ในอดีตเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ชายคนนี้ (หลุยส์ โอมาร์) ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งร้ายแรงบนเกาะลันซาโรเต ไม่เพียงสูญเสียการมองเห็น แต่ยังสูญเสีย เลนา (เพเนโลปี ครูซ)ผู้เป็นรักเดียวในชีวิตไปด้วย ผู้ชายคนนี้มี 2 ชื่อ หนึ่งคือ แฮร์รี เคน นามปากกาแฝงความขี้เล่นที่จะใช้กับงานเขียนต่างๆ รวมทั้งบทภาพยนตร์ กับอีกหนึ่งคือชื่อจริง มาเตโอ บลังโก ซึ่งเขาใช้ในชีวิตประจำวันและในงานกำกับภาพยนตร์
หลังจากอุบัติเหตุ เขาเหลือไว้แต่นามปากกา แฮร์รี เคน ก็ในเมื่อเขากำกับภาพยนตร์ไม่ได้แล้ว ก็ให้คิดเสียว่า มาเตโอ บลังโก ตายไปพร้อมกับ เลนา ผู้เป็นยอดดวงใจบนเกาะลันซาโรเตแล้ว ทุกวันนี้ แฮร์รี ยังมีชีวิตอยู่ได้ด้วยงานเขียนบท และความช่วยเหลือจากอดีตผู้จัดการกองถ่ายที่ยังคงซื่อสัตย์กับเขาเสมอมา ฆูดิต การ์เซีย (บลังกา ปอร์ติลโย) และลูกชายของเธอ ดิเอโก (ทามาร์ โนวัส) ซึ่งเป็นเลขานุการส่วนตัวที่ทั้งช่วยพิมพ์งานและนำทางให้เขา
นับตั้งแต่ตัดสินใจจะมีชีวิตอยู่และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ต่อไป แฮร์รี กลายเป็นชายตาบอดที่มีเสน่ห์น่ารักใคร่และกระตือรือร้นที่จะพัฒนาประสาทสัมผัสอื่นๆ เพื่อความสุขของชีวิต หากแต่อยู่บนพื้นฐานของความลวง โดยการหลอกตัวเองว่าความจำเสื่อม ด้วยความที่อยากจะลบประวัติชีวิตและกำจัดรอยอดีตต่างๆ ที่สืบสาวไปถึงความเป็น มาเตโอ บลังโก ได้
แต่แล้วคืนหนึ่ง ดิเอโก ประสบอุบัติเหตุและ แฮร์รี ต้องดูแลเขา จวบจนคืนแรกๆ ที่ฟื้นตัว ดิเอโก ถามถึงวันเวลาช่วงที่ชื่อ มาเตโอ บลังโก ยังมีความหมายต่อเขา หลังจากนิ่งอึ้งไปสักพัก แฮร์รี ตระหนักว่าไม่อาจปฏิเสธที่จะตอบได้ จึงเล่าความหลังเมื่อ 14 ปีที่แล้วให้ ดิเอโก ฟัง โดยหวังแค่ว่าอยากให้ความบันเทิงแก่เขา ไม่ต่างจากคุณพ่อที่เล่านิทานกล่อมลูกน้อยให้หลับใหล
ทว่ามันคือเรื่องรักลุ่มหลงระหว่าง มาเตโอ เลนา ฆูดิต และ แอร์เนสโต มาร์แตล (โฮเซ หลุยส์ โกเมซ) ซึ่งขับเคลื่อนไปโดยโชคชะตา ความอิจฉาริษยา การใช้อำนาจในทางที่ผิด การทรยศหักหลัง และความรู้สึกผิดที่ฝังลึกอยู่ในใจ เป็นเรื่องราวเลวร้ายสะเทือนใจ ซึ่งมีฉากบีบคั้นอารมณ์ที่สุดคือตอนที่ภาพคู่รักกอดกันถูกฉีกจนขาดสะบั้นเป็นพันๆ ชิ้น
ที่มา http://www.siamzone.com/