พาฟลอฟ
ผู้ให้กำเนิดแนวทฤษฎีการเรียนรู้แบบวางเงื่อนไข
เขาได้ศึกษาถึงความสัมพันธ์ของปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
โดยทำการทดลองกับสุนัขพบว่า
น้ำลายที่ไหลจากปากของสุนัขในขณะมีอาหารนั้น
ไม่ได้เกิดจากอิทธิพลของอาหารในปาก
แต่เกิดจากการมองเห็นอาหารของสุนัข
การมองเห็นอาหารมีอิทธิพลต่อการไหลของน้ำลาย
และการได้กินอาหารก็จะทำให้เกิดน้ำลายไหล
ซึ่งเป็นการเรียนรู้ของสุนัข
พาฟลอฟเชื่อว่า
การเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการวางเงื่อนไข การตอบสนองหรือ
การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งเร้านั้น ๆ
ต้องมีเงื่อนไขหรือมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น
ซึ่งครูผู้สอนหลายคนได้ประยุกต์ทฤษฎีนี้มาใช้ในการสร้างเงื่อนไขให้นักเรียนสามารถจดจำเนื้อหาต่าง
ๆ ได้ดี ที่เราเคยเรียนกันมา
ครูสอนภาษาไทยมักจะมีเงื่อนไขในการจดจำให้เราหลายเรื่อง
มีทั้งเป็นบทกลอนหรือคำประพันธ์ลักษณะต่าง ๆ เช่น
“ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ…”
(สอนเรื่องคำที่ใช้สระ “ใ” 20 คำ)
“บันดาล ลงบันได บันทึกไว้ให้จงดี…”
(สอนเรื่องคำที่ใช้ “บัน”)
หรือบางทีก็เป็นคำที่ช่วยในการจำ เช่น
“ไก่จิกเด็กตาย บนปากโอ่ง”
(สอนเรื่องอักษรกลาง)
“ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉัน”
(สอนเรื่องอักษรสูง)
ยังมีการสร้างเงื่อนไขให้จดจำได้ดีอีกหลายเรื่อง
ที่เราจำคุ้นหูกันมากตั้งแต่เด็กจนโต
แต่มีครูสอนวิชาสุขศึกษาคนหนึ่ง
สร้างเงื่อนไขให้นักเรียนจดจำเกี่ยวกับประโยชน์ของวิตามินต่าง
ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ใครจะจำไปใช้ก็ได้นะ
(แต่อย่าหลงแต่สอนให้จำอย่างเดียวล่ะ)
“ เอ - ตา
(ป้องกันตาฟาง)
บี -
ชา
(ป้องกันเหน็บชา)
ซี -
ฟัน
(ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน)
ดี -
ดูก
(ทำให้กระดูกแข็งแรง)
อี -
หมัน (ป้องกันการเป็นหมัน)
เค -
แข็ง (ช่วยให้โลหิตแข็งตัวเร็วขึ้น)”
ครูที่เก่งจะสร้างสรรค์กลวิธีในการสอนเด็กได้เสมอ