คอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการศึกษา
หากมองย้อนไปในอดีตการเรียนการสอนที่ต้องท่องจำ อ่าน และสอบโดยที่ไม่ได้รับรู้หรือมีเป้าหมายว่า เมื่อเรียนไปแล้วจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร หลักสูตรที่จัดทำขึ้นจะบอกวัตถุประสงค์ว่าจะให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร การวัดผลท้ายที่สุดคือการสอบ ซึ่งถือว่าเป็นการรวบยอดความรู้และแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจว่ามีมากน้อยเพียงใด เป็นวิธีการที่ใช้มานาน แต่ในชีวิตประจำวันหลังจากที่เรียนจบแต่ละคนจะมีหน้าที่ อาชีพการงาน ต่างกัน บางคนเรียนไม่ดีแต่กลับมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องของกรอบความคิด และแนวคิดในการนำความรู้มาประยุกต์กับการใช้ชีวิต ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพยายามที่จะผลักดันให้ระบบการศึกษาตอบสนอง และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอนถือได้ว่าเป็นภาระและความจำเป็นที่ผู้สอนต้องมีวิสัยทัศน์และมองเห็นถึงความสำคัญ
ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ระบบการเรียนทางไกล และการเรียนแบบออนไลน์ที่เปิดให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อและให้คำปรึกษา ตลอดจนการศึกษาและเรียนรู้ด้วยตัวเองที่สามารถเรียกข้อมูลมาใช้ได้จากทุกที่ ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย การปรับสภาพที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความต้องการในการเรียนรู้เป็นสิ่งจำเป็น แต่หลาย ๆ ครั้งเราจะมองเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ต่างจากการพยายามผลักดัน ยัดเยียดความรู้โดยที่เราหรือเขาไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าเรียนไปเพื่ออะไร
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2542) ได้เสนอ 10 อนาคตภาพ เพื่อพลิกโฉมหน้าใหม่ของโลกและเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่ง 10 อนาคตภาพนี้ คนในสังคมจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อนาคตภาพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ 4 อนาคตภาพ ดังนี้
1. ยุคของเทคโนโลยีขั้นสูง (The Age of high technology) ซึ่งถือว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดรูปแบบการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 20
2. ยุคของข้อมูลข่าวสารสนเทศ (The Age of Information Technology) ซึ่งการพัฒนาวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์เริ่มตั้งแต่ปี 1964 จนถึงปัจจุบันมีการสร้างเครือข่ายสารสนเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสามารถการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ความสำเร็จและอำนาจของบุคคลจะอยู่ที่ความสามารถในการเข้าถึง การจัดการ และการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่อย่างมากมายเหล่านี้
3. ยุคของสังคมแห่งความรู้ (The Age of Knowledge Society) จากประโยคอมตะของFrancis Bacon ที่ว่า “ ความรู้คืออำนาจ” ( Knowledge itself is power ) ดังนั้น ความรู้จึงกลายเป็นตัวกำหนดระดับความสามารถ ในการแข่งขันทั้งในระดับบุคคล ระดับหน่วยงาน และในระดับประเทศ บุคคลที่ทรงความรู้อย่างหลากหลายและมีความสามารถในการนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์จะกลายเป็นกลุ่มคนที่ทรงพลังอำนาจในสังคมอนาคต
4. ยุคของสังคมเครือข่าย (The Age of Networks) มีการจัดระเบียบโลกใหม่ ซึ่งจะไม่มีประเทศหรือองค์กรใดสามารถดำรงตนอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ จะต้องสร้างการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อการอยู่รอดและเพิ่มความแข็งแกร่งของประเทศและองค์กร สังคมเครือข่ายจึงเป็นภาพที่ชัดเจนในศตวรรษที่ 21
หากมองย้อนไปในอดีตการเรียนการสอนที่ต้องท่องจำ อ่าน และสอบโดยที่ไม่ได้รับรู้หรือมีเป้าหมายว่า เมื่อเรียนไปแล้วจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร หลักสูตรที่จัดทำขึ้นจะบอกวัตถุประสงค์ว่าจะให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไร การวัดผลท้ายที่สุดคือการสอบ ซึ่งถือว่าเป็นการรวบยอดความรู้และแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจว่ามีมากน้อยเพียงใด เป็นวิธีการที่ใช้มานาน แต่ในชีวิตประจำวันหลังจากที่เรียนจบแต่ละคนจะมีหน้าที่ อาชีพการงาน ต่างกัน บางคนเรียนไม่ดีแต่กลับมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องของกรอบความคิด และแนวคิดในการนำความรู้มาประยุกต์กับการใช้ชีวิต ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพยายามที่จะผลักดันให้ระบบการศึกษาตอบสนอง และพัฒนาผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้และประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอนถือได้ว่าเป็นภาระและความจำเป็นที่ผู้สอนต้องมีวิสัยทัศน์และมองเห็นถึงความสำคัญ
ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ระบบการเรียนทางไกล และการเรียนแบบออนไลน์ที่เปิดให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถติดต่อและให้คำปรึกษา ตลอดจนการศึกษาและเรียนรู้ด้วยตัวเองที่สามารถเรียกข้อมูลมาใช้ได้จากทุกที่ ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย การปรับสภาพที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความต้องการในการเรียนรู้เป็นสิ่งจำเป็น แต่หลาย ๆ ครั้งเราจะมองเห็นว่าการเรียนรู้ไม่ต่างจากการพยายามผลักดัน ยัดเยียดความรู้โดยที่เราหรือเขาไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าเรียนไปเพื่ออะไร
เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นำมาเป็นเครื่องมือในการสอน เครือข่ายความรู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นตัวกลางถือได้ว่าเป็นแรงสำคัญในการเชื่อมโยงแหล่งความรู้ ข้อมูลเนื้อหา ชุดวิชาใน
การสอนเข้าด้วยกันโดยไม่มีพรมแดนกั้น ทำให้การเรียนน่าตื่นเต้นและน่าติดตาม เรียนอยู่ที่สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี สามารถใช้เอกสารการสอนจากต่างประเทศได้ อยากศึกษาอยากเรียนรู้แขนงวิชาไหนก็ทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว โดยมีผู้สอนเป็นผู้ชี้นำ

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2542) ได้เสนอ 10 อนาคตภาพ เพื่อพลิกโฉมหน้าใหม่ของโลกและเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่ง 10 อนาคตภาพนี้ คนในสังคมจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อนาคตภาพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ 4 อนาคตภาพ ดังนี้
1. ยุคของเทคโนโลยีขั้นสูง (The Age of high technology) ซึ่งถือว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดรูปแบบการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 20
2. ยุคของข้อมูลข่าวสารสนเทศ (The Age of Information Technology) ซึ่งการพัฒนาวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์เริ่มตั้งแต่ปี 1964 จนถึงปัจจุบันมีการสร้างเครือข่ายสารสนเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสามารถการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ความสำเร็จและอำนาจของบุคคลจะอยู่ที่ความสามารถในการเข้าถึง การจัดการ และการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่อย่างมากมายเหล่านี้
3. ยุคของสังคมแห่งความรู้ (The Age of Knowledge Society) จากประโยคอมตะของFrancis Bacon ที่ว่า “ ความรู้คืออำนาจ” ( Knowledge itself is power ) ดังนั้น ความรู้จึงกลายเป็นตัวกำหนดระดับความสามารถ ในการแข่งขันทั้งในระดับบุคคล ระดับหน่วยงาน และในระดับประเทศ บุคคลที่ทรงความรู้อย่างหลากหลายและมีความสามารถในการนำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์จะกลายเป็นกลุ่มคนที่ทรงพลังอำนาจในสังคมอนาคต
4. ยุคของสังคมเครือข่าย (The Age of Networks) มีการจัดระเบียบโลกใหม่ ซึ่งจะไม่มีประเทศหรือองค์กรใดสามารถดำรงตนอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ จะต้องสร้างการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อการอยู่รอดและเพิ่มความแข็งแกร่งของประเทศและองค์กร สังคมเครือข่ายจึงเป็นภาพที่ชัดเจนในศตวรรษที่ 21
|
|