คนเราในสังคมมักจะคิด จะทำอะไรกันทีละอย่าง
เวลาเรียนหนังสือก็เรียนได้อย่างเดียว จะเอาการกระทำดีมายุ่งเกี่ยวด้วยไม่ได้
เด็กสมัยนี้ในเวลาที่เรียนอยู่จึงดูแลพ่อและแม่ไม่ได้ แล้วพ่อแม่ก็แถมท้ายอีกว่า ไม่ต้องห่วงพ่อและแม่หรอกลูก มีหน้าที่เรียนก็เรียนไป
เด็กสมัยนี้ก็เลยกลายเป็นเด็ก “อกตัญญู” แล้วความอกตัญญูนี้เองส่งผลให้การเรียนนั้นไม่ก้าวหน้า หรือจบออกมาก็ไม่มีงานทำ

หรืออย่างเช่นผู้ใหญ่ก็ตาม เวลาทำงานก็ทำอย่างเดียว จะเอาเก็บเกี่ยวความสุขมาร่วมกับการทำงานไม่ได้
จันทร์-ศุกร์ จึงเป็นเวลาทำงาน “ทำความทุกข์” ทำไป ทำไป เพื่อรอวันหยุด วันที่คิดว่าจะสุขได้เพียงวันเดียว

การกระทำเชิงเดี่ยว (Mono-action) ดังเช่นที่ว่านี้ ทำให้คนเราไม่สามารถทำ “ความดี” ให้เนียนเข้าไปกับชีวิตประจำวันได้
ทำงานก็ทำงานอย่างเดียว เรียนก็เรียนอย่างเดียว เราไม่สามารถทำงานและเรียนไปพร้อมกับการ “กระทำความดี” ได้...

หรืออย่างเช่น เวลาหาเงิน เราก็ก้มหน้าก้มหน้าหากันเต็มที่ จะคด จะโกง ก็ต้องทำ
แต่ถึงเวลาไปวัดนั่นแหละถึงจะเป็นคราวที่ลด ละ เลิก ความชั่ว

ความคิดแห่งการกระทำที่เราชอบทำอะไรทีละอย่าง ทีละอย่างแบบนี้ ทำให้เราเสียโอกาส “พัฒนาจิต” ของเราไปมาก
วันนี้เราจึงต้องผสม ผสาน ให้ความดีนั้นเนียนเข้าไปในเนื้องาน (Goodness to Routine) เพื่อที่จะเสริมสร้างจิตให้ “เจริญ...”

การพัฒนาจิต ถ้าหากคิดตามหลักของ “การกระทำเชิงเดี่ยว (Mono-action)” แล้ว เราก็ต้องหาเวลาว่าง ๆ ไปภาวนา ไปนั่งสมาธิ
แต่ถ้าหากเรา “วิวัฒนาการจิต” ซึ่งสามารถ “พัฒนาการชีวิต” ให้ดีได้ในทุกลมหายใจ

ไม่ว่าเราจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ที่บ้าน ที่โรงเรียน หรือที่ทำงาน เราสามารถผสมผสาน “ความดี” ได้ในทุกกิจกรรม

การคิดดี พูดดี ทำดี กับทุก ๆ ชีวีที่อยู่รอบข้าง เป็นใบเบิกทางที่จะทำให้ความดีนั้นเนียนเข้าไปใน “ชีวิต...”

การกระทำเชิงเดี่ยวนั้น ทำให้ “จิตวิญญาณ” ของเรานั้นอ่อนแอ การเสียโอกาสจากการทำความดีนั้นมักทำให้เราพ่ายแพ้ต่อ “กิเลส” อันรุมเร้า

การทำความดีให้เนียนเข้าไปในเนื้องาน (Goodness to Routine) จึงเป็นสะพานสร้างชีวิต
ชีวิตที่มีความดีเป็นพื้นฐานแห่งจิต ชีวิตนั้นย่อม “เจริญ...”