จงทำเสียแต่วันนี้
หากคุณกำลังจะตายในอีกไม่ช้า และสามารถใช้โทรศัพท์ได้เพียง ครั้งเดียว
คุณจะโทรหาใคร และจะพูดอะไร แล้วคุณจะรีรออะไรอีก
เป็นเรื่องราวการแปลของรุ่นพี่สถาบันราชภัฏนครปฐม หลายปีมาแล้ว
อ่านทีไรก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่มีข้อคิดและเตือนสติได้ดีมากๆ
เรื่องก็มีอยู่ว่า...
เมื่อคราวที่ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลโรงเรียนที่เมือง ปาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย
พอลลี่ ไทเนอร์ ประธานคณะกรรมการของโรงเรียนได้เขียนจดหมายเกี่ยวกับลูกชายของเธอ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ปาโล อัลโต ไทมส์ จิมเป็นบุตรชายของพอลลี่ ประสบกับความยุ่งยากอย่างมากที่โรงเรียน เขาได้รับการจัดให้เป็นนักเรียนพิการทางการศึกษา และต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครองและคุณครูอย่างมาก แต่จิมก็เป็นเด็กที่สดใสร่าเริง รอยยิ้มที่สดใสที่สามารถทำให้ทุกคนในชั้นเรียนมีชีวิตชีวา พ่อแม่ของจิม รู้ดีถึงอุปสรรคด้านการเรียนของเขา แต่ก็พยายามชี้ให้เขาเห็นถึงความเข้มแข็งของตนเองเสมอมา เพื่อว่าเขาจะสามารถยืนหยัดด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากที่จิมจบชั้มัธยมศึกษาตอนปลายได้ไม่นานนัก เขาก็ประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์จนเสียชีวิต การจากไปของเขา ทำให้แม่ของเขายอมให้จดหมายฉบับนี้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
วันนี้พวกเราได้ฝังศพบุตรชายวัย 20 ปีของเรา เขาจากไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ฉันจะหยั่งรู้ได้อย่างไร เมื่อฉันพูดกับเขาครั้งล่าสุด ว่านั่นเป็นการสนทนาครั้งสุดท้าย หากเพียงแค่ฉันรู้...ฉันจะพูดว่า “ จิม แม่รักและภูมิใจในตัวลูกมากที่สุด”
สิ่งที่ไม่ดีต่างๆของจิม เช่น เปิดวิทยุเสียงดังๆเป็นประจำ ทรงผมที่ไม่ถูกใจพวกเราเอาเสียเลย ถุงเท้าสกปรกที่ซุกไว้ใต้เตียง ช่างเทียบไม่ได้เลยกับความดีที่มีอยู่ในตัวของเขา ฉันคงไม่มีโอกาสอีกแล้วที่จะพูดกับลูกชายในสิ่งที่อยากให้เขาได้รับรู้ แต่พ่อแม่ท่านอื่นๆ คงมีโอกาสแน่ๆ บอกลูกๆ คุณว่า คุณอยากให้เขาได้รับรู้อะไรหากคุณรู้ว่า นั่นอาจเป็นการสนทนาครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายที่ฉันมีโอกาสพูดกับจิม เป็นวันที่เขาจากไป อย่างไม่มีวันกลับ เขาโทรมาคุยกับฉันว่า “สวัสดีครับ ผมเพียงแค่อยากโทรมาบอกว่า ผมรักแม่ ผมต้องไปเรียนแล้วนะครับ แค่นี้นะครับ สวัสดีครับ” เขาได้ให้บางอย่างที่มีค่ากับฉันซึ่งจะอยู่กับฉันตลอดไป
การจากไปของจิม อาจทำให้ๆคนอื่นๆ เกิดความซาบซึ้งมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัว เพียงแต่ขอให้แต่ละคนได้รู้ว่า เราดูแลเอาใจใส่กันและกันมากเพียงใด
คุณอาจไม่มีโอกาสอย่างนั้นอีกแล้ว ฉะนั้นจงทำเสียแต่วันนี้ !
ขอขอบคุณข้อคิดดีๆ
จากเรื่อง ดู อิท ทูเดย์ โดย โรเบิร์ต รีสันเนอร์
แปลโดย นายธรรมนูญ รัตนมุง
นายเกรียงไกร เชียงกา
การพูดคำว่า...รัก...นั้นง่ายนิดเดียว
แต่ทำไมบางคนไม่เคยที่จะกล่าวบอกรักบุคคลในครอบครัว
อย่ารอให้สายเกินไปนะค่ะวันนี้คุณเคยบอกรัก...กับเขาแล้วหรือยัง
.....อ่านแล้วเศร้าจัง....
เลยนำประสบการณ์ในการอ่านเรื่องสั้นดีๆ มาถ่ายทอด
ขอให้ผู้ที่เข้ามาอ่านมีความสุขทุกๆวันนะค่ะ

ราตรีสวัส ฝันดีเช่นกันครับ