาล และกระจายอยู่ทั่วโลก เราเรียกขุมความรู้นี้ว่า world knowledge ความรู้ใหม่ก็เกิดขึ้นทุกวัน จนทุกวันนี้เรามีสิ่งที่ส่งกระจายความรู้ การสร้าง การบันทึก และนำไปใช้ทำได้ง่ายและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคอิเล็กทรอนิกส์ปัจจุบันภายในองค์กรเต็มไปด้วยเอกสาร โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งความรู้ มีงานวิจัยงานค้นคว้า งานรวบรวม งานเก็บสะสม การเรียนค้น การใช้งานต่าง ๆ ความจำเป็นเหล่านี้มีบทบาทและสร้างความสำคัญในมหาวิทยาลัยและองค์กรอย่างมาก ความรอบรู้ที่เกิดขึ้น เมื่อรวมกันตามแนวคิดของอิเล็กทรอนิกส์ อาจรวบรวมขึ้นใช้ประโยชน์ได้ง่าย สร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้อย่างมากมายมหาศาลแหล่งการสะสมรวบรวมความรู้ที่ต้องจัดการ ประกอบด้วย
งานเอกสารเวิร์ดโปรเซสเซอร์ สิ่งพิมพ์เอกสาร เป็นงานที่มีการสร้างขึ้นทุกวัน และนับวันยิ่งสร้างขึ้นมาก และใช้งานกันตลอดเวลา งานนี้มีบทบาทสำคัญเพราะเกี่ยวโยงกับการทำงานรายวัน
งานอีบุค อีไลบรารี ปัจจุบันมีการจัดการเอกสารสิ่งพิมพ์ในรูปหนังสืออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มีหลายรูปแบบตั้งแต่การเก็บเอกสารแบบ Acorbat แบบอีบุค และXML รวมทั้งการจัดเก็บเอกสารแบบรูปภาพ หรือการสแกนเอกสารหนังสือ เมื่อมีเอกสารสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากรวบรวมไว้ การดำเนินากรแบบดิจิทัลไลบรารีจึงเป็นทางหนึ่งที่จะให้บริการได้อย่างเต็มที่
ระบบฐานข้อมูล ข้อมูลข่าวสารทั้งที่เป็นข้อมูลดำเนินการ เช่น ฐานข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรสถานที่ การเงิน การบริการ ตลอดจนงานข้อมูลเกี่ยวกับนิสิตนักศึกษา งานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวิชาการ งานวิจัย งานเอกสารสิ่งพิมพ์ เช่น วิทยานิพนธ์
เว็บ การเก็บข้อมูลจำนวนมากอีกวิธีหนึ่งคือ การเก็บไว้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ การเก็บข้อมูลด้วยเว็บทำได้ง่ายรวดเร็วและยังสามารถเก็บข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งมัลติมีเดีย และข้อมูลที่ไม่มีรูปแบบ (unformat)
อีเมล์ เอฟทีพี (FTP) ข้อมูลเป็นไฟล์ ทรัพยากรโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นแหล่งเก็บ
ข้อมูลทั้งที่เป็นข้อมูลอีเมล์ส่วนตัว อีเมล์ของหน่วยงาน ขององค์กร การสร้าง FTP เซิร์ฟเวอร์เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมาก การจัดการข้อมูลที่เป็นแฟ้มไว้ใช้งานร่วมกัน
บุคลากร ทรัพยากรความรู้ ความชำนาญเฉพาะตัวบุคคลเป็นเรื่องที่สำคัญ การสั่งสมความรู้ในตัวบุคคลมีมาก ทำอย่างไรจึงจะให้บุคคลสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่าย และแลกเปลี่ยนความรู้ เช่น ถ้ามีความต้องการที่จะรับรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ก็สามารถติดต่อและแลกเปลี่ยนความรู้กันได้โมเดลการจัดการความรู้จึงต้องจัดระดับเพื่อให้มีรูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสมและจัดการได้รูปแบบของโมเดลแสดงได้ดังรูปความท้าทายในเรื่องการบริหารและการจัดการความรอบรู้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญของทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยองค์กรธุรกิจเอกชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะสภาพการทำงานในยุคต่อจากนี้จะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และการประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ การดำเนินการภายในองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญที่จะจัดการความรู้ในองค์กรหน่วยงายวิจัยหลายแห่งได้พยากรณ์ให้เห็นว่า คอมพิวเตอร์จะมีพัฒนาการที่เร็วมากจนมีขีดความสามารถในการจัดเก็บขนาด TB-Terabyte หรือมากกว่า 1000 จิกะไบต์ ภายในเครื่องแบบใช้งานคนเดียวได้ในเวลาอีกไม่กี่ปีนี้ประจวบกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ เช่น ซีดี ดีวีดี ก็มีแนวโน้มของการใช้เก็บข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้น จากสภาพการใช้ข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้นนี้เองทำให้นักพัฒนาระบบไอทีได้เร่งพยายามหาหนทางในการจัดการความรอบรู้ทั้งภายในระดับบุคคลระดับองค์กร หรือแม้แต่ระดับ World Knowledgeสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้คือ เรื่องมาตรฐานการจัดการความรอบรู้ เราให้ความสำคัญในเรื่อง Meta Data หรือข้อมูลที่ใช้ควบคุมข้อมูลเพื่อว่าเราจะจัดการข้อมูลได้ ระบบหนึ่งที่นำมาใช้คือ XML eXtensible Markup Language ระยะนี้จะเป็นส่วนสำคัญของการจัดการข่าวสารต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงและบริหารจัดการได้
ดาวเทียมเพื่อการศึกษา
เป็นอีกเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างกว้างขวางอีกอย่างหนึ่ง, โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการศึกษามีประวัติเริ่มต้นเมื่อปี 1980 อินเดียเป็นประเทศแรกที่ใช้โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ภายใต้โครงการ INSAT , และทุกวันนี้ Ghandi National Open University ยังคงใช้โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอยู่ , The Chinese Central Radio and Television University ก็เป็นอีกแห่งที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับนักเรียนจำนวน มากกกว่