5.หลอกล่อ
ไหลน้ำครุ่นคิดถึงสายตาของฟองทะเลซึ่งจ้องมองเขา กระทั่งเขาต้องหยุดชะงักวางท่อนไม้ลง ขณะที่วาหว่าสั่นเทิ้มกำลังโถมถลาเข้าตีเขา เธอใช้ฝ่ามือดันหน้าอกวาหว่า วาหว่าค่อย ๆ สงบนิ่งลง สีหน้า น้ำเสียงที่กำลังเดือดดาล ร้อนแรง ลดระดับความแข็งกร้าว เย็นลงฉับพลันทันที ทำให้เขาทั้งสองต้องหยุดต่อล้อต่อเถียง
ฟองทะเลเป็นหญิงคนเดียวกระมัง ที่เขาไม่อาจชวนให้มาเล่นของเล่นของเขาได้ วันที่เขาเข้าไปในกลุ่มของเธอ เธอมีท่าทีเป็นผู้ชายมากกว่า ไม่เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ แม้ว่ารูปโฉม การแต่งกาย น้ำเสียงจะเป็นผู้หญิงเต็มตัวก็ตาม
เขานึกถึงวันที่เขาวางรถบังคับคันแดงบนฝ่ามือ ยกขึ้นระดับสายตาเธอ วาดมือเป็นวงกลม โยกคันบังคับ ล้อหลังหมุน ฟริ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ! “ฟอง...”
ฟองทะเลเงยหน้าสบตาเขา
“รถบังคับนี้จำลองมาจากของจริงเชียวนะ” เขาแย้มพราย
เธอยิ้มละไมก้มหน้าเลื่อยไม้
“ฟองเล่นได้ทันที ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเสียเวลาสร้างขึ้นมา” เขาขยาย ยื่นรถเข้าไปใกล้ กระเดาะปาก เป๊าะ !
ฟองทะเลหยุดเลื่อยไม้ พยักพเยิด เขาหดมือกลับวางรถบังคับบนพื้น โยกคันบังคับ ให้รถวิ่งรอบ ๆ เธอ เธอเหลือบมองรถอีกครั้ง ถอนสายตากลับ ก้มหน้าเลื่อยไม้
ถ้าก่อนเวลานั้นดอกหมากไม่ชวนว่า “ไหลน้ำไปหาฟองทะเลกัน”
“คิดยังไงจะไปเก็บหินในทะเล” เขาเล่นลิ้น
“ไม่ใช่หิน...คนชื่อฟองทะเล” ดอกหมากสะบัดหน้า
“ใครกัน ?” เขาเสแสร้ง
“ผู้หญิงขายของเล่นในตลาดนัดไง”
“อ๋อ...เด็กประหลาดคนนั้นไปหาทำไม ?”
“ดูเธอทำของเล่น”
“จากเศษไม้ใบหญ้านี่นะ” เขาทำหน้าเป๋อเหลอ ยกกล่องกระดาษมีภาพรถถังรัสเซียสีเขียวขี้ม้า วางบนโต๊ะ
“ดูผมเล่นไอ้นี่เถอะ” เขาแกะกล่องดึงชิ้นส่วนรถบังคับออกมา กางแบบพิมพ์เขียวให้ดอกหมากเห็น
“ผมว่าทิ้งเศษพลาสติกแล้วไปหาฟองทะเล ของเล่นไหลน้ำดูเมื่อไรก็ได้”
“เมื่อไรก็ได้ !” เขาขึ้นเสียง ทวนคำพูด
“แน่นอนของเล่นฟองทะเลดีกว่าของไหลน้ำเยอะ”
“ดีกว่าของผม...งั้นไป !” เขาสะกดอารมณ์ กระแทกเสียง ผุดลุก เดินอ้าวเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่งตัวเป็นตำรวจเต็มยศ ประดับดาวและมงกุฎบนบ่า เหน็บปืนอัดลมข้างเอว
“เฮ้ย ! ไปหาฟองทะเล ไม่ใช่ไปไล่จับผู้ร้าย” ดอกหมากสะดุ้ง หัวเราะคิกคัก
“ดอกหมากใส่เสื้อผ้าชุดนี้เถอะ” เขาวางมาด ยื่นชุดนักแข่งรถแดงแปร๊ดพร้อมรถบังคับ เฟอร์รารี่สีเดียวกันให้ดอกหมาก
“ไม่ต้องหรอก เสื้อผ้าของผมดูดีแล้ว”
“เอาเถิดน่า ใส่แล้วผมยกให้”
“ใจดีแฮะ”
“ให้มันรู้ไปสิว่าของเล่นข้างเอว และในมือของดอกหมาก ทั้งเครื่องแต่งกายของเขาทั้งสองซึ่งถอดแบบมาจากของจริงทุกกระเบียดนิ้วจะไม่เป็นที่สนใจของใครเชียวหรือ” เขาคิด
หลังจากที่เขาบังคับรถคันแดง วิ่งวนรอบฟองทะเลหลายรอบ พู่กลิ่นถือกระป๋องน้ำอัดลมเดินเข้ามา ฟองทะเลหยุดกึก เงยหน้ามอง เขาจึงยกรถบังคับ ส่งให้ดอกหมากจับไว้ เขาโยกคันแล่น ล้อหมุน ฟริ้ว ! ฟริ้ว !
“พู่ไปเล่นรถด้วยกันมั้ย ?” เขาชวนพู่กลิ่น
“เอาสิ” พู่กลิ่นพยักหน้า โยนกระป๋องทิ้ง
ส่วนวาหว่ากับฟ้าคราม เขาใช้ปืนอัดลมยิงล่อ ให้พวกเขาทดลองยิง ฟ้าก็สุดแสนเป็นใจเหลือเกินให้วาหว่าบังเอิญยิงสุ่มสี่สุ่มห้าถูกลูกมะม่วงหิมพานต์หล่นสู่พื้น วาหว่าติดอกติดใจระริกระรี้ ส่งผลให้ฟ้าครามขอเล่นด้วยทันที
เขาจึงชวนเพื่อน ๆ ฟองทะเลไปเล่นต่อที่บ้านเขา เขานึกว่าเธอจะทิ้งขยะเหล่านั้นแล้วก้าวตามมา ทว่าเปล่าเลย เธอกลับนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับเขยื้อน เขาจึงต้องปล่อยเลยตามเลย
มาวันนี้เธอกลับเป็นฝ่ายออกปากขอเล่นเอง ไม่ต้องหลอกล่อ เขายินดีจะให้อยู่แล้วเพียงแค่ขอแลกเปลี่ยนของเล่นของเธอบ้าง พอดีเธอสอดขึ้นมา ส่วนดอกหมากแทนที่จะบอกว่าเล่นรถเขาก็ได้ กลับถามเธอว่ามีรถหรือ
ครั้นเธอหิ้วลำไม้ไผ่มา บอกว่าเป็นรถ เขาว่าไม่ใช่ เธอเถียงคำไม่ตกฟาก กระทั่งเขาโกรธ “รถถึงอย่างไรก็ต้องเป็นรถ” ทั้ง ๆ ที่เขาตกลงใจให้เธอเล่น ชั่วแต่ว่าเธอยอมรับว่าไม้ไผ่นั้นไม่ใช่รถ แค่อะไรสักอย่าง เรียกอย่างไรก็ได้ที่ไม่ใช่ “รถ” เธอกลับเศร้าซึม เขาจึงไม่ได้เล่นกับเธอเลย
เขานึกว่าเธอจะเหมารวมขึ้งโกรธ ไม่พึงพอใจพวกเราทั้งหมดที่ไม่ยอมให้เธอเข้ามาเล่น แต่ในขณะที่พวกเราวิวาทกัน เธอกลับเข้ามาช่วยยุติ โดยไม่น้อยเนื้อต่ำใจ มีมิตรจิตมิตรใจอย่างสุขุมสงบนิ่ง
แล้วนี่ถ้าเธอรู้ว่า วันที่เขาดึงเพื่อนเธอไปนั้น มาจากการวางหมาก และความอิจฉาเธอ เธอจะขุ่นแค้นเขามากปานใด จะจ้องเขาด้วยสายตาให้อภัย ไม่ถือโกรธ และเป็นเพื่อนกัน หรือว่าจะทำตาลุกวาว เผาผลาญให้เขาต้องระเหิดกลายเป็นอากาศธาตุหายวับไปต่อหน้าต่อตากันแน่
* * *