ข้าว(ใหม่) (มัน)ปลา

…เมื่อวานนี้นั่งดูหนังสารคดีเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเรา..เขมร..เมื่อปี..ที่เกิดสึนามิ..บังเอิญกำลังอยู่ในเขมรพอดี..เห็นข่าวนี้ในโทรทัศน์..เพราะบังเอิญอีกเหมือนกัน(เพราะท้องร่วง)…ได้ไปเขมรกับศิลปกรเป็นผู้จัด…เลยได้เห็นเขมร….(นิดหน่อยกับนครวัตร)..เรื่องราวของเขมรที่เห็นในจอสี่เหลี่ยม…เห็นมากกว่า…สามวันในเขมร…(แปลกดี)…และแถมไม่เหนื่อยด้วย..กับการเดินทาง(สงสัยว่าจะเป็นเพราะแก่จึงคิดอย่างนี้..อิอิ)….เขมรจะไปเกี่ยวข้องอะไรกับ…ข้าว ..ปลา….ข้าวใหม่..ปลามัน..สิ่งที่ได้เห็น ก็คือชาวเขมรยังปลูกข้าวด้วยมือ…(ดำข้าว)….ยังโพงน้ำเข้านา…ด้วยวิธีง่ายๆแบบเดิมๆ..ที่เรียกว่า..โพงน้ำ…พอเก็บเกี่ยวเสร็จเขาก็จะขนข้าวขึ้นเกวียน..หอบลูกหลานเดินทางกันไปทั้งครอบครัวไปชุมนุมกันที่ริมแม่น้ำ…ที่นั่นก็จะมีหมู่บ้านริมน้ำและชาวประมงที่จับปลาหากินกันอยู่….สิ่งที่เห็นและฝรั่ง(ก็ยังคงสนใจ)..รวมทั้งยายธี..ชาวนาเอาข้าวมาแลกปลา…ข้าวหนึ่งกระบุงแลกปลาได้หนึ่งกระบุง…(ถ้าปลามีมากข้าวราคาดี…ข้าวจะแลกปลาได้สองกระบุง)….คนทำความสะอาดสถานที่…เก็บค่าทำความสะอาด..ข้าวสิบกระป๋องจากชาวนาที่มาพักแรมเก็บหัวปลาที่เขาสับเหลือๆมาตากแดด..ขายเป็นปุ๋ย…..(ก็จะเปลี่ยนเป็นเงิน..ที่เรียกว่ากำไร)…เช่นเดียวกับชาวประมง…ที่ได้ข้าวมาจากการแลกเปลี่ยน..ที่เหลือกิน..เขาก็จะขายไปเพื่อแลกกับเงิน…(เงินเหล่านี้เขาก็บอกว่าจำเป็นเก็บไว้..ซื้อยาเมื่อครอบครัวเจ็บป่วย..และเป็นสิ่งที่แลกซื้อสิ่งจำเป็นที่ผลิตเองไม่ได้)…..ชาวนาเขมรในสายตาของชาวประมงเขมรคือคนยากจน…(สภาพการแลกเปลี่ยน..ที่ได้มาคือพอกินพออยู่..รอด)…แต่ไม่มีโอกาศที่จะเหลือไปเปลี่ยนเป็นเงิน…(เพื่อปัจจัยอีกสองสิ่งที่จำเป็น)……………ชาวประมงมีโอกาศมากกว่าชาวนา..หากธรรมชาติยังอำนวย..(ตรงนี้..สังเกตุว่าชาวประมงเขมรยังเคร่งครัดต่อกฏ..คือไม่จับปลาในฤดูวางไข่..(ไม่เหมือนบ้านเรา..อิอิ)…..สิ่งที่เห็นอีกอย่างที่น่าสนใจ..และเกิดมาก็เพิ่งจะเห็น…ปลาที่ชาวนาแลกมาเขาจะสับหัวแบ่งตากแดดทำปราร้า..ที่น่าสนใจคือ..เขาเอาปลาที่สับหัวแล้วใส่ไปในกระบุงลงล้างน้ำในแม่น้ำ…ที่ว่าล้างๆไม่ใช่ล้างอย่างเดียวเขาย่ำปลาเหล่านั้นไปด้วย(ย่ำอยู่ในกระบุง)..สิ่งที่ตามมาจากผลของการย่ำปลา..คือมันปลา..แล้วเขาก็จะช้อนมันปลาที่ลอยอยู่ในบริเวณนั้นเอาไปเคี่ยว(เห็นว่าจะเป็นสบู่)…และนี่คือเรื่องราวของ ข้าว(ใหม่ที่ปลูกและเก็บด้วยมือ) มันปลา …วิถีชีวิตที่ยังคงมีอยู่..(ดีใจที่ยังมีโอกาศได้เห็นแม้ว่าจะเห็นจากจอสี่เหลี่ยมก็ตาม…และที่ได้เห็นตามมาอีกรายการหนึ่งที่เรียกว่า..นาโน่..เขาเล่าถึงการทำนาหกร้อยเฮกเตอร์ด้วยคนเพียงสามคน..รถไถ..แทรคเตอร์ติดตั้งเครื่องอัตตโนมัติทั้งหมดครบวงจรมีความสามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะใส่ปุ๋ยใส่ยาฆ่าแมลง..คำนวนน้ำดิน..เก็บเกี่ยวเสร็จเรียบร้อย…)สุดท้ายชาวเขมรบอกว่าเขาทำสิ่งเหล่านี้มาแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว.พ่อแม่ปู่ย่าตายายเขาเกิดมาก็ทำตามๆกันไป..ไม่แปลกอะไร…ก็แลกเปลียนกันไปเท่าที่จำเป็น…(เงินทองเป็นของนอกกาย…ตรงนี้ยายธีคิดเอาเอง…เหอๆ)….