สภาเกษตรกรแห่งชาติฟักตัวมานาน บัดนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว    ผมพยายามหาร่างฉบับเต็มมาอ่าน ก็หาไม่พบ    พบแต่ข้อสรุป เช่นที่นี่   จึงขอให้ความเห็นข้อพึงระวัง    ว่าต้องระวังว่าในที่สุดแทนที่กลไกนี้จะสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกร    กลับสร้างความอ่อนแอ   เพราะสภาเกษตรกรกลับเป็นเครื่องมือให้การเมืองเข้าไปตักตวงผลประโยชน์จากเกษตรกร


          ผมคิดว่า มี ๓ ประเด็น ที่ผู้นำเกษตรกรน่าจะสร้างขึ้นควบคู่กับกลไกสภาเกษตรกร    หรือใช้กลไกสภาเกษตรกรสร้างกลไกคู่ขนานขึ้น   ได้แก่


๑. ตีความบทบาทของเกษตรกรให้กว้าง    อย่าตีความแค่ขั้นตอนการผลิตขั้นต้น    ให้ตีความเชื่อมโยงไปถึงการตลาด และการสร้าง value chain


๒. สร้างกลไกการรวมตัวกันเรียนรู้ของเกษตรกร    โดยใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ (KM)


๓. สภาเกษตรกรแห่งชาติอย่าทำงานประสานเฉพาะกับฝ่ายการเมือง   อย่าเน้นทำงานสนองฝ่ายบริหาร    ให้เป็นฝ่ายรุกเอง   กำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายของตนเอง    แล้วแสวงหาแนวร่วมมาลงมือทำเพื่อเป้าหมายนั้น    โดยแนวร่วมหรือภาคีที่ควรเน้นคือมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น    ร่วมกันแสวงหาแนวทางเกษตรกรรมใหม่ๆ    เช่นการเกษตรปลอดสารพิษ ร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้บริโภคในพื้นที่ เป็นต้น   โดยให้เน้นวิธิการแนวเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไว้

วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.ย. ๕๒