ชีวิตของผมในช่วงนี้อยู่ใน complexity ที่ทำให้ผมสนุกสนานมาก    เพราะได้เกิด emergence ของหลายสิ่ง   เกิดการมาบรรจบกันของ “พลังลี้ลับ”   ซึ่งตอนนี้ผมชัดเจนขึ้นว่า มันคือพลังของฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  หรืออิทธิบาท ๔ นั่นเอง    ผมได้เห็น simplicity ใน complexity   ได้เห็นการบรรจบกันของพลังความดี   และเห็นปรากฏการณ์ที่พลังความดีจะดำเนินต่อ   จึงรู้สึกฮึกเหิม

          ฮึกเหิมที่จะทำงานแบบไม่ทำ ในฐานะคนแก่   คือทำหน้าที่จุดประกาย ประสานให้เกิดพลังแห่งอิทธิบาท ๔  พลังแห่งความดี   แล้วคอยนั่งเชียร์อยู่ข้างสนาม

          ความสนุกอยู่ที่การได้ทำงานอยู่ในท่ามกลางความเห็นพ้อง และความไม่เห็นพ้อง    มีความแตกต่างหลากหลายอยู่รอบตัว   มีความไม่ชัดเจนอยู่รอบตัว    มีสิ่งท้าทายรออยู่ข้างหน้าตลอดเวลา

          สภาพเช่นนี้ การเรียนรู้สูงมาก   ผมเป็นคนบ้าเรียนรู้ จึงชอบบรรยากาศนี้

          แต่ก็ต้องฮึกเหิมแบบเจียมตัวเจียมใจ  และอดออม   โดยเฉพาะอย่างยิ่งออมกำลัง   ผมต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าวันหนึ่งก็มี ๒๔ ชั่วโมง    คนเราไม่ใช่ particle ตามทฤษฎี Quantum Physics ที่จะอยู่ได้หลายที่ในเวลาเดียวกัน

          แต่ชีวิตแบบนี้คล้ายคนบ้า    และน่าจะทำความเดือดร้อนให้คนข้างเคียงไม่ใช่น้อย   เพราะเราสนุกอยู่คนเดียว เขาไม่ได้สนุกด้วย   ชีวิตแบบนี้อยู่กับภายในของตนเองมากหน่อย    การสังสรรค์ภายในครอบครัวน้อย    จึงมีข้อเสียอยู่ด้วย 

          อาจมีสภาพ ผมฮึกเหิม   คนข้างเคียงห่อเหี่ยว

         สติเตือนว่า ต้องแบ่งเวลา จัดสรรเวลาให้เหมาะสม

 

วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ย. ๕๒