เบี้ยใต้ถุนบ้าน
ตอนที่ 1
.....เสียงเครื่องพิมพ์ดีด ดัง ป็อกแป็ก..ป็อกแป็ก .ตามมาด้วย มือหมุนกระดาษ แกร็กๆๆ สลับกันอย่างนี้ ในยามค่ำคืนที่ ผู้คนเขาหลับ
พักผ่อนกัน (บ่งบอกถึงสภาวะ ของการด้อยพัฒนา เพราะสมัยนี้ ไม่เครื่อง พีซี ตั้งโต๊ะ ก็ โน๊ตบุ๊ค กันแล้ว )ทุกๆคืนจะเป็นกิจวัตร...
ถ้าไม่ติดภารกิจ อื่น งานเขียน เป็นอาชีพ หนึ่ง ที่ ประทังชีวิตของทุกคนในครอบครัว พรุ่งนี้ จะต้องส่งต้นฉบับให้กับโรงพิมพ์ ด้วย คืนนี้อาจ ดึกสักหน่อย หลังจาก กินข้าวเย็นแล้ว เข้าประจำ โต๊ะทำงานส่วนตัว..ก็ เพราะเป็นตอนอวสานของเรื่องแล้ว(.เบี้ยใต้ถุนบ้าน.) ถึงแม้ว่าค่าตอบแทนจะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็พอ ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอม ลูกๆ 2 คนและค่าภาษีสังคม ป็อกแป็ก..ป็อกแป็ก..ป็อกแป็ก แกร็กๆๆ กระดาษแผ่นสุดท้าย ถูกดึง ออกจากเครื่องพิมพ์ เจ้าของผลงาน หยิบกาแฟ ที่ชงมา สัก
พักใหญ่ ตอนนี้เย็นชืดแล้ว หลังจากใช้สายตารูดรายละเอียด เสียงดัง กรั๊วก..กระดก ครั้งเดียว หมด...จากนั้นก็จัดแจง จัด มัดรวม เป็นตอนๆ ด้วยเชือกฟาง แล้วก็มานั่งเอนหลังที่โซฟา คิดอะไรเพลินๆ
งีบหลับไปเมื่อไรไม่รู้.....
พ่อ...พ่อ...พ่อจ๋า (เสียงลูกสาวคนเล็กที่กำลังเรียนอยู ม. 6 เรียกพร้อมจับแขนพ่อเขย่า) พ่อจ๋า โมงสี่สิบแล้ว เดี๋ยวหนูไปไม่ทันเข้าแถว ผู้เป็นพ่อ ตื่น
ทันที ทั้งที่ เมื่อคืน เกือบตี สาม รีบกุลีกุจอ จัดแจง เรื่องส่วนตัว เกือบสิบนาที เรียบร้อย พร้อมทั้ง หอบหิ้ว เอกสารไปส่งโรงพิมพ์ จากนั้นโฟค์คันเก่า
สีฟ้า ที่นานๆที จะได้เจอ การล้างใหญ่ทำความสะอาดซะที ก็ขับเคลื่อนไป เห็นควันดำจนคล้อยลับทางโค้ง...
ณ..โรงพิมพ์
....สวัสดีครับ พี่ (เสียง เสี่ยชัย เจ้าของโรงพิมพ์ กล่าวต้อนรับด้วยเสียงอันไมตรี)
(เสี่ยชัย) ผมอ่านทุกตอนที่พี่ส่งมา เหลืออยู่ตอน อวสานนี่แหละ แหม พี่นี่ วางคอนเซพ เนื้อหาได้เยี่ยมจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ แค่ชื่อเรื่อง
เบี้ยใต้ถุนบ้าน มันก็ชวนอ่านแล้ว...(เสี่ยชัย ชมยกใหญ่)
(ศ. ศิลป์ ) ขอบคุณครับเสี่ย เมื่อคืนผมเก็บงานเกือบสว่าง
(เสี่ยชัย) กาแฟสักแก้วไหม
( ศ. ศิลป์) ดีเหมือนกันครับ
(เสี่ยชัย) เฮ้ย ดำ เอากาแฟ มาถ้วยซิ เข้มๆหน่อย
(ดำ) ครับ เสี่ย..
...จากนั้นกาแฟแก้วใหญ่ร้อนๆรสเข้มข้น ก็ถูกสาดลงลำคอจนหมด
(เสี่ยชัย) นี่ครับพี่ 8 หมื่น แบ้งค์พันล้วนๆ เช็คด้วยพี่..
(ศ. ศิลป์ นับเสร็จ) ขอบคุณครับ ..งั้นผมลาเสี่ยเลยนะครับ มีเรื่องใหม่ผมจะเอามาให้เสี่ยดูก่อน
(เสี่ยชัย) ครับๆ โชคดี ครับ
.... ซองสีน้ำตาล ถูกยัดด้วยแบ้งค์อีกครั้ง จนปูด เห็นได้ชัด (ศ. ศิลป์ ) ขับรถกลับบ้านใจก็นึกไป... วันนี้ เรามีอัฐ ไว้ จุนเจือครอบครัว ไปถึงเดือนหน้า
พอถึงบ้านก็ยื่นซอง ให้กับผู้จัดการส่วนตัว.....เอาแม่ เดี๋ยวจะของีบสักหน่อย เมื่ออาบน้ำ เปิบ อาหารช่วงสาย (ศ .ศิลป์) ก็หลับด้วยความอ่อนเพลีย
หลังจากอดนอนมาเกือบสว่าง....
..............................................................................................................................................
ตอนที่ 2 (ดำเนินเรื่อง..เบี้ยใต้ถุนบ้าน)
........กลิ่นหอม ลอยคละคลุ้งทั่วบริเวณบ้าน กึ่งทรงไทย สมัยเก่า บ้านยกพื้นสูง สองชั้น หลังคามุงด้วยแฝกผสมใบจากฝาบ้าน ขัดด้วย ไม้ไผ่
สาน ผสมกับ ไม่ไผ่ พื้นบ้าน เป็นกระดาน เป็นไม้เก่า หน้ากว้างตั้ง 2 ศอก กว่า สมัยนี้หาไม่ได้แล้ว แต่ละแผ่น ปูห่างกัน ประมาณนิ้ว
คนไทยสมัยก่อน จะปูกระดาน แบบนี้แทบทุกบ้าน เพราะ ทำให้บ้านเย็นสบาย ลมพัดผ่าน ได้ อีกทั้งหลังคาก็ ยกสูง บันไดก็ 7 ขั้น
ก่อนขึ้นบ้านจะมีอ่างสำหรับไว้ล้างเท้า มีตุ่มน้ำวางอยู่ด้านขวา พร้อมด้วยกระบวยตักน้ำวางทับอยู่บนฝา ชานบ้าน 3 คน พ่อแม่ลูกกำลัง
สาระวน กับหน้าที่ของตนเอง พ่อมีหน้าที่ ตัดไม้ไผ่ จักตอก แม่ มีหน้าที่ ผสม จัดเตรียม ห่อ มัด เรียง นึ่งไปพร้อมกัน ลูกสาว มีหน้าที่ปอกกล้วย
ฝานเป็นชิ้น ผ่า 2 พร้อมกับ ตัดใบตอง ให้พอเหมาะกับการห่อ และ ทำไม้กลัด กลิ่นหอมผสมผสานกับใบเตยอันเป็นสูตรเด็ด หอมชวนรัปทาน
พร้อมกับอีก 1 เมนูเด็ด ห่อหมกปลาช่อนไร้ก้าง สมุนไพรใส่ใบยอ ทั้งสมุนไพร กระทิสดๆ สีสรรที่จัดวางด้วยพริกหยวกสีแดง พร้อมกับ
ซอยใบมะกรูด เป็นฝอย โรยหน้า รูปลักษณ์ ห่อหมกก็สุดจะบรรจง ดัดแปลง เป็นกระทงที่ประดิษฐ์แบบสวยงาม ใครเห็นต้องชื่นชมว่าสวย
ใครได้ชิมต้องบอกว่า ติดใจ กลับมาซื้อใหม่ บางคน ซื้อไปฝากญาติ ขนาดเย็นแล้ว รสชาดยังอร่อย ข้ามต้มมัด ยัดใส้ด้วยใบเตย และ
ห่อหมกปลาช่อนไร้ก้างผสม สมุนไพรใส่ใบยอ เป็นสูตรแรก ของครอบครัวนี้ นับจัดว่าเป็นอาหาร โอท็อบ ได้เลย เพราะเวลาทำ มีความตั้งใจจริง
เอาทั้งคุณภาพ และปริมาณ ...
(พ่อ) ชื่อ ทอม เอมีครู้ท (หรือตาทอมที่ชาวบ้านแถวนั้นเขาเรียกกัน ) เป็น ลูกครึ่งไทย อเมริกา สมัยที่ฐานทัพอเมริกา มาตั้งอยู่ที่ ตาคลี
พ่อของตาทอมเป็นทหาร มาพบรักกับแม่ของทอม ที่เป็นคนไทยขายขนมจีน พ่อของตาทอม อยู่หลายปี จึงพูดไทยได้ ในที่สุดก็สามารถ
เผด็จศึกหัวใจแม่ของตาทอมได้ จนมีตาทอมแล้วทั้งพ่อและแม่กลับอเมริกาแล้วก็หายสาบสูญไปเลย ปล่อยตาทอมอยู่กับยาย ...ตาทอม
เป็นลูกครึ่งที่หน้าตาฝรั่งมาก ถ้าไม่พูด เป็นฝรั่ง แน่นอน แต่ แกพูดไทยปร๋ออายุ 55...ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ .เป็นลูกครึ่งที่พูดภาษาอังกฤษ
ไม่ค่อยได้ แถมพูดภาษาอิสานได้อีกต่างหาก ....
(แม่) ชื่อ สายพิณ สันตาดี (ใช้นามสกุลตา ยาย ) อดีต เคยเป็นนางงามสงกรานต์ประจำหมู่บ้าน สายพิณ สมัยสาวๆ จัดว่าเป็นคนที่สวยมาก
หนุ่มๆ ทั้งหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ หลายคน อยากจับจอง ...แต่ก็ก็ต้องพ่ายให้กับตาทอม ที่เป็นลูกครึ่ง แม่สายพิณ แกเป็นคนเรียบร้อยมาก
ขยัน อยู่กับตาทอม ยังไม่เคยปริปาก บ่น หรือท้อแท้ ให้ได้ยิน เป็นคนที่แข็งแกร่งทั้งใจและกาย
(ลูกสาว) สวยใส สันตาดี ( แก้ว) ลูกสาวโทน แก้วเป็นลูกสาวที่ว่านอนสอนง่าย เรียบร้อย ขยัน ความจำดี แก้ว เป็นสาวที่สวยมากๆ
พูดจาก็เพราะ ด้วยความที่แม่ก็เป็นคนสวย บวกกับพ่อที่เป็นลูกครึ่ง รูปร่างหน้าตา ของแก้ว จึงสวยงามสมส่วน แก้วเป็นคนผิวขาว หนุ่มๆ
แค่เห็นผ่าน ยังต้องหันหลังกลับมามอง แก้วเป็นคนที่มีอัธยาสัยดี ใครอยู่ด้วยก็มีแต่คนรัก เอ็นดู ....แก้วจบการศึกษาแค่ ป. 6 แก้วก็อยากจะเรียนต่อ
เหมือนเพื่อนๆ ที่บางคนได้ไปเรียนที่ตัวอำเภอ แต่แก้วก็ไม่ได้น้อยใจในวาสนาที่ตนเองไม่ได้เรียน แต่แก้วก็คิดว่า ตัวเองก็มีความสุขที่ได้อยู่กับพ่อ
แม่ และได้ช่วยพ่อแม่ ทำงาน....
.........ครอบครัวนี้จะจัดเตรียมของกัน ตั้งแต่ เช้า ตระเตรียมเสร็จก็เที่ยงกว่า บ่าย ๆ แก้วกับแม่ ก็หาบของตระเวนขายไปทั้งหมู่บ้าน ของที่ขาย
ข้ามต้มมัด ยัดใส้ด้วยใบเตย และ ห่อหมกปลาช่อนไร้ก้างผสม สมุนไพรใส่ใบยอ ขายหมดทุกวัน สิ่งที่ตอบแทนมา คือเงิน ด้วยน้ำพักน้ำแรง
ของ สามคน พ่อ-แม่-ลูก ที่ได้มาจุนเจือครอบครัว ...ช่วงบ่ายแก้วและแม่ไปขายของ ตาทอม ก็ออกไปเก็บผัก วางลอบ ลงข่าย ดักไซ กู้เบ็ด ที่ปักไว้ ทุกวัน
บางวันก็เหลือเฟือ แกก็เอาไปแบ่งเพื่อนบ้าน สามคน พ่อ-แม่-ลูก พร้อมหน้ากันอีกครั้ง ก็อ 5-6 โมงเย็น ทุกวัน ทุกวัน แม่สายใจ ก็จะเตรียมกับข้าวไว้ บางทีก็
ปรุงเลย ...บางครั้งก็ เตรียมของไว้ กับมา ก็ผัดบ้างแกงบ้าง ..น้ำพริกบ้าง...ผักต้มบ้าง หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่ สามคน พ่อ-แม่-ลูก
อาบน้ำ นับเงิน แล้ว ทั้งหมดก็ มานั่งรวมวงกินข้าวเย็น คุยกันอย่างมีความสุข จากนั้น ตาทอมก็จะแยกไปฟังข่าวบ้าง เพลงบ้าง จากวิทยุ ส่วนแม่ก็จะเก็บโน่นเก็บนี่ไปตามประสา
แก้วก็จะช่วยแม่ทำความสะอาด ปัดกวาดถู จัดปูที่นอนให้พ่อ-แม่ หลังจากนั้นก็จะมาดูทีวี ตามประสา ...ครอบครัวนี้ ไม่เกิน 4 ทุ่มทุกคนก็จะมีความสุขกับการพักผ่อน
บางวันใกล้ค่ำ หมาที่เลี้ยงไว้ มันจะเห่า และเห่าแบบกรรโชก นั่นแสดงว่า มี หนุ่มๆ มาแอบมองหน้าบ้านแทบทุกวัน (คงเป็นธรรมดาของคนสวยที่มีคนมาแอบชอบ)
แต่แก้ว ก็ยังไม่ได้เทใจให้กับใคร แม้ว่าปีนี้ สิบแปดปีบริบูรณ์แล้วก็ตาม...เสียงจิ้งหรีด จักจั่น ขับกล่อม ดังไปทั่วบริเวณ สลับกับความเงียบผ่านไปจนรุ่งสางของวันใหม่......