วังน้ำเขียว สวนลุงไกร เห็ดสด โอโซน สุขภาพดี


ไปเล่องแก่งหินเพิงกันดีกว่า
เริ่มออกจากบ้านประมาณ 5.00 น. ไปรอรับเพื่อนที่ม.มหิดล พญาไท
เมื่อคนครบ  คนขับรถพร้อม ก็ลุยเลย  (ลืมบอกว่ารถออกจากม.มหิดลประมาณ 7 โมงพอดี)
จากนั้นก็เริ่มเดินทางไปที่วังน้ำเขียว แต่ขับรถไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ฝนตลอด ขับรถไปซักประมาณเกือบ 8 โมงกว่า ก็เริ่มหิวแล้วแวะกินอาหารในปั้ม
เมนูคือ ข้าวราดแกงเนื้อกับแกงจืดฟัก  แถมด้วยขนมครกร้อน
เมื่อกินอิ่มแล้วก็นั่งรถต่อไปจุดมุ่งหมายที่ แก่งหินเพิงริเวอร์ไซด์รีสอร์ท เพื่อจาไปล่องแก่งกันที่หินเพิงจ้า
เมื่อไปถึงก็ประมาณ 10 หรือไงนี่แหล่ะจำไม่ค่อยได้ตื่นเต้นนะ
พอไปถึงก็รีบเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมความพร้อมในการล่องแก่ง จากนั้นใส่ชูชีพใส่หมวกฟังบรรยายในการใช้แพล่องแก่งจากนั้นก็ขึ้นรถไปยังเขาใหญ่ และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทาง 2.5 โล ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีแต่เดินเหมือนเป็นหลายโลเลย เหนื่อยจัง
เจากนั้นจะเริ่มล่องแก่งมายังจุดสุดท้ายบริเวณท้ายแก่งก็ประมาณหน้าแก่งหินเพิงริเวอร์ไซด์ พอดี *(ในขณะที่เดินฝนตกครับท่าน ลองนึกดูหมูตัวกลมๆ เดินผ่าสายฝนเหนื่อยชะมัด)แต่ก็ไม่ท้อนะพยายามเดินต่อ
*แก่งหินเพิง เป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ลักษณะหินของแก่งหินเพิง
เป็นแก่งยาวประมาณ 150 เมตร ในช่วงฤดูฝน เป็นสุดยอดของการล่องแก่ง
ทริปนี้
*แก่งผักหนามล้อม มีลักษณะเป็นวังน้ำขนาดใหญ่กระแสไหลวนไปมา
*แก่งวังบอน เป็นแก่งหินสั้น ๆ ยาวประมาณ 30 เมตร กระแสน้ำจะไหล
ลาดเอียงลงมาประมาณ 30 องศาผ่านชั้นหินและเกาะต่าง ๆ จากนั้นน้ำจะไหล
เอื่อย ๆ ลงมายังแก่งลูกเสือ
*แก่งลูกเสือ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำเล็ก ๆ มีร่องน้ำสามารถพายเรือยางผ่านไปได้
แต่ต้องระมัดระวังอันตรายจากกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา
*แก่งวังไทร มีลักษณะเป็นแก่งหินกว้างประมาณ 50-60 เมตร ยาวประมาณ
150 เมตร ความกว้างของแก่งพอ ๆ กับแก่งลูกเสือ มีความลาดชันประมาณ
30 องศา  กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่น ต้องใช้
ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง
*แก่งงูเห่า ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าที่ ขญ.9 ถ้าปริมาณน้ำไม่มากนัก
จะแลเห็นเกาะแก่งต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝน กระแสน้ำ
จะไหลท่วมเกาะแก่งต่าง ๆ จนมีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ
การล่องแก่งหินเพิงส่วนมากจะมาขึ้นฝั่งกันบริเวณแก่งวังไทร เพราะมีห้องสุขา
และห้องอาบน้ำไว้บริการนักล่องแก่ง หรืออยากจะพักผ่อนนั่งรับประทาน
อาหารกลางวันที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ก็ได้ เป็นอันสิ้นสุดการผจญภัยในแก่งหินเพิง 
เมื่อออกจากรีสอร์ทแล้วก็เดินทางไปที่ไร่สุชาดาไปดูสวนองุ่นกัน มาวันนี้ค่อนข้างแฉะเพราะฝนตกพอเดินลงรถก็ไปดูสวนองุ่นไร้เมล็ดแอบเด็ดชิมอร่อยจังเปรี้ยวอมหวานแวะถ่ายรูปและเดินชมสวนดอกหน้าวัวและสวนผักไร้ดิน
จากนั้นก็ไปเที่ยวต่อที่เขาแผงม้าเพื่อไปดูกระดิง แต่ไปวันนี้ผิดหวังจังไม่เห็นอะไรเลยนอกจากคน เพราะคนที่ไปดูไม่ค่อยเข้าใจะธรรมชาติเพราะพอไปถึงก็พากันส่งเสียงดัง เราก็เลยอดดูไปด้วยเลยเสียดายจัง
กะว่าเมื่อส่องดูกระทิงแล้วจาไปส่องสัตว์ต่อแต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ก็เลยไม่ได้ ขับรถออกมาหาข้าวเย็นกินที่ร้านปลา อาหารอร่อยจัง ไม่ได้โม้นะหรือว่าเราหิว พอกินเสร็จก็ขับรถเข้าที่พักที่ ต้นตะวันโฮมสเตย์ 2 ห้องพักที่เป็นกระโจม ริมน้ำหลังน่ารักเชียว
พอถึงที่พักก็จัดการล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็นอนเลย (แบบอาบน้ำมาจากน้ำตกแล้ว) และอากาศก็เย็นก็เลยตกลงกับเพื่อนว่าไม่อาบน้ำคงไม่ว่ากันนะเพราะจาได้กลิ่นเดียวกัน 555 จากน้นก็หลับถึงข้าเล้ย

วันที่ 27 กันยายน 2552
พอถึงเช้าก็ไปทานข้าวต้มเห็ดหอมร้อนๆ ที่ต้นตะวันโฮมสเตย์ เตรียมไว้ให้ อร่อยจัง
จากนั้แวะไปที่สวนลุงไกร แวะทักทายพร้อมชิมสลัดและซื้อผักและเห็ดสด เมื่อดื่มด่ำกับอาหารและทำความรู้จักกับลุงไกรแล้วก็เดินทางไปดูสวนเสวนเบญจมาศ และถ่ายรูปกับบวบและผักสวนครัวน่ากินเน้อลูกใหญ่มาก
จากนั้นเดินทางไปที่เที่ยวต่อที่น้ำตกเหวนรก ที่เขาใหญ่ พอลงรถได้มืนหัวจัง พอหายมึนก็เดินสำรวจน้ำตกต่อน่าเล่นน้ำจังเสียดายไม่มีชุดเปลี่ยนแล้ว
เมื่อเดินจนอิ่มธรรมชาติก็มาทานอาหารกลางวันกันที่อุทยานเล้ย อาหารอร่อยนะแต่ข้าวแข็งไปนิดหนึ่ง รวมๆ ก็อร่อยอ่ะ
จากนั้นแวะถ่ายรูปสองข้างทางเขาใหญ่ไปเรื่อยๆ ตามอารมณ์ศิลปิน  ขากลับแวะถ่ายรูปลิงเจ้าถิ่นเขาใหญ่น่ารักดีเหมือนกัน
ขับรถเรื่อยๆ แวะกินไอติมที่ฟาร์มโชคชัยและซื้อของฝากจากนั้นก็หลับ เอ้ยไม่ใช่  เดินทางเข้ากรุงเทพจ้า พอเข้าเมืองกรุงปุ๊บรถติดปั๊บทันทีเลย
วันนี้ก็เล่าเรื่องไปเที่ยวให้ฟังสำหรับคนอยากไปเที่ยวที่ไม่ค่อยใกลนัก แนะนำเมืองไทยนะเที่ยวนะเจ้าค่ะ

เจ๊แนะนำเจ้าค่ะ