รถกู้ชีพฉุกเฉิน พยาบาลEMS
เพลาเย็นของห้วงปฏิบัติงานนอกเวลาผลัดบ่ายวันหยุดวันหนึ่งของเดือน วันนี้ฝนตกประปราย ตกๆ หยุดๆ ทั้งวัน ถนนลื่น..น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากเลย โดยเฉพาะถนนบนดอย เอ่ยถึงถนนบนดอยสายนี้ขึ้นชื่อ ทีมพยาบาลห้องฉุกเฉินทุกท่านเป็นที่รู้จักกันดี ในด้านวีรกรรมการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางบก
“ ผู้รับบริการท่านต่อไปคุณ...เชิญค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วขานชื่อผู้รับบริการนอกเวลาดังขึ้นเป็นระยะ บ่งบอกถึงการทำงานและระยะเวลาเดินตามกันไปอย่างไม่ลดละ
“กริ๊ง” เสียงเครื่องมือสื่อสารสีเทาหม่นใต้ทีวีเครื่องเล็กสีดำดังขึ้น เสียงนี้มีอานุภาพพอสมควร ทำให้หัวใจพยาบาลทีมเวรบ่ายหัวใจตุ้มๆต่อมๆ โดยเฉพาะพยาบาลสมาชิกทีมที่ได้รับการมอบหมายงานให้ทำหน้าที่พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน ซึ่งต้องออกปฏิบัติการให้การพยาบาลฉุกเฉินนอกสถานที่พร้อมกับพนักงานขับรถ ถึงกับหัวใจเต้นแรง ชีพจรแรงเร็ว อันแสดงถึงความตื่นพร้อม ในการออกปฏิบัติการ ในงานที่ได้รับมอบหมาย ที่ได้ถือปฏิบัติกันมาจนมีชื่อเสียงติดระดับแนวหน้าของทีมจังหวัด เป็นการบริการที่ได้ใจ เข้าถึงผู้รับบริการ ญาติ ชาวบ้านอย่างแท้จริง รวมถึงการให้คำแนะนำการพยาบาล การดูแลผู้ป่วย ก่อนไปถึงจุดเกิดเหตุด้วย
“ กริ๊ง “กริ๊ง” สัญญาณที่สองจากเครื่องเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
“ แม่ยม 2 ศูนย์รับแจ้งเหตุ ” เสียงวิทยุสื่อสาร ว.2 ว.8 เครื่องสีดำดังขึ้นพร้อมกัน
พยาบาลห้องฉุกเฉินขออนุญาตผู้รับบริการรายหนึ่งซึ่งกำลังทำแผลประจำทุกวันอยู่แล้วให้รอสักครู่ แล้วกระวีกระวาดมายกเจ้าไมค์สีดำขึ้นจ่อใกล้ๆปาก ด้วยเนื่องจากเสียงเหล่านี้อาจบอกกล่าวแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือต้องการการช่วยเหลือรีบด่วนก็เป็นได้
“ แม่ยม 2 ว. 2 “กริ๊ง” เสียงของน้องบาล ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“ แม่ยม 2 ออก ว.4 เหตุว.40 ที่......” “ แม่ยม 2 พร้อมออก ว.4 หรือไม่ ”
“ กริ๊ง ” และหนึ่งในสองเสียงนั้น คือโทรศัพท์จากตำรวจที่ขอให้โรงพยาบาลเตรียมความพร้อมณ.สถานพยาบาล และพร้อมออกปฏิบัติการเหตุว.40 มีผู้บาดเจ็บติดในรถ ที่....”
“ เหตุเดียวกันกับที่ศูนย์สั่งการแจ้งหรือไม่คะ ” พยาบาลห้องฉุกเฉินไตร่ตรองเหตุแจ้งทันทีอย่างใช้สติ แล้วรีบถามกลับไปทันที
“ เดี๋ยวประสานอีกที ” ตำรวจให้ถือสายรอ ระหว่างรอก็ได้ยินเสียงวิทยุตำรวจลอดโทรศัพท์ออกมา
“ เหตุเดียวกัน ” ตำรวจตอบโทรศัพท์
“ ขอบคุณค่ะ ” พลันรีบวางสาย และหยิบสมุดโทรศัพท์ตามพนักงานขับรถ เตรียมอุปกรณ์ออกรับผู้ป่วย อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับออกรับผู้บาดเจ็บจะมีความแตกต่างจากการรับผู้ป่วยฉุกเฉินทั่วไป ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายไป
“ เหตุ ว.40 ระยะทางมากกว่า 10 กิโลเมตรขึ้นไป เข้าเกณฑ์การตามพยาบาลกู้ชีพนอกเวลา”(ขอเรียกพยาบาลEMS) หัวหน้าเวรกล่าว
แอบยิ้มเล็กๆ กัน น้องพยาบาลตัวเล็กในทีมเปรยด้วยเสียงใส “ งั้นพวกเรากินข้าวกันเลยดีไหม ” “ หิวข้าวแล้วง่ะ ” หลังจากผู้รับบริการรายสุดท้ายออกประตูห้องไปพวกเธอก็รีบล้างมือ เตรียมขึ้นโต๊ะอาหารสมมุติกันทันที เพราะไม่ทราบเวลาข้างหน้าจะเป็นเช่นไร และแล้วรถกู้ชีพฉุกเฉินก็บึ่งออกจากโรงพยาบาลไปด้วยความรวดเร็ว
ณ ช่วงเวลาที่ออกปฏิบัติการEMSรับผู้บาดเจ็บ ใช้เวลานานพอสมควรเพราะกว่าจะเคลียร์พื้นที่เพื่อให้รถเครนเข้าไปยกรถที่เกิดอุบัติเหตุให้ขยับ เพื่อจะให้รถกู้ชีพฉุกเฉินไปถึงจุดที่เหมาะสมสำหรับรับผู้บาดเจ็บ ต้องเคลียร์ถนนซึ่งเต็มไปด้วยพืชผลเกษตรที่เทกระจาดเต็มผิวถนน เมื่อรถเครนสามารถขยับรถคันที่เกิดอุบัติเหตุได้ จึงสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถ เคลื่อนย้ายมาที่รถกู้ชีพ ให้การพยาบาลในรถกู้ชีพ นำผู้บาดเจ็บส่งถึงโรงพยาบาลด้วยความปลอดภัยอำนวยความสะดวกให้ผู้บาดเจ็บโดยช่วยแจ้งญาติ ติดต่อญาติให้ ซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมด้วยจิตใจของความเป็นมนุษย์
เมื่อรถกู้ชีพฉุกเฉินกลับจากรับผู้บาดเจ็บมาถึงโรงพยาบาลส่งถึงห้องฉุกเฉิน สายตาเหลือบเห็นโต๊ะอาหารสมมุติยังมีอาหารอยู่เหมือนเดิม ไม่พร่องแม้แต่น้อยนิด และยังไม่ได้แกะออกจากถุงพลาสติก จึงมองปริบๆด้วยความเอ็นดู
บรรยากาศภายในห้องฉุกเฉินยาวค่ำวันนั้น น้องๆพยาบาลทุกคนสาละวนกับการให้การพยาบาลผู้รับบริการของตนอย่างเอาใจใส่บ้างเย็บแผล บ้างตรวจผู้ป่วยนอก ภายใต้สีหน้าหิว เหนื่อย โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ ผู้ป่วยห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินได้รับการซักประวัติ ตรวจร่างกาย จ่ายยา จำหน่ายผู้ป่วยด้วยความรวดเร็ว รายงานแพทย์รายที่เกินขีดความสามารถ ให้การพยาบาลด้วยความเต็มใจ นุ่มนวล เน้นความเข้าถึงจิตใจผู้รับบริการ ระหว่างให้การพยาบาลได้พูดคุยให้ความรู้เฉพาะโรค เพื่อให้ผู้บริการตระหนักรู้ถึงความสำคัญ ความใส่ใจในการให้การบริการ และเพื่อการพยาบาลที่ครอบคลุม และแล้วผู้ป่วยอุบัติเหตุรายนั้นแพทย์มีคำสั่งให้พักรักษาตัวในโรงพยาบาล
หนึ่งในทีมพยาบาลห้องฉุกเฉินนอกเวลาวันดังกล่าวนั้นมีเจ้าหน้าที่ห้องคลอดร่วมปฏิบัติงานด้วย “ผู้รับบริการห้องคลอดมาแล้วครับ” พี่เวรเปลบอกพร้อมกับเข็นรถเข็นส่งผู้รับบริการเข้าห้องคลอดไป น้องในทีมที่รับผิดชอบงานห้องคลอดส่งงานต่อให้ทีม ผละจากงานห้องฉุกเฉินตรงไปห้องคลอด เพื่อปฏิบัติภารกิจในความรับผิดชอบของตัวเองต่อไป ทีมพยาบาลที่เหลือสบตากัน..ถอนหายใจ
“กริ๊ง” เสียงอะไรกันอีกละนี่
น้องพยาบาลเอื้อมมือรับโทรศัพท์ แต่สายตายังจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขณะที่กำลังบันทึกการพยาบาล การรักษาหลังจากให้การพยาบาลเฉพาะรายไป
“ออกรับผู้ป่วยเจ็บป่วยฉุกเฉินบ้าน…..อาการ…” อย่าเพิ่งรีบวางสายค่ะ พร้อมถามตำแหน่งที่ตั้งของบ้าน การปฏิบัติที่ควรทำก่อนรถกู้ชีพไปถึง เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ลดความรุนแรงของโรคหรือการเจ็บป่วยยึดหลักcoordinate care แก้ปัญหาร่วมกัน
รถกู้ชีพออกรับผู้ป่วยรายต่อไปจึงเกิดขึ้น เน้นความสะดวกสบาย และลดการรอนาน ลดอาการรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นนำไปสู่อาการที่เลวลง สถานการณ์ภายในห้องยังคงปฏิบัติงานอย่างขะมักเขม้น หาได้จางหายไปเหมือนเสียงและควันรถกู้ชีพที่ขับเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลไป แข่งกับเสียงลำไส้บีบตัวเป็นระยะ แต่ยังทำงานกันอย่างไม่ย่นย่อ เพื่อหวังให้ผู้รับบริการได้รับความสุขสบาย และสามารถกลับไปดูแลตนเองที่บ้านระหว่างผู้ป่วยและญาติอย่างบูรณาการ ความกรุณาปราณีนั้นได้หลั่งมาเองเหมือนสายฝนอันชื่นใจ หาได้มีใครบังคับไม่
รถกู้ชีพฉุกเฉินกลับมาพร้อมผู้ป่วยอาการที่บ่งบอกถึงความรุนแรง ต้องการรับการรักษาเร่งด่วน ใกล้ชิด รีบรายงานแพทย์ทันใด แพทย์เยี่ยมอาการ “ใส่ทิวป์ครับ” แพทย์บอกเสียงสุภาพ นุ่ม ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพประสบผลสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว แพทย์ส่งผู้ป่วยรับการรักษาต่อไปยังโรงพยาบาลที่ศักยภาพสูงกว่า
น้องพยาบาลห้องคลอด เดินกึ่งวิ่งมาที่ห้องฉุกเฉิน “พี่ หนูพีวีแล้วเหมือนเจออะไรนุ่มๆ ช่วยคอนเฟิร์มหน่อยได้ไหมคะ “ น้องตัวเล็กร้องขอมา “นุ่มๆเหมือนส้นเท้าเช่นกัน รายงานหมอดีกว่า” พร้อมแนะนำ แพทย์เยี่ยมอาการ ตรวจร่างกาย ส่วนนำไม่ใช่หัวอาจทำให้เกิดความลำบากในการคลอด ส่งต่อรับการรักษาแพทย์เฉพาะทางดีกว่า แพทย์เขียนใบส่งตัวและพร้อมกับรถพยาบาลส่งผู้ป่วยก้อเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลไป
“ถอนฟันออกหื้อตุ๊ลุงกำเต้อ หมอ”
ผู้ป่วยเตียงกลางห้องร้องขอขณะนอนรอการออกฤทธิ์ของยาแก้ปวดชนิดฉีด และการประคบเย็นเพื่อลดการเจ็บปวด แม้จะช่วยได้ทางด้านจิตใจก็ตามเถอะ
พยาบาลหน้าสาวท่านนั้นไปประเมินอาการผู้ป่วยซ้ำ เห็นควรว่าน่าจะให้การรักษาและการพยาบาลในห้องฉุกเฉินได้จึงได้ทำตามการร้องขอโดยไม่ลืมรายงานแพทย์เวร ผู้ป่วยให้พรเป็นการใหญ่ เนื่องจากความทุกข์จากความเจ็บปวดได้บรรเทาเบาบางลง แม้จะยังไม่หายปวดเป็นปลิดทิ้งก็ตาม ความสุขแม้เพียงเล็กๆก็ตามสามารถนำมาซึ่งความอิ่มใจของผู้รับ
เวลาห้าทุ่มกว่าล่วงเลยผ่านไป
“ พวกเรารองท้องกันหน่อยไหม” ชวนกันในทีม พร้อมขยับเก้าอี้
เสียงรถญาติบึ่งมาอย่างรวดเร็วจอดสนิทหน้าจุดรับส่งผู้ป่วย “ผู้ป่วยหัวแตกเลือดไหลไม่หยุดครับ”พี่เปลคนเดิมพูด พร้อมเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเข้าห้องฉุกเฉินด้วยความรวดเร็วแข่งกับเสียงร้องบ่งถึงความเจ็บปวด
“เก็บกับข้าวในบัดดล” หัวหน้าทีมสั่ง
แล้วพวกเธอก็รีบให้การพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุรายสุดท้ายของเวรบ่ายอันหฤโหดอย่างเต็มที่เต็มใจ มีรอยยิ้ม สร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความสุขในเวลาอันแสนเหน็ดเหนื่อย สุดท้ายผู้บาดเจ็บปลอดภัย ประทับใจบริการ กล่าวขอบคุณหมอ ทำให้มีรอยยิ้มกันทั้งสองฝ่าย
ณ.เวลา 23.55น ยิ้มออกกันแล้ว พยาบาลเวรผลัดดึกขึ้นมาตรวจนับของใช้เตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติงานผลัดดึก
ขณะส่งเวร “พี่ หนูฝากลงรายละเอียดเคสนี้ ค้างรายงานอบ. รูป และ….”อะไรอีกหลายรายการพร่ำออกมาจากปาก
“ พวกหนูขออนุญาตไปกินข้าวค่ะ”
“ จ๊อก จ๊อก “ ทีมพยาบาลเวรบ่ายเดินออกจากห้องทำงาน พร้อมกับเสียง??…..และรอยยิ้มเบา เบา /aujung ห้องฉุกเฉินอยู่ในเหตุการณ์และ เล่า..
SHA-SONG/siriwan
ตบมือให้พวกเราหน่อย พยาบาลทำได้ทุกๆอย่าง จริง ชื่นชม สมแล้วละที่ได้รับรางวัล
จากศิษย์เก่าเจ้า
พยาบาล ER ต้องอดทนและทนอด(หิว) ต่อทุกสภาวะ และเป็นได้ทุกอย่างแล้วแต่สถานะการณ์ ทำดีต่อไปน้องๆเอ๋ย ...เจ๊เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ/ juey
ใช่เลยล่ะ.......พยาบาลห้องฉุกเฉินตัวจริง .......ทั้งห้อง ER / LR พี่นุชเข้าใจ การอยู่เวรทั้ง 2 แห่ง ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ ..../ พี่นุช LR
ต้องขอชื่นชมหัวหน้างาน ER ที่ได้ใจน้องๆและเป็นกำลังใจให้น้องทุกคนสู้กับงานทุกรูปแบบ ป้าไพขอเป็นกำลังใจให้ทกๆคนจ๊ะ /ป้าไพ