องค์กรแห่งอนาคต เข็มทิศ จะมุ่งสู่ น่านน้ำใดจึงจะก้าวไกลและยั่งยืน

      ล่าสุดของล่าสุด ได้อ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ไม่กี่วันมานี้ เขียนถึง น่านน้ำสีส้ม หรือ Orange Ocean Strategy โดย อาจารย์เสาวคนธ์ ศิริกิดากร ท่านให้ข้อคิดเห็นว่า คลื่นลูกที่สี่ คงหนีไม่พ้น เรื่องของ “จินตนาการ จิต และ ปัญญา” เป็นกระแสเรื่องความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและนวัตกรรม เป็นสิ่งที่จะมาแรงจัดในอนาคตข้างหน้า

จากการเกิดขึ้นของ “Red Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีเลือด” ถือเป็นหนทางหนึ่งที่เคยช่วยให้หลายองค์กรประสบความสำเร็จ แต่ในความสำเร็จนั้นกลับก่อให้เกิดความรุนแรงในแวดวง เพราะด้วยวิถีทางแห่งกลยุทธ์น่านน้ำสีเลือดแล้ว การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่ง ความเป็น “เบอร์หนึ่ง” การมุ่งเอาชนะคู่แข่ง เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่ง

 “Blue Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม” จึงเป็นแนวทางดำเนินองค์กรที่เกิดขึ้นตามมา เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางการตลาดแบบเดิม กลยุทธ์น่านน้ำสีครามจะไม่แข่งขัน  ไม่เอาชนะกันด้วยการลอกเลียนแบบ แต่จะเลือกพัฒนาให้แหวกแนวไปจากที่มีอยู่ เน้นความเป็นสิ่งใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้ “นวัตกรรมใหม่” และ “ความต่าง” เป็นตัวดึงดูดความสนใจ ซึ่งนั่นคือการหนีที่ไม่มีวันสิ้นสุด!

 “White Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว” เป็นฐานที่มั่นเสริมในการทำองค์กรอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะอยู่ในน่านน้ำสีเลือดหรือสีครามก็ตาม หากผู้บริหารและองค์กรมีความยึดมั่นอยู่บนคุณงามความดี ศีลธรรม และปรับมุมมองจากที่คอยตักตวงผลประโยชน์จากสังคม มาเป็นการช่วยเหลือ แบ่งปัน และ เป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวม โดยคำนึงถึงภาพกว้างของ People, Planet, Profit และ Passion เป็นแรงขับเคลื่อนในการบริหารงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่พันธกิจ วิสัยทัศน์ นโยบาย การผลิต การบริหาร การตลาด การสื่อสาร การบริหารงานบุคคล ฯลฯ

 โดยสรุป นับจากวันก่อเกิดองค์กร การบ่ายหน้านำ “นาวา” เข้าสู่น่านน้ำสีส้ม แม้จุดเริ่มต้นจะไม่ต่างกับการเข้าสู่น่านน้ำสีเลือด ปรับเปลี่ยนทิศไปสู่น่านน้ำสีคราม เติมด้วยน่านฟ้าสีขาว การหันเหสู่ “น่านน้ำสีส้ม

 

 จะเกิดความสอดรับร้อยเรียงของ จุดมุ่งเน้น กลยุทธ์ โครงสร้าง กระบวนการ การบริหารการพัฒนาคนและวัฒนธรรมองค์กร และ ยังจะเป็น “เข็มทิศ” ที่นำมาสู่การใช้ “จิต ปัญญา และ จินตนาการ เพื่อใ้ห้องค์กร เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

JJ2009ฅนธรรมดา