วันที่สองของการประชุมเป็นการนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน

 

         ได้เข้าประชุม South-South Cooperation Project : ICPD@15 Experience Sharing Forum จัดโดย UNFPA  การประชุมจัดขึ้น 2 วัน   วันที่ 14-15 กันยายน 2552  วันแรกให้ไปดูงาน วันที่สอง เป็นการนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละประเทศ

 

         การประชุมในวันที่สอง ประชุมที่ตึก UN  มีการนำเสนอผลงานของแต่ละประเทศ  ภาพนี้เป็นภาพบรรยากาศในการประชุมค่ะ

  

            การนำเสนอผลงาน เริ่มด้วยการกลุ่มวัยรุ่น ตามมาด้วยกลุ่มอนามัยแม่และเด็ก และตบท้ายด้วยกลุ่มผู้สูงอายุ

 

            การนำเสนอแต่ละประเทศให้นำเสนอไม่เกิน 15  นาที จากนั้นจะให้มีการถามและแลกเปลี่ยนประสบการณ์  

             กลุ่มวัยรุ่นมีการพูดถึงความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธุ์โดยไม่ตั้งใจ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็จะมีเรื่องของการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์  มีโอกาสที่จะคลอดบุตรที่มีน้ำหนักน้อย (Low Birth Weight) และท้ายที่สุดมีโอกาสที่แม่จะตายจากการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย  

              การแลกเปลี่ยนประสบการณ์หลากหลาย มีการเสนอแนะว่าในการดำเนินงานควรให้กลุ่มวัยรุ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพราะไม่มีใครรู้ซึ้งถึงปัญหาเท่ากับตัววัยรุ่นเอง ซึ่งในประเทศไทยในการดำเนินงานก็ให้วัยรุ่นเป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว มีมุมเพื่อนใจวัยรุ่น (Friend Corner), To be number One เป็นต้น  นอกจากนี้การให้ความรู้กับวัยรุ่นและการดูแลในเรื่องสื่อต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ 

 

            กลุ่มอนามัยแม่และเด็ก ประเทศไทยได้นำเสนอในเรื่องของโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว การมีส่วนร่วมของผู้ชายในงานอนามัยแม่และเด็ก  ทุกประเทศจะมีการนำเสนอสถานการณ์ในงานอนามัยแม่และเด็ก ข้อมูลที่ผู้เขียนสนใจได้แก่การคลอดที่บ้านกับบุคลากรที่ไม่ใช่บุคลากรสาธารณสุขซึ่งหลายประเทศซึ่งเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาเหมือนไทย เช่น  ลาว  เขมร  ติมอร์เลสเต้ ยังมีการคลอดที่บ้านสูงอยู่  ส่วนในไทยที่มีการคลอดที่บ้านสูงจะมีเฉพาะบางพื้นที่ เช่น ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่สูงในภาคเหนือ   นอกจากนี้การตายของมารดาของทุกประเทศที่รายงาน พบว่าเหมือนกันหมดคือส่วนใหญ่ตายจากการตกเลือดหลังคลอด

 

       ในส่วนของผู้สูงอายุ ทุกประเทศมีแนวโน้มว่าสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น  การวางนโยบายรองรับในการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง ผู้สูงอายุที่น่าเป็นห่วงน่าจะได้แก่ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและผู้สูงอายุที่ไม่มีบำเหน็จ บำนาญ  แต่โชคดีที่เมืองไทยมีเงินยังชีพให้กับผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท

 

          ภาพนี้ได้จากการนำเสนอของประเทศเวียดนาม ที่สรุปตอนท้ายว่า รูปนี้เป็นผู้สูงอายุของเวียดนาม  การยิ้มเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อายุยืนยาวค่ะ

 

        สรุปสั้น ๆ  ค่ะ  มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ หากใครอยากรู้เพิ่ม มีเอกสารประกอบมาขอดูได้ หรือจะไปขอที่ UN ก็ได้ สมัยเป็นนักศึกษาผู้เขียนก็เคยไปขอเอกสารหลายครั้ง หนังสือดี ๆ มีเยอะมากค่ะ

 

           ตัวอย่างเอกสารที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้

         

           

 

          ถ่ายภาพร่วมกันก่อนแยกย้ายกันกลับ

 

       

          ในภาพรวมผู้เขียนคิดว่าการประชุมครั้งนี้ดีมาก ได้แนวความคิดมากมาย  ความจริงก็เป็นของการจัดการความรู้  เพราะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์  สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการดำเนินงานของตัวเองได้  บรรยากาศก็เป็นแบบ KM เป็นบรรยากาศที่สร้างสรร

 

        แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่คิดว่าควรจะระวัง  โดยเฉพาะการให้ข้อคิดเห็น  ในการประชุมครั้งนี้  มีผู้เข้าประชุมคนไทยจากส่วนกลาง ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แม่ที่เป็นมุสลิมยังนิยมคลอดที่บ้านเพราะลักษณะทางสังคม  วัฒนธรรม  หากคลอดที่บ้านจะได้มีการอาซาน ในเด็กแรกคลอดได้  ซึ่งข้อมูลนี้ไม่ถูกต้องนัก  ขณะนี้สถานบริการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมุมอาซานสำหรับอาซานในเด็กแรกคลอด  มีการให้บริการที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่  การดำเนินงานพัฒนาไปจากเดิมเยอะมาก  ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกรมอนามัย  ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา สำนักตรวจราชการ  สำนักงานสาธารณสุขและหน่วยงานอื่น ๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ลงมาพัฒนาการดำเนินงานอยู่ตลอด  ดังนั้นผู้ที่จะให้ข้อมูลในระดับนานาชาติเช่นนี้ ควรจะแน่ใจว่าข้อมูลของตัวเองถูกต้องและทันสมัย  โดยเฉพาะการให้ข้อมูลที่มิใช่พื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ

                 

                               สวัสดีค่ะ