โครงการ “ม่วงสัมพันธ์” เป็นมติร่วมของสมาพันธ์นิสิต นักศึกษาทันตแพทย์แห่งประเทศไทย (สนทท.) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากคณะทันตแพทยศาสตร์ทั้ง 9 สถาบัน และเครือข่ายนิสิต/ นักศึกษาทันตแพทย์ แผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข 9 สถาบัน(เครือข่ายฯ) เนื่องจากได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ และการร่วมมือกันในการทำกิจกรรมระหว่างสถาบัน โดยโครงการม่วงสัมพันธ์มุ่งเน้นให้เกิดสร้างสำนึกด้านการสร้างเสริมสุขภาพองค์รวมให้กับนิสิต/นักศึกษาคณะทันตแพทยศาสตร์ ทุกสถาบัน ให้สามารถเป็นผู้นำด้านการสร้างเสริมสุขภาพให้กับตนเองและผู้อื่นต่อไปได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสานสัมพันธ์อันดีร่วมกัน จึงได้จัดโครงการนี้เป็นประจำทุกปี
สำหรับโครงการม่วงสัมพันธ์ 52 ได้ปรับแนวคิดตามกระบวนทัศน์ของการสร้างพระเจดีย์จากฐาน1ซึ่งเป็นข้อเสนอของนายแพทย์ประเวศ วะสี โดยการสร้างรากฐานในความหมายของนายแพทย์ประเวศ คือการสร้างชุมชนซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดหรือฐานให้มีความเข้มแข็ง แล้วจะส่งผลต่อยอด คือภาพรวมของประเทศให้มีความมั่นคง ซี่งแนวคิดดังกล่าวได้นำมาปรับใช้ในโครงการม่วงสัมพันธ์ โดยตีความหมายเป็น 2 นัย ได้แก่ นัยของการสร้างเข้มแข็งขององค์กรหรือหน่วยงานที่ย่อยที่สุด คือ กลุ่มนิสิต/นักศึกษาทันตแพทย์ในแต่ละสถาบัน เพื่อนำมาสู่การสร้างเครือข่ายนิสิต/นักศึกษาทันตแพทย์ที่มั่นคง และนัยของการปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่เริ่มหรือฐานอันหมายถึง การปลูกฝังสิ่งดีงามให้กับเยาวชน
จากการปรับกระบวนทัศน์ดังกล่าว ทำให้แนวทางในการจัดกิจกรรมมีกรอบแนวคิด ดังนี้
1. การคิดและสร้างสรรค์การทำงานหรือทำกิจกรรม (THINK) – โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มตัวแทนนิสิตทันตแพทย์ทั้ง 9 สถาบัน ผ่านกระบวนการคิดและสร้างสรรค์กิจกรรม โดยมีแนวคิดของการมีสุขภาพแบบองค์รวม การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างเป็นเครือข่าย และกลุ่มประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ถึงการดูแลสุขภาพช่องปากและสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านกิจกรรมร่วมกับนิสิต/ นักศึกษาทันตแพทย์
2. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (GREEN) – ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อประหยัดพลังงาน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผ่านการดำเนินกิจกรรมฐานโดยมุ่งเน้นการมองสิ่งแวดล้อมแบบเชื่อมโยง
3. การเอื้ออาทร การแบ่งปันและการสร้างจิตสำนึกสาธารณะ (SHARE) – สร้างเสริมสำนึกสาธารณะผ่านกิจกรรมตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” (เมื่อคุณพอเพียงแล้วควรแบ่งปัน)
โดยรูปแบบกิจกรรมต่างๆ จะมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในเรื่องส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งในด้านสุขภาพกาย จิต สังคม ปัญญา วิชาการ และเกิดการสังเคราะห์ความรู้อย่างเป็นระบบ อันนำไปสู่การถอดบทเรียนที่ยั่งยืน รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิต/ นักศึกษาทันตแพทย์ทุกสถาบัน เพื่อก่อให้เกิดสุขภาวะที่ดีและการร่วมมือกันระหว่างสถาบันเกิดเป็นพลังองค์กร และเครือข่ายที่เข้มแข็ง
|
กิจกรรม |
ช่วงเวลาดำเนินการ |
|
1. กิจกรรม “ชุดนี้เพื่อน้อง” ณ ลานกิจกรรมริมชายหาด |
เวลา 8.00 - 9.00น. |
|
2. กิจกรรม “สานสัมพันธ์ชาวทันตแพทย์” |
เวลา 9.00 - 10.00น. |
|
3. Welcome Break |
เวลา 10.00 – 10.30 น. |
|
4. รับประทานอาหารกลางวัน |
เวลา 11.00 – 12.00 น. |
|
5. กิจกรรม “สรรค์สร้างความรู้สู่ชุมชน” อาศัยความต่อเนื่องจากโครงการเครือข่ายโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุขระยะที่ 1 ที่ได้ให้ความรู้ และสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่นิสิต นักศึกษาทันตแพทย์ไปแล้ว จึงสานต่อแนวคิดนี้ในระยะที่ 2 โดยให้ความรู้ และเสริมสร้างนิสัยในการแปรงฟันอย่างถูกวิธี โดยเน้นส่งเสริมสุขภาพในระดับครอบครัว จัดกิจกรรม พ่อ-ลูกยิ้มสวยไร้ฟันผุ เพื่อผลักดันการดูแลสุขภาพช่องปากจากหน่วยของสังคมระดับครอบครัว โดยอาศัยความใกล้ชิดของพ่อ-แม่-ลูก ซึ่งอยู่ภายใต้การให้คำแนะนำของนิสิต/ นักศึกษาทันตแพทย์ ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายจะได้ตระหนักถึงความสำคัญในการแปรงฟัน อันนำไปสู่สุขภาวะองค์รวมที่สมบูรณ์แข็งแรง และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ แบ่งสมาชิกแต่ละบ้าน 8 บ้าน ออกเป็นกลุ่มย่อยๆ บ้านละ 3 กลุ่ม โดยจะให้กลุ่มย่อยของแต่ละบ้าน ออกไปนอกสถานที่ โดยมีสถานที่ 3 แห่ง ดังนี้ แต่ละสถานที่ประมาณการที่ละ 150 คน (แต่ละกลุ่มทำการคละมหาวิทยาลัยแล้ว) 1) ตลาดบ้านเพ 2) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 3) อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า โดยสถานที่ทั้ง 3 แห่งนี้ จะมีการเปิดบูธ เพื่อให้ความรู้ให้บุคคลอื่นภายนอก เช่น มีการจัดซุ้มเล่นเกม แจกของรางวัล ซุ้มเกี่ยวการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน หรือการใช้น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น โดยให้สมาชิกจากแต่ละบ้านเป็นผู้เชิญชวนบุคคลภายนอกให้เข้ามามีส่วนร่วม และมีการแจกแบบสอบถามให้ทำ เพื่อเป็นการรับรู้ถึงปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันของบุคคลในท้องที่นั้นๆ นอกจากนี้ยังมีภารกิจให้สมาชิกในแต่ละบ้านได้ทำ โดยกำหนดให้แต่ละบ้านต้องถ่ายภาพที่กำหนดโจทย์ไปให้ เช่น กำหนดให้ถ่ายภาพสมาชิกทุกคนในบ้าน กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่อยู่ในสถานที่นั้น กับป้ายที่ระบุว่าสถานที่นั้นคือที่ไหน เป็นต้น หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมนอกสถานที่ เพื่อสรรค์สร้างความรู้สู่ชุมชนแล้ว ก็จะให้ตัวแทนสมาชิกแต่ละบ้านที่ไปแต่ละสถานที่ออกมาบอกเล่าประสบการณ์เพื่อถอดบทเรียน ในสถานที่ๆ ตนไป เนื่องจากแต่ละสถานที่ย่อมมีสภาพชุมชนที่แตกต่างกันออกไป และจุดต่างนี้เองที่จะคอยช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง และบอกเล่าเกี่ยวกับภาพที่บ้านของตนได้ถ่ายมา เป็นการแบ่งปันประสบการณ์กัน พร้อมกับทำการประกวดภาพถ่ายดีเด่นที่สื่อถึงการเข้าถึงชุมชน และนอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกันถึงปัญหาที่ได้สำรวจมาจากการให้บุคคลภายนอกทำแบบสอบถาม หรือการพูดคุย ในขณะให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของช่องปากและฟันแก่บุคคลภายนอกด้วย
|
เวลา 13.00 -15.30 น. |
|
6. Break Time |
เวลา 15.30 – 16.00 น. |
|
7. พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือ เตรียมการแสดงประจำกลุ่ม |
เวลา 16.00 – 17.00 น. |
|
8. รับประทานอาหารเย็น |
เวลา 17.00 – 18.00 น. |
|
9. พิธีเปิด |
เวลา 18.00 – 18.45 น. |
|
10. กิจกรรม “ทันตแพทย์กับเศรษฐกิจพอเพียง” และจุดเทียนชัยถวายพระพร |
เวลา 18.45 – 19.00 น. |
|
11. การแสดงพิธีเปิดจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
เวลา 19.00 – 19.15 น. |
|
12. กิจกรรม “ ซุ้มหรรษา 4 ภาค ” |
เวลา 19.15 – 21.00 น. |
|
13. การแสดงมินิคอนเสิร์ต |
เวลา 21.15 – 23.00 น. |
|
14. พักผ่อนตามอัธยาศัย |
เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป |
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2552
|
กิจกรรม |
ช่วงเวลาดำเนินการ |
|
1. รับประทานอาหารเช้า |
เวลา 07.00 – 08.30 น. |
|
2. ชี้แจงกิจกรรม “ Walk Rally ” ภายใต้ Concept i – Smile on the beach |
เวลา 08.30 – 9.45 น. |
|
3. Break Time |
เวลา 9.45 – 10.00 น. |
|
4. กิจกรรม “ Walk Rally ” ภายใต้ Concept i – Smile on the beach เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนิสิต/ นักศึกษาทันตแพทย์ทุกสถาบันได้ร่วมกันทำกิจกรรม แบ่งปันประสบการณ์ แนวความคิด วิธีการแก้ไขปัญหา การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจากคำใบ้ต่างๆอันนำไปสู่คำตอบสุดท้ายของปริศนาของงานม่วงสัมพันธ์ครั้งนี้ และอีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพกาย และสุขภาพใจให้เข้มแข็ง พร้อมกับสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการร่วมกันทำกิจกรรม ฐานที่ 1 วาดภาพปริศนา : เป็นฐานที่ให้สมาชิกในบ้านส่งตัวแทนบ้านละ 5 คน โดยให้คนที่หนึ่งดูโจทย์ที่จะให้วาดภาพ เช่น ให้วาดหมีใส่กางเกงขาสั้นหนึ่งข้าง ยาวหนึ่งข้าง มีฟันผุที่ซี่ #11 ด้าน mesial .... เป็นต้น แล้วให้บอกต่อๆ กันไปจนถึงคนที่เป็นคนวาด และให้วาดภาพที่ได้จากการบอกต่อๆ กันนั้นออกมา ฐานที่ 2 ระเบิดขวด : เป็นฐานที่ให้สมาชิกในบ้านส่งตัวแทนมาเล่น 5-6 คน โดยจะมีขวดแก้วใสใส่น้ำ ที่ปากขวดมียางที่ผูกเชือกไว้ แล้วให้ตัวแทนนั้น ช่วยกันดึงเชือกที่ปากขวด พาขวดไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ให้ได้ โดยที่ระดับในขวดต้องเท่าเดิม โดยแข่งกับเวลาและแข่งกันระหว่างทีมด้วย ฐานที่ 3 ของอยู่ไหน? : ให้ตัวแทนในแต่ละบ้านประมาณ 6-7 คน เอาของอะไรก็ได้ที่มีติดตัวในตอนนั้นไปซ่อนบริเวณนั้น แล้วบอกให้คนในเอาของไปซ่อน ผูกเชือกที่มือติดกันไว้ แล้วให้ไปเก็บของตามที่ๆ ตนซ่อนของไว้ โดยแข่งกันเวลาและแข่งกันระหว่างทีมด้วย ฐานที่ 4 วอลเล่ย์บอลชายหาด : ให้ส่งตัวแทนแต่ละบ้าน 6 คน มาเล่นวอลเล่ย์ โดยให้เล่น 3 เกม ฝ่ายชนะต้องชนะ 2 ใน 3 เกมนั้น ฐานที่ 5 กินวิบาก : ให้ส่งตัวแทน 2-3 คน มาแข่งกันระหว่างทีม ฐานที่ 6 อ่างใบ้ : มีตัวแทนหนึ่งคนจากแต่ละบ้านเป็นคนดูคำที่ให้ แล้วให้ใบ้โดยใช้แต่ตัวอักษาอ.อ่างเท่านั้นหรือใช้ท่าทางประกอบใบ้ให้สมาชิกในบ้านที่เหลือเป็นคนทาย โดยจะแข่งกันระหว่างทีม ฐานที่ 7 มนุษย์ตีนกบ : ให้ตัวแทนในบ้าน 6-7 คนต่อแถวกัน แล้วผลัดกันใส่ตีนกบเพื่อเดินไปเก็บของ ที่มีเตรียมไว้ให้ โดยของแต่ละอย่างจะมีคะแนนซ่อนอยู่หรืออาจจะไม่มีคะแนนเลย โดยต้องเล่นภายในเวลาที่กำหนดให้ และแข่งกันระหว่างทีมว่าทีมใดจะได้คะแนนจากของที่เก็บมาได้มากกว่ากัน ฐานที่ 8 เติมให้เต็ม : ให้ตัวแทนแต่ละบ้าน 5-6 คน ต่อแถวกันแล้วผลัดกันวักน้ำใส่มือ ไปเติมในขวดที่เตรียมไว้ให้ 3 ขวด โดยต้องเติมขวดแรกให้เต็มก่อนแล้วจึงจะเติมขวดต่อไปได้ โดยจะให้แข่งกันระหว่างทีมและในเวลาที่กำหนดให้ เกมในแต่ละฐานที่เป็นเกมที่ช่วยส่งเสริมความสามัคคีแก่สมาชิกในแต่ละบ้าน เพราะจะได้ร่วมกันเล่นเกม มีส่วนร่วมให้การเก็บคะแนนให้แก่บ้านของตน และยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพจิตและสุขภาพกายจากการทำกิจกรรม เช่น การเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอล เป็นต้น หลังจากการทำกิจกรรม walk rally นี้แล้ว ก็จะให้แต่ละบ้านส่งตัวแทนมาถอดบทเรียนประสบการณ์ที่ได้ทำกิจกรรม โดยส่งตัวแทนมาบอกเล่าความรู้สึกที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน หรือบอกเล่าฐานที่ประทับใจ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประทับใจในการทำกิจกรรมนี้
|
เวลา 10.00 – 12.00 น. |
|
5. รับประทานอาหารกลางวัน |
เวลา 12.00 – 13.00 น. |
|
6. กิจกรรม “ Walk Rally” ภายใต้ Concept i – Smile on the beach (ต่อ) |
เวลา 13.00 -15.45 น. |
|
7. Break Time |
เวลา 15.45 – 16.15 น. |
|
8. พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือ เตรียมการแสดงประจำกลุ่ม |
เวลา 16.15 – 18.00 น. |
|
9. รับประทานอาหารเย็น |
เวลา 18.00 – 19.00 น. |
|
10. การแสดงของแต่ละบ้าน และการประกวดดาว เดือน ของแต่ละมหาวิทยาลัย |
เวลา 19.00 – 22.00 น. |
|
11. พิธีปิดงาน พร้อม VTR ประมวลภาพ และร้องเพลงร่วมกัน |
เวลา 22.00 – 23.00 น. |
|
12. พักผ่อนตามอัธยาศัย |
เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป |
วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2552
|
กิจกรรม |
ช่วงเวลาดำเนินการ |
|
1. รับประทานอาหารเช้า |
เวลา 07.00 – 08.30 น. |
|
2. กิจกรรม ตามล่าหาขุมสมบัติ |
เวลา 08.30 – 09.30 น. |
|
3. กิจกรรม ” จะได้ไม่ลืมกัน ” : ทำของที่ระลึก และถ่ายภาพรวม |
เวลา 09.30 – 10.15 น. |
|
4. เก็บสัมภาระออกจากที่พัก และCheck Out |
เวลา 10.15 – 11.00 น. |
|
5. รับประทานอาหารกลางวัน |
เวลา 11.00 – 12.00 น. |
|
6. เดินทางกลับกรุงเทพฯ |
เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป |
สรุป ข้อคิดเห็นโครงการม่วงสัมพันธ์
จากการประชุมกลุ่มย่อยระหว่างหัวหน้าคณะทำงานโครงการและผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาโครงการแผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุขระยะที่สอง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 10.00 – 12. 00 น. ณ ห้องประชุมท่านผู้หญิงเพ็ชรา อาคาร สมเด็จย่า 93 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยผู้ทรงคุณวุฒิเห็นชอบในหลักการและมีข้อคิดเห็น/ประเด็นควรแก้ไขเพิ่มเติม สรุปได้ดังนี้
1.กิจกรรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพภาพช่องปากในวัน ที่ 5 ธันวาคม (บ่ายวันแรก) ซึ่งการทำกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งต้องการมาเที่ยวพักผ่อนเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้อยู่ในภาวะ/อารมณ์ที่ต้องการความรู้เรื่องสุขภาพช่องปาก นอกจากนี้ จำนวนนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์มีมากถึง 450 คน ซึ่งถึงแม้ว่าจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มกระจายไปตามสถานที่ท่องเที่ยว 3 แห่ง เหลือกลุ่มละ 150 คนก็ยังดูมาก นิสิตนักศึกษาควรคิดค้นหากิจกรรมในลักษณะอื่นที่มุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนในพื้นที่มากขึ้น เช่น ประสานไปยังชุมชน/สถานีอนามัยเพื่อสอบถามถึงความต้องการ จากนั้น นศ. แบ่งกลุ่มออกไปทำกิจกรรมจิตอาสาอื่นๆ ที่นอกกรอบจากเรื่องการให้ความรู้เรื่องสุขภาพช่องปากก็ได้ โดยเลือกกิจกรรมจิตอาสาที่ไม่ใช้เวลามากนัก เช่น กิจกรรมพัฒนาห้องสมุดโรงเรียน (แล้วนำหนังสือสุขภาพช่องปากไปให้) กิจกรรมในศูนย์เด็กเล็กของชุมชน ฯลฯ
2.กิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง คณะทำงานควรพิจารณาว่ากิจกรรมที่ผู้จัดกำหนดขึ้นมาหลายอย่างนั้นสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาตนเองได้หรือไม่ ในขณะนี้ยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่ากิจกรรมในช่วงวันที่ 6 ธ.ค. จะให้อะไรแก่นักศึกษา ถ้าหากหลักคิดของโครงการคือ think green share แล้วก็น่าจะลองให้นักศึกษาที่รับผิดชอบแต่ละ station นำหลักคิดนี้ไปออกแบบกิจกรรมของ station
3.กิจกรรมสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพถ่าย หรือ Photo Voice นั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก และเสนอให้นักศึกษาแต่ละบ้านได้มีโอกาสร่วมกันคัดเลือกภาพที่ดีที่สุด ที่สามารถสะท้อนบทบาทของนักศึกษาทันตแพทย์กับสุขภาพองค์รวม หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ แผนงานสามารถสนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือภาพสะท้อนนี้ได้เพื่อแจกเป็นหนังสือที่ระลึกจากงานม่วงสัมพันธ์ครั้งนี้
4.ในปีต่อๆ ไป ก่อนกิจกรรมม่วงสัมพันธ์น่าจะมีการกระจาย Node ในการทำงานของ สนทท. แล้วแยกกันเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยเพื่อทำงานและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแลกเปลี่ยนกันโดยใช้เวทีของกิจกรรมม่วงสัมพันธ์ จะเกิดประโยชน์และมีเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เช่น กลุ่ม จุฬา-มหิดล กลุ่ม มศว.-ธรรมศาสตร์ กลุ่มขอนแก่น-นเรศวร-เชียงใหม่ เป็นต้น
5.ควรจะเชิญผู้แทนจากงานกิจการนิสิตนักศึกษามาร่วมสังเกตการณ์และจัดเวทีให้เขาได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนในงานม่วงสัมพันธ์
6.กิจกรรมม่วงสัมพันธ์ต้องเข้มงวดในเรื่อง ปลอดเหล้า บุหรี่ อบายมุข เพื่อเป็นตัวอย่างและภาพลักษณ์ที่ดี