หากย้อนหวนนึกถึงบันทึกที่ผ่านมาสามถึงสี่ปีที่ผ่านนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นบันทึกเพื่อ "นำเสนอ" เพราะเนื่องด้วยเราเผลอเรอว่าเราเป็นคน "ฉลาด..."

คนฉลาดนั้นใช้บล็อก ใช้บันทึกเพื่อ "นำเสนอ" ผลงานความฉลาดของตนเอง

ส่วนคนรู้ว่าตน "โง่" นั้น จะใช้บล็อก ใช้บันทึกเพื่อ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" ผลงานจากความโง่หรือความไม่รู้ของตนเอง...

 

การนำเสนอผลงานนั้น เกิดจากการคิดว่าเราเก่งแล้ว รู้แล้ว รวบรวม เรียบเรียง มาบันทึก มานำเสนอ...

ดังนั้นการสำคัญตน สมมติตนว่าเก่งแล้ว รู้แล้วนั้น เป็นการปิดกั้นคนที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

คนที่จะเข้ามาในบันทึกของคนที่นำเสนอนั้นทำได้อย่างเดียวคือ "ชม" ชม ชม แล้วก็ชม

จะติเหรอ เดี๋ยวมีเคืองนะ เพราะฉันทำมาเองกับมือ คุณไม่ได้ทำคุณจะรู้เหรอ คนเรานั้นก็เป็นอย่างนี้...!

เพราะคนที่ฉลาดเขาก็จะไปพัฒนาตนเองที่อื่น ไปทำงาน ไปอบรม ไปสัมมนา แล้วใช้เวทีนี้เป็นที่พึ่งพาในการนำเสนอต่อสาธารณะชน

ดังนั้นสี่ปีที่ผ่านมาเวทีของเรานี้จึงเป็นเวทีแห่งการนำเสนอเสียเป็นส่วนใหญ่

โดยเฉพาะตอนนี้ เวทีนี้ มี "กัลยาณมิตร ( ชมรมนักปั่น )" ร่วมสร้างสรรค์เวทีให้เปลี่ยนไป เพราะเรามีใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน...

พวกเราคนที่ปวารณาตนว่าเป็น "คนโง่" นี้ เราจะใช้เวทีนี้เพื่อ "พัฒนาตน..."

 

เราไม่ต้องจาก ต้องพรากจากครอบครัว ไม่ต้องเปลืองตัว เปลืองเวลา ที่จะนำพากายและจิตใจไปพึ่งพาการ "พัฒนา" จากบุคคลอื่น

เราใช้เวทีนี้ เวลานี้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อ "พัฒนาตนเอง"

 

พัฒนากันตรงนี้ เวลานี้ ใน "บ้าน" หลังนี้ "บ้านที่มีความอบอุ่น..."

บ้านที่มี พ่อ แม่ และลูกอยู่พร้อมหน้า

บ้านที่มีวันและเวลา ให้กันแก่...

 

ความสุขที่เต็มย่อมทำให้จิตใจ "อิ่ม..."

เมื่อจิตอิ่มแล้ว จิตก็พร้อมที่จะให้ และเป็นการให้ด้วยใจที่ "บริสุทธิ์..."

เติมเต็มจิตของเราให้เต็มในวันนี้ เติมเต็มที่บ้าน เติมเต็มในที่ทำงานของเรา

 

เป็นครูก็ทำหน้าที่ครู เป็นพยาบาลก็ทำหน้าที่พยาบาล เป็นอาจารย์ก็ทำหน้าที่อาจารย์ และส่วนหนึ่งนอกเหนือเวลางานก็ดาหน้าเข้ามา "พัฒนาตน..."

 

พัฒนาตนให้รู้จัก "ความโง่" ของตน

พัฒนาเราให้รู้จัก "ความโง่" ณ เบื้องหน้าของเรา  

พัฒนา ณ จุดนี้ จุดที่มี "กัลยาณมิตร..."

กัลยาณมิตร คือ มิตรที่ประเสริฐ บริสุทธิ์ และสิ้นสุดแห่ง "ความเห็นแก่ตัว"

 

มาร่วมกันถกเถียง ร้อยเรียง ผ่องถ่ายเป็นสำเนียงแห่งการ "พัฒนา" ให้ประจักษ์

มิต้องกังวลถึงความฉลาด เมื่อคนเรารู้จักความโง่มาก ๆ แล้วเราก็จะฉลาดเอง

 

ความฉลาดจากการที่ไม่มีความโง่นี้ ก็เหมือนกับบ้านที่ปราศจาก "ถังขยะ"

 

ถึงแม้นใครจะสร้างบ้านสวยขนาดไหน แพงสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเขายังมี "ขยะ" แห่งความโง่ คือ การถือตัว ถือตน ถือยศฐา บรรดาศักดิ์ ถือยศ ถือเกียรติ ถือหน้า ถือตนอยู่แล้ว บ้านหลังนั้นก็ไม่น่าอยู่เพราะด้วย "กลิ่นเหม็น" ที่คละคลุ้ง อบอวลไปทั้งบ้าน

 

แต่บ้านของเรา บ้านน้อย ๆ ของเรา ถึงแม้นว่าจะหลังเล็ก มุงด้วยหญ้าคา แต่เราสามารถใช้วันและเวลาอยู่ในบ้านหลังน้อยนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะไม่มี "ขยะ"

บ้านหลังน้อยนี้จึงเป็นบ้านที่ "มีสุข"

มีกลิ่นหอมแห่งความรัก ความเอื้ออาทร ความเมตตา ความกรุณาที่มีให้กันเสมอ

 

วันนี้รีบค้นหา แล้วนำพาขยะในบ้านของตนเองออกไปทิ้งเสีย

อย่าเอาฝาไปปิดถังขยะไว้อีกเลย

ถึงแม้นว่าถังจะปิดมิดชิดสักแค่ไหน หนอนหรือแมลงนั้นไซร้ก็สามารถเติบโตขึ้น ณ ที่ภายในบ้านหลังนั้น

ทนเหม็นสักหน่อย แล้วค่อย ๆ เปิดฝาถังขยะออก แล้วหาถุงดำ แล้วรีบนำขยะนั้นให้พ้นจากบ้านของเราเถิด

บ้านของเราจะน่าอยู่ บ้านนี้จะสามารถพัฒนาให้น่าดู บ้านหลังนี้จักเชิดชู "ปัญญา" ในตัวตน...