:: รื่ล่...เร้าพลัง ::

(ตอน ~ การสร้างเสริมความรู้ที่คงนด้วยการ์ตูนแบบฝึกหัด)

 

:: 29 กันยายน 2552 ::

          ข้าพเจ้านางสาวฐิติรัตน์  พรทิพย์วิวัฒน์ อาชีพรับราชการครู ในตำแหน่ง ครู คศ.1 มีประสบการณ์สอน 3 ปีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติงานสอนที่โรงเรียนวัดโนนสภาราม (นารถ วาจาวุทธ อุปถัมภ์) ต.กุดนกเปล้า อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี เป็นโรงเรียนขยายโอกาส วิชาที่ได้รับมอบหมายให้ทำการสอนคือวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6

        เมื่อข้าพเจ้าได้มาสอนในโรงเรียนปีแรก โรงเรียนเองก็เพิ่งได้รับมอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จากโครงการ"หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน"มาใหม่ๆ ข้าพเจ้าได้พบว่านักเรียนที่ข้าพเจ้าสอนส่วนใหญ่ไม่เคยมีความรู้และใช้คอมพิวเตอร์มาก่อน ทั้งนี้เพราะเขาไม่เคยรู้จักและสัมผัสกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งที่บ้านและโรงเรียน เมื่อนักเรียนไม่มีสื่ออุปกรณ์ เช่น หนังสือเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ ไว้ศึกษาและทบทวนสิ่งที่ครูสอนด้วยตนเองที่บ้านได้ ทั้งนี้เนื่องจากนักเรียนมีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก พ่อ แม่ ผู้ปกครองไม่สามารถหาสื่ออุปกรณ์เหล่านั้นไว้ให้ลูกหลานได้ ทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้ช้า ไม่ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อีกทั้งตารางเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ในแต่ละระดับชั้น นักเรียนจะได้เรียนคอมพิวเตอร์สัปดาห์ละครั้ง สัปดาห์ละ  1 ชั่วโมงสำหรับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1-3 และสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงสำหรับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทำให้นักเรียนลืม และไม่สามารถจดจำสิ่งที่ครูสอนได้ คือขาดความรู้ที่คงทนในทุกระดับชั้น เรียนสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าก็จะลืมทำให้ครูต้องทบทวนย้อนกลับไป กลับมาทุกครั้ง การเรียนการสอนจึงไม่ลื่นไหล และไม่ต่อเนื่องตามที่ควรจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ที่พอจะสามารถอ่านออกเขียนได้ข้าพเจ้าเลือกใช้วิธีการสอนโดยใช้ใบความรู้และบางครั้งให้นักเรียนจดบันทึกใส่สมุด  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 นักเรียนยังอ่านและเขียนได้ช้า ทำให้การเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ช้าไปด้วย

          จากปัญหาดังกล่าวที่ว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ยังอ่าน และเขียนไม่คล่อง ทำให้นักเรียนไม่สามารถจดบันทึกสิ่งที่ครูสอนได้ดี บางคนเขียนตกหล่นเพราะต้องมองและจดบันทึกตามบนกระดานที่ละตัวอักษร บางประโยคที่จำเป็นขาดหายไป นักเรียนจึงนำบันทึกกลับไปอ่านทบทวนที่บ้านไม่ได้ ทั้งยังไม่มีสื่ออุปกรณ์ไว้ทบทวนความจำอีกด้วย  เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะทำการวิจัยเรื่อง “การสร้างเสริมความรู้ที่คงทนด้วยการ์ตูนแบบฝึกหัด” เพื่อใช้เป็นสื่อเสริมให้นักเรียนแทนการซื้อหนังสือที่มีราคาแพง และชดเชยการไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน โดยเลือกกลุ่มวิจัยจากนักเรียนโรงเรียนวัดโนนสภาราม (นารถ วาจาวุทธ อุปถัมภ์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 37 คน ใช้เวลาดำเนินการตลอดปีการศึกษา 2552

          โดยข้าพเจ้าใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นแม่แบบในการออกแบบสร้างแบบฝึกหัดสำหรับนักเรียน โดยกำหนดเนื้อหาให้นักเรียนมีความรู้บรรลุผลตามตัวชี้วัดในหลักสูตร เนื้อหาในแบบฝึกหัดที่สร้างจะใช้ตัวการ์ตูน ชื่อ “พี่คอม” ซึ่งครูออกแบบให้มีความน่าสนใจ ใช้เป็นตัวละครดำเนินเรื่องเนื้อหาตามหลักสูตร พี่คอมจะสอนและแนะนำให้นักเรียนให้เรียน ทำแบบฝึกหัด และเกมฝึกสมองต่างๆ ซึ่งเกมจะช่วยให้นักเรียนผ่อนคลายระหว่างบทเรียน และยังช่วยเสริมทักษะการคิด การทำงานต่างๆ ด้วย

          นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังพบปัญหาที่เป็นจุดด้อยของตัวเอง คือ ข้าพเจ้ายังไม่สามารถสอนทักษะความรู้ด้านภาษาไทย (การอ่าน เขียน สะกด ผสมคำ) ควบคู่ไปกับการสอนคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนได้ดี บางครั้งสอนสะกดไม่ตรงกับที่ครูภาษาไทยสอน ทำให้นักเรียนสับสน บางครั้งมีคำศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ต่างๆ นักเรียนก็ยังสะกด ผสมคำไม่เป็น ทำให้นักเรียนเกิดการรับรู้แต่ภาษาพูด ไม่รู้จักภาษาเขียน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเพิ่มเติมให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการเขียนคำศัพท์ต่างๆ และได้สอดแทรกภาพ เพื่อให้นักเรียนได้จดจำภาพ พร้อมกับจดจำรูปแบบของตัวอักษร ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย

          ผลจากการนำไปใช้ ปรากฏว่า ยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรเพราะนักเรียนไม่ได้นำแบบฝึกหัดไปทบทวน เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน จึงต้องขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง ให้ช่วยดูแลและเขียนชื่อกำกับเมื่อนักเรียนได้ทำการทบทวนในแบบฝึกหัด ซึ่งลายเซ็นของผู้ปกครองจะนำมาใช้ร่วมเป็นคะแนนเก็บของนักเรียนอีกทางหนึ่งด้วย จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวทำให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น และแข่งขันกันเพื่อให้ได้ลายเซ็นของผู้ปกครองของตนใน  แบบฝึกหัด แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นคะแนนเก็บอีกขั้นหนึ่ง

           การสร้างเสริมความรู้ที่คงทนด้วยการใช้การ์ตูนแบบฝึกหัด ทำให้นักเรียนมีความเข้าใจในการเรียนมากขึ้น และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น เพราะมีสื่อไว้ทบทวนสิ่งที่ไม่เข้าใจได้ที่บ้าน การใช้แบบฝึกหัดร่วมกับการปฏิบัติจริงในคอมพิวเตอร์ ทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้รวดเร็วตามเป้าหมายที่กำหนด    การเรียนมีประสิทธิมากขึ้น นักเรียนกลุ่มเก่งไม่เบื่อหน่ายที่ต้องรอให้ครูทบทวนบทเรียนเก่าๆ ให้กลุ่มกลางและอ่อนฟังทุกครั้ง เพราะนักเรียนทุกคนสามารถนำแบบฝึกหัดไปอ่านทบทวน หรืออ่านบทเรียนล่วงหน้าได้ที่บ้าน ทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ มีความมั่นใจและไม่กลัวคอมพิวเตอร์ ทำให้การเรียนการสอนมีความสุข นักเรียนชื่นชอบและมีความกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนในชั่วโมงต่อๆ ไปด้วย