การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ศธ.ชี้งานวิจัยช่วยครูเลื่อนวิทยฐานะได้ โดยนักวิชาการแนะใช้เรื่องใกล้ตัวทำผลงาน
โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศธ.ชูงานวิจัยส่วนสำคัญขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ใช้เป็นใบเบิกทางครูเจ้าของผลงานขอเลื่อนวิทยฐานะได้ ขณะที่ “รศ.ดร.วรากรณ์” เผยงานวิจัยต้องง่าย ใช้ประโยชน์ได้จริง แนะครูหยิบเรื่องใกล้ตัวมาสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาตน เอง พร้อมระบุ สกศ. ส่งเสริมวิจัยระดับชาติ ระดับโรงเรียน จำเป็นต้องกำหนดแนวทางเพื่อให้เกิดความชัดเจน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการประชุมวิชาการการวิจัยทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 13 ภายใต้ชื่อว่า “ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา” ว่า การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ โดยนำผล งานวิจัยทางการศึกษา องค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ประโยชน์ต่อยอดในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ 2
ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการนำผลงานวิจัยทางการศึกษาที่มีคุณภาพระดับชาติ จำนวน 102 เรื่อง จากผลงานวิจัยที่เสนอเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 369 เรื่องมาเผยแพร่ ทั้งนี้ การวิจัยต่อยอดและพัฒนาเพื่อให้ตอบสนองการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 ได้นั้น ต้องเข้าใจทิศทางและเป้าหมายที่ต้องเดินไปให้ถึงให้ตรงกันก่อนว่าคือ ทำอย่างไรให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ คุณภาพ โอกาส และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่คนไทยยุคใหม่ ครูยุคใหม่ แหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และการบริหารจัดการแนวใหม่ ซึ่งเป็นงานที่หนัก และต้องผนึก กำลังกันให้ได้ โดยเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัยในช่วงระยะเวลาต่อไป นอกจากนี้ ผลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่เพื่อใช้กำหนดเป็นนโยบายในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษารอบ 2 เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป
ถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีการเตรียมโครงการต่างๆ ไว้รองรับแล้ว แต่ก็สามารถนำมาต่อยอดกันได้ สำหรับในส่วนข้อเสนอของครูที่ต้องการนำผลงานวิจัยมาใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะนั้น หากครูเป็นเจ้าของผลงานวิจัยก็สามารถนำมาใช้ประกอบการเสนอขอมีและเลื่อนวิทย-ฐานะได้ ด้านรศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา ธิการ และประธานคณะกรรมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า งานวิจัยเป็นการค้นหาความจริงเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจและการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่ครูจะมองว่างานวิจัยต้องใหญ่โต มองว่าเป็นเรื่องยากและซับซ้อน
ซึ่งตนมองว่างานวิจัยที่ดีที่สุดต้องเป็นงานวิจัยแบบง่ายๆ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที แต่ที่ผ่านมางานวิจัยส่วนใหญ่จะไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ “ตนอยากให้ครูให้ความสำคัญ กับงานวิจัยแบบง่ายๆ อาทิ การวิจัยเรื่องจะสอนวิชาภาษาอังกฤษอย่างไรให้เด็กเข้าใจง่ายที่สุด รวมถึงระยะเวลา รายวิชาการเรียนของแต่ละวิชาว่าต้อง ใช้เวลาเท่าไรเด็กจึงจะสนใจ ที่สำคัญหากครูได้ทำงานวิจัยจะทำให้ครูมีความมั่นใจในการสอน และนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการสอนของตัวเอง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป”
อย่างไรก็ตาม การนำงานวิจัยมาปรับใช้ในการปฏิรูปการศึกษาในทศ-วรรษที่ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ควรกำหนดทิศทางการวิจัยให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการทำวิจัยทั้งระดับชาติ และระดับล่างในส่วนงานวิจัยภาย ในโรงเรียน เพื่อนำผลการวิจัยข้อเสนอต่างๆ มาเป็นแนวทางในการปฏิรูปการศึกษารอบ 2
ที่มา สยามธุรกิจฉบับวันที่ 16 - 18 ก.ย. 2552
การวิจัยที่ทำผลงานทางวิชาการ ควรเป็นงานที่แก้ปัญที่โรงเรียน แต่เชี่ยวชาญใครส่งต่างขยาด หวาดกลัว
ถ้าอยากได้ลูกเสือต้องกล้าเข้าถ้ำเสือครับ ถ้าขอมีตำตอบ 2 อย่าง คืออนุมัติ กับไม่อนุมัติ
ถ้าไม่ขอก็ไม่มีคำตอบครับ