อ่านเรื่องขำขำ "คลายเครียดกับภาษาอังกฤษของคุณโอ๋ อโณ" มาก็หลายตอน เลยนึกถึงเรื่องตลกของตัวเอง เรื่องมันน๊าน..นานมาแล้วแต่ยังจำได้ดี คือเมื่อหลายปีก่อน มีโอกาสได้ไปเมืองนอกเป็นครั้งแรก ด้วยความที่เป็นคน "อ่อน" ภาษาอังกฤษ อย่างมาก เลยไปทำเปิ่นไว้หลายเรื่อง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ซื้อตั๋วรถไฟ ตั้งใจจะซื้อตั๋วรถไปกลับ เพราะราคาจะถูกกว่าแบบเที่ยวเดียว คนขายตั๋วถามมาว่า "single ?" เราก็ตอบทันทีทันใดว่า "yes" นึกในใจว่าถามทำไม ? ฉันจะโสดหรือแต่งงานแล้ว เกี่ยวอะไรกับตั๋วรถไฟล่ะเนี่ย พอได้ตั๋วรถไฟมาเลยถึงบางอ้อว่า ที่คนขายตั๋วเค้าถามหมายถึง เราต้องการตั๋วแบบ single ticket (ตั๋วแบบเที่ยวเดียว) หรือเปล่า ไม่ได้จะถามว่าเราโสดมั๊ย...โธ่
ตกลงว่าวันนั้นเลยซื้อตั๋วแพงกว่าที่คิด เพราะว่า "โสด" เป็นเหตุ
.. เรื่องมันน๊าน..นาน กลัวจังครับ กลัวว่า … นานจนจำไม่ได้ ! เลยไม่ได้เล่า
นี่ คุณขจิต .. จะตอบความจริงได้ไง .. always น่ะไม่ได้ ต้อง never สิ .. never stop นะ .. ส่วนผมก็คงตอบว่า .. always tried but never succeeded ! :-)
ของแถม ครับ ..
ในเที่ยวบินนั้นเป็นครั้งแรกที่ครูสมหมายได้นั่งเครื่องบิน และไปต่างประเทศกับเพื่อนร่วมชั้นที่เรียนป.โท หลักสูตรพิเศษ ของสถาบันกศ.ชั้นนำแห่งหนึ่ง ก่อนเครื่องออก พนักงานต้อนรับเข็นรถอาหาร-ครื่องดื่มผ่านมา
... ต่อ
พลางพูดว่า .. " Please fasten your seat belt."
ครูสมหมายเปรี้ยวปากมานานจึงตอบว่า .. " Whisky !"
คุณ nidnoi เห็นโทษของการเป็นคนโสด (Single) รึยังค๊ะ งั้นต้องรีบ ๆ หาคนรู้ใจโดยด่วน
เรื่องขำๆ เด็กๆ ที่คุณโอ๋ คุณจิต และคุณ Handyนำมา ลปรร.
ตลกดีนะ... !!! แต่ว่า...เราคิดแทนเขาหรือเปล่าน๊อ!...
อย่าตีค่าคนด้วยเงินซีคะเพราะบางครั้งเงินไม่มีค่าอะไรเลยก็ได้สำหรับบางคน
ความรู้และจิตสำนึกในตัวเราที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์เดิม ที่อันเกิดจากการเรียนรู้ อ่าน ฟัง ดู หรือสัมผัสรับรู้ด้วยมุมมองเดียวไม่สร้างสรรค์เลยนะ ลองหันมาดูด้วยจิตทางบวกบ้างดีไหมคะ
เผื่อเรามีโอกาสไปต่างประเทศจะได้เผลอไม่แสดงอะไรเชยๆอย่างที่เล่ากันมา นะจ๊ะ
งง. !! กับความคิดเห็นข้างบน (คุณ HI เมื่อ อ. 23 พ.ค. 10:08:26 2006)
ช่วยอธิบายให้แจ่มแจ้งได้ไหมเอ่ย !!!
ก็เค้าบอกว่า "กรุณาคาดเข็มขัด" แล้วเราตอบว่า Whisky (เป็นเครื่องดื่มอย่างนึง) ไงคะ ใช่ไหมค่ะ คุณnidnoi แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นมันอาจขำไม่ออกก็ได้นะ เหอ ๆ
http://gotoknow.org/panarat
Ha Ha...I like it.
I am learning how to write Eng love letter so I always tried but it has not been success yet.
I have a joke about yes and no with my arjarm Farang.
"Don't you like it?" he asked me about eating Pizza.
"Yes, I don't." i replied him.
"Don't you go to see the movie?"
"No, I went with my friend".
If it is not a joke, please use Blender.
Sorry,
I see.
(คุณ "ไร้นาม" ที่ใครๆ เค้าตามหาตัวกัน ตกลงว่าบ้านอยู่เชียงใหม่รึคะ)
ได้อ่านเรื่องขำขัน ของทุกท่านข้างต้น ทำให้นึกย้อนไปสมัยสาว ๆ (ซึ่งนานมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังภูมิใจก็คือ บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ณ วันนั้น คือ สามีคู่ทุกข์ คู่ยาก คนปัจจุบัน) เรื่องขำขันของดิฉัน ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษซะทีเดียว แต่ก้อเกี่ยวข้องกับคำภาษาอังกฤษ ซึ่งสมัยนั้นเรายังไม่คุ้นชิน (ไม่ใช่คุ้นเคยนะคะ) จำได้ว่า เมื่อได้มีโอกาสไปทานพิซซ่า ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ทาน บริกร ก็เดินมาถามว่าจะรับอะไรบ้างค่ะ และ ด้วยความที่เรารู้สึกว่า เราเป็นคนบ้านนอก (เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นนะคะ) และไม่อยากให้เขาจับได้ ก็พยายามแสดงว่า ฉันมาทานบ่อย ฉันมีกะตังค์ ก็เลยสั่งเสียงดังฟังชัดว่า "ขอพิซซ่าซีฟู้ดถาดใหญ่" (ทั้ง ๆ ที่ไปสองคนกับแฟน) บริกร ก็ถามกลับมาด้วยความรวดเร็ว ซึ่งขณะนั้น เราจับใจความไม่ได้ อาจเป็นเพราะภาษาที่เราไม่คุ้นชิน (อะไร ควาย ๆ วะ "นึกในใจ") แล้วก้อตอบไปอย่างเสียงดังฟังชัดอีกเช่นกันว่า "ไม่รับค่ะ" หนำซ้ำพอทานเสร็จ (ซึ่งเต็มที่แล้วก็คือ ทานคนละชิ้น ก็ด้วยความไม่คุ้นชินอีกนั่นแหละ) แล้วก้อเรียก check bill พร้อมกับเดินลุกออกไปด้วยความภาคภูมิใจ โดยทิ้งพิซซ่า (ถาดใหญ่) ที่เหลืออีกปรมาณ 6 ชิ้น ไว้บนโต๊ะ เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก หลังจากนั้นอีกหลายปี เราถึงได้รู้ว่า ไอ้คำว่า ควาย ๆ ที่เขาว่านั่นหนะ คือ french fried (มันฝรั่งทอด ถ้าสะกดผิด ต้องขออภัยด้วยนะคะ) ทุกครั้งที่เราสองคน และครอบครัวไปนั่งทานพิซซ่า ก็จะนึกถึงเรื่องวันนั้นทุกครั้ง แล้วก็จะขำกันในใจสองคน แล้วอีกอย่างหนึ่ง เราเพิ่งทราบค่ะว่า พิซซ่า ทานเหลือ สามารถให้บริกร ใส่กล่องกลับไปทานต่อที่บ้านได้ (นึกถึงทีรัย ยังเสียดายไม่หายเลยเนี่ย)
ขอบคุณคุณรัตติยาค่ะ ที่เล่าเรื่องได้สนุก ๆ ให้ฟัง เล่าเรื่องได้ดีแบบนี้ น่าจะเขียนบันทึกเรื่องอื่นๆ ได้น่าอ่านเช่นกัน ตามไปดูที่ blog ”ชุมชนคนคุณภาพ” แล้วค่ะ มีเพียงบันทึกเดียว น่าจะเขียนอีก จะตามไปอ่านค่ะ
ขอบคุณนะคะ คุณ nidnoi สำหรับข้อคิดเห็น จริง ๆ แล้ว มีข้อมูล และมีความรู้ ในงานที่รับผิดชอบ (ด้านประกันคุณภาพ กับด้านพัฒนาบุคลากร) ที่อยากจะเล่ามากมาย แต่กำลังหัดพยายามเรียงร้อยถ้อยคำให้เป็นภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย อ่านแล้วผู้ฟังไม่สับสน แวะเวียนเข้ามาใน blog gotoknow ประจำค่ะ พยายามฝึกอ่าน blog ที่พี่ ๆ เขาเขียน ขอความมั่นใจอีกนึดนึงหนะคะ แล้วจะเล่าเรื่องที่เป็นประโยชน์ ให้พวกเราชาว blog ได้ฟัง (จิง ๆ แล้ว โดนบังคับขู่เข็ญ จากคุณ pam อยู่ออกบ่อย ว่าเมื่อไหร่จะได้ฤกษ์เขียน blog ซะที มัวแต่ comment คนอื่นอยู่นั่นแปละ) รับปากค่ะ ว่าอีกไม่นานเกินรอ
เรียนคุณ nidnoi ได้ถือวันฤกษ์งามยามดี วันที่ 27 พ.ค.49 วันครบรอบวันเกิด เข้าสู่ขวบที่ 5 ของลูกสาวคนเล็ก เป็นวันเติมความกล้าในการถ่ายทอดความรู้สู่ชาว blog ฝากคุณ nidnoi เข้าไปเสนอแนะด้วยนะคะ จะได้นำไปปรับปรุงการเขียนให้ดียิ่งขึ้นคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ หัวข้อคือ AAR จากการเข้ารับการอบรมในหลักสูตร การพัฒนาการจัดการความรู้ในองค์กร
เข้ามา...แอบดู"คุณไร้นาม"...
ขำมากเลยคะ...ขอบคุณผู้บันทึก
ที่แบ่งปันความสุข...ให้คนอื่นได้หัวเราะ..
เห็นหัวข้อน่าสนใจดีเลยเข้ามาดู......
ก็ตลกดีนะครับ ความผิดพลาดของเราบางครั้งมันก็ไม่เศร้าไปซะทีเดียว ตลกด้วยซำ.... ขอบคุณคับที่เอามาบอกเล่า ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลย thank you