ให้กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียน ม.3 ในระดับคะแนนขั้นต้น 2.00 หากโรงเรียนใดมีความประสงค์จะกำหนดเกณฑ์สูงกว่านี้ให้ขอความเห็นชอบจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงเกณฑ์การรับนักเรียนชั้น ม.3  เพื่อเรียนต่อ ม.4 ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ประจำปีการศึกษา 2553 ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะแบ่งแนวทางการปฏิบัติเป็น 2 แนวทางคือ 1.โรงเรียนที่มีฐานนักเรียนชั้น ม.ต้นน้อยกว่า ม.ปลาย ให้รับนักเรียนที่มีความประสงค์จะเข้าเรียนทุกคน และ 2.โรงเรียนที่มีฐานนักเรียน ม.ต้นมากกว่า ม.ปลาย ให้กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียน ม.3 ในระดับคะแนนขั้นต้น  2.00 หากโรงเรียนใดมีความประสงค์จะกำหนดเกณฑ์สูงกว่านี้ให้ขอความเห็นชอบจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่เกณฑ์ที่กำหนดต้องไม่เกินกว่า 2.50 
   
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการรองรับนักเรียนที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะเปิดโอกาส ให้โรงเรียนเป็นผู้พิจารณารูปแบบในการคัดเลือกนักเรียน แต่โรงเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ปกครองได้มีเวลาเตรียมการล่วงหน้า นอกจากนี้ สพท.ก็ต้องมีมาตรการรองรับนักเรียน ม.3 ที่มีผลการเรียนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ให้ได้เรียน ม.4 ทุกคน ส่วนการขอขยายห้องเรียนนั้นให้เป็นดุลพินิจของสถาน ศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้จะนำข้อสรุปดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม กพฐ.เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป.

ดิฉันคิดว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี คือ  จะส่งผลให้เด็กที่จะเข้ารับการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีพื้นฐานในการศึกษาอยู่ในระดับที่ดี จะทำให้ครูผู้สอนและนักเรียนปรับตัวเข้าหากันได้ง่ายขึ้นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมอื่นๆ ได้

ข้อเสีย  จะส่งผลให้เด็กที่มีเกรดเฉลี่ยน้อยขาดโอกาสในการศึกษามาก และจะทำให้ผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนมีความลำบากมากขึ้นในการจัดหาโรงเรียนให้กับเด็ก