กฎหมายปกครอง

นิติกรรมที่มีผลเป็นโมฆะ นิติกรรมที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นโมฆะเรียกว่า โมฆะกรรม หมายถึงความเสียเปล่า ใช้บังคับกันไม่ได้เลย กฎหมายไม่ยอมรับรองการกระทำการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีความผูกพันใดๆ ในทางกฎหมายเกิดขึ้น และไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้เลย ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจากการกระทำอันเป็นโมฆะหรือเสียเปล่านั้น จะยกขึ้นกล่าวอ้างเมื่อใดก็ได้ ตามที่กฎหมายวางหลักไว้ว่า โมฆะกรรม นั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ และผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมนั้นขึ้นกล่าวอ้างก็ได้
          นิติกรรมที่เป็นโมฆะ ได้แก่ นิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นิติกรรมไม่ถูกต้องตามแบบ การแสดงเจตนาซ่อนเร้น การแสดงเจตนาลวง และการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่ง นิติกรรม เป็นต้น อธิบายดังนี้ วัตถุประสงค์ของนิติกรรม  วัตถุประสงค์ของนิติกรรม คือ ประโยชน์อันเป็นผลสุดท้ายที่ผู้แสดงเจตนาออกทำนิติกรรม มุ่งประสงค์ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในสิทธิ มีกฎหมายบัญญัติว่า การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนการนั้นเป็นโมฆะ แยกพิจารณาได้ คือ
                1.การใดมีวัตถุประสงค์ของนิ ติกรรมต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายการนั้นเป็นโมฆะ
                2. การใดมีวัตถุประสงค์ของนิติกรรมเป็นการพ้นวิสัยการนั้นเป็นโมฆะ คำว่า พ้นวิสัย หมายถึง วัตถุประสงค์ที่เหลวไหล เป็นไปไม่ได้ ใช้บังคับกันไม่ได้จริง
                3. วัตถุประสงค์ของนิติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนการนั้นเป็นโมฆะวัตถุประสงค์ของนิติกรรมจะเป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป จะวางหลักตายตัวไม่ได้เพราะกาลเวลาย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามโลกาภิวัฒน์ ถ้าหากวัตถุประสงค์ของนิติกรรมขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ก็เป็นโมฆะ
                4. วัตถุประสงค์ของนิติกรรมแตกต่างกับ บทบัญญัติของกฎหมายแต่ ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นไม่เป็นโมฆะ กล่าวคือ แม้นิติกรรมนั้นมีวัตถุประสงค์ผิดแผกแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้าไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้วก็ไม่เป็นโมฆะ เช่น การบังคับจำนองขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนอง หลักกฎหมายกำหนดไว้ว่า หากได้เงินสุทธิน้อยกว่าเงินที่ค้างชำระเงินขาดเท่าใดลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในเงินนั้น แต่ในทางปฏิบัติ คู่สัญญาจะตกลงกันไว้ว่า เมื่อบังคับจำนองขายทอดตลาดแล้วเงินขาดจำนวนเท่าใด ลูกหนี้ต้องรับผิดชดใช้ให้จนครบ ซึ่งข้อตกลงเช่นนี้ใช้บังคับกันได้ เพราะไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับกันได้ แบบแห่งนิติกรรม แบบแห่งนิติกรรม หมายถึง หลักเกณฑ์หรือพิธีการอันใดอันหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ หากไม่ปฏิบัติตามแม้ว่าจะได้กระทำครบองค์ประกอบแห่งนิติกรรม  การกระทำนั้นก็ต้องตกเป็นโมฆะตาม ปพพ. มาตรา 152 ซึ่งมาตรานี้ บัญญัติไว้ว่า  การใดมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบท ี่กฎหมายบังคับไว้การนั้นเป็นโมฆะแม้ว่ากฎหมายจะเคารพในการแสดงเจตนาของบุคคลแต่ถ้าการแสดงเจตนาของบุคคลไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด กฎหมายก็ไม่บังคับให้และยังกำหนดให้การนั้น ตกเป็นโมฆะทันที ไม่เกิดเป็นผลนิติกรรมแต่อย่างใดแบบแห่งนิติกรรม แบ่งได้ เป็น 5 แบบ คือ
                 1. แบบทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายกำหนดไว้ว่า นิติกรรมประเภทใดบ้างที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ทำจะเป็นโมฆะ ทันทีไม่มีผลบังคับตามกฎหมายแต่อย่างใด เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การขายฝาอสังหาริมทรัพย์ แลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ การให้ การจำนอง เป็นต้น  นิติกรรมที่กฎหมายบังคับ ให้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าห น้าที่จะเป็นทรัพย์สินประเภทที่มีค่ามากรัฐต้องเข้าควบคุมการโอนการเปลี่ยนมือ เพื่อป้องกันการหลอกลวง การฉ้อโกง การข่มขู่ซึ่งอาจเกิดมีขึ้นได้
                2. แบบต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ประเภทนี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ แต่บังคับให้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ จัดตั้งบริษัทจำกัด การจดทะเบียนบริษัท การจดทะเบียนสมรส การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เป็นต้น
                3. แบบต้องทำเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นิติกรรมแบบนี้คล้ายการจดทะเบียน ต่างที่เพียงแต่ไปปรากฏตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าท ี่แสดงตนโดยทำเป็นหนังสือไม่มีแบบพิมพ์หรือแบบฟอร์มให้เช่น ทำพินัยกรรมฝ่ายเดียว ทำพินัยกรรมเอกสารลับ เป็นต้น
               4. แบบต้องทำเป็นหนังสือระหว่างกันเอง คือ ไม่จำเป็นต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับรู้เป็นเพียงเกี่ยวข้องกันระหว่างคู่สัญญา เช่น ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ การโอนหนี้สัญญาหย่าโดยความยินยอม เป็นต้น
               5. แบบอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ เป็นแบบเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดเป็นเรื่องๆ ไปต่างไปจากนิติกรรม 4 แบบ ดังกล่าวข้างต้น แต่เป็นนิติกรรมที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษ เช่น เช็ค ต้องมีรายการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ตั๋วสัญญาใช้เงินต้องมีรายการระบุไว้ มิฉะนั้นจะเป็นเช็คและตั๋วสัญญาใช้เงินที่ไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

http://th.shvoong.com                                              

                                               นางสาวสุพรรณี เสมอภาค เลขที่ 40 รปศ.501