ผู้บริหาร:พฤติกรรมการบริหารจัดการเพื่อความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
1. รู้ว่ายุทธศาสตร์ในการนำพาสถานศึกษาไปสู่เป้าหมาย นั้น เป็นสิ่งสำคัญ แต่ ไม่พยายามที่จะค้นหาเพื่อนำพายุทธศาสตร์นั้นมาสู่การปฏิบัติให้เกิดผล
2.ไม่มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ
3. ภาระงานที่ยุ่งยากซับซ้อนไม่อยากทำ ชอบทำแต่สิ่งที่คิดว่าง่ายจึงไม่ประสบผลสำเร็จ
4. ไม่ตระหนักในบทบาทของตนเอง
5. ชอบอยู่ในที่สบาย ไม่สู้งาน
6. ทำงานไม่ตรงเป้าหมาย
7. เล่นพรรคเล่นพวก ไม่ใช้เครือข่ายในการทำงาน
8. ตัดสินใจบนพื้นฐานของใจ ไม่ใช้ข้อมูลจริงในการตัดสินใจแก้ปัญหา
แนวคิดการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศเพื่อการศึกษา
การจะดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนให้การศึกษามีคุณภาพตามต้องการนั้น ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทุกองค์กรและทุกคน ต้องรู้ เข้าใจในนโยบาย เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และ ร่วมมือกันและกัน ปฏิบัติตามบทบาทภาระหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ได้แก่
1) ฝ่ายกำหนดนโยบายต้องมองเห็นภาพที่จะเกิดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ส่งเสริม สนับสนุนงบประมาณและกำลังบุคลากร
2) ฝ่ายควบคุมกำกับ ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจริงและต่อเนื่อง รวบรวมข้อมูลผลสำเร็จ
ปัญหาอุปสรรค ต่างๆ เสนอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่เพื่อแก้ไข หรือส่งเสริม สนับสนุน อย่างต่อเนื่อง
3) ฝ่ายปฏิบัติ ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เต็มเวลา เต็มหลักสูตร และเต็มใจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ เลือกทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
4) กำหนดค่าตอบแทนบุคลากรทางการศึกษาให้สูง
5) ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมเป็นคณะกรมการดำเนินการและมีค่าตองแทนที่เหมาะสม
6) สร้างวัฒนธรรมในการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เลือกเล่นพรรคเล่นพวก
7) สนับสนุนคนเก่ง คนดี ให้มีความก้าวหน้าทั้งใน ตำแหน่ง หน้าที่ และค่าตอบแทน
8) สนับสนุนให้คนเก่ง คนดี เข้ามาร่วมงานทางการศึกษา
9) ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานแก่วงการการศึกษาอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องตลอดไป
10) สร้างเครือข่ายทางการศึกษา ให้เข้มแข็ง
11) ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาและการเรียนการสอน