ออทิสติกไม่ได้สร้างความแตกต่าง แต่เป็นเพราะเด็กทุกคนแตกต่างกัน เราจึงควรเรียนรู้และเข้าใจ ในความแตกต่างกันของเด็กแต่ละคน
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับออทิสทิก
เกณฑ์การวินิจฉัยโรค
A:เข้าเกณฑ์ต่อไปนี้ 6 ข้อหรือมากกว่า จากข้อ 1,2 และ 3 โดยต้องมีอย่างน้อย 2 ข้อ จากข้อ 1 และจากข้อ 2 และ 3 อีกหัวข้อละ 1 ข้อ
-
มีคุณลักษณะการเข้าสังคมที่ผิดปกติ
-
มีคุณลักษณะการสื่อสารที่ผิดปกติ
-
มีแบบแผนพฤติกรรม ความสนใจ หรือกิจกรรมที่ซ้ำและลักษณะเป็นเช่นเดิม
B: มีความช้าหรือผิดปกติด้านต่างๆต่อไปนี้ อย่างน้อย 1 ข้อก่อนอายุ 3 ปี
1.ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
2.ภาษาที่ใช้สื่อสารกับสังคม
3.เล่นสมมุติตามจินตนาการ
สาเหตุของโรค
ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุนน่าจะมีสาเหตุจากการทำงานของสมองที่ผิดปกติ (Brain dysfunction)
อาการและอาการแสดงของโรค
1.ความผิดปกติด้านการสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่น
ในช่วง 2-3 ปีแรกของชีวิต เด็กจะชอบอยู่คนเดียวในห้องหรือบนที่นอน
ลักษณะที่ typical คือ ไม่สบตา ถ้ามองก็เป็นแบบมองทะลุผ่านไป ขัดขืนเวลาอุ้มหรือจับต้องตัวเด็ก
ในช่วง preschool ไม่สนใจที่จะมีเพื่อน กระทำกับบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆคล้ายกับสิ่งของ ไม่รู้ความแตกต่างระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต
เมื่อเด็กโตขึ้น การสบตาอาจดีขึ้น สนใจทำในสิ่งที่ซ้ำซาก
2.ความผิดปกติทางการใช้ภาษาติดต่อกับบุคคลอื่น
มีความสับสนในการใช้คำสรรพนาม
มีการใช้คำพูดที่เป็นแบบเฉพาะของเขาเอง
3.พฤติกรรมทำอะไรซ้ำ หรือมีความสนใจจำกัด
คิดหมกหมุ่นหรือสนใจส่วนใดส่วนหนึ่งของสิ่งของ แสดงความคับข้องใจอย่างมาก ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
โดยสรุปพบว่า เด็กออทิสติกมักจะเสียการรับรู้ในการได้ยินและการสัมผัส มากกว่าการเห็นและการได้ยินและได้กลิ่น
การให้ความช่วยเหลือ
พัฒนาการช่วยเหลือโดยทีมสหวิชาชีพ
การช่วยเหลือครอบครัว
การจัดการศึกษาเฉพาะตัว
แจ้งสิทธิและปกป้องสิทธิเด็ก
ติดตาม ประเมินผลและให้ความช่วยเหลือเป็นระยะ
แนวทางการช่วยเหลือ
1.อธิบายให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงโรค
2.พัฒนาการบำบัดและการฝึกอาชีพ
3.พฤติกรรมบำบัด
4.การรักษาด้วยยา
5.การฝึกพูด
6.การศึกษา
7.การรักษาด้านอื่นๆ
เป้าหมายของการรักษา คือการกระตุ้นและฟื้นฟูพัฒนาการด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นจนใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุดและลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
การส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก
การช่วยเหลือที่ดีที่สุด คือ การช่วยเหลือเมื่อเด็กอายุน้อย เวลาที่รอ คือ เวลาที่เสียไป
เทคนิคการช่วยเหลือในการฝึก
1.ช่วยจับทำ
2.แตะนำ
3.เลียนแบบ
4.ทำตามคำสั่ง
วิธีที่จะนำเด็กออกจากเด็กออกจากโลกของตนเองสู่สังคมในบ้าน
1.การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5
2.การจับมือเด็กให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง
3.การหันตามเสียงเรียก
4.การสอนให้เด็กรู้จักตนเองและสมาชิกในครอบครัว
ข้อควรระวัง
-ไม่เร่งรีบและบังคับเด็กจนเกินไป
-เด็กออทาติกระดับสติปัญญา
-ระยะ 2-3 ปีแรก ไม่ค่อยมีปัญหาอารมณ์ นั่งเรียนได้ พูดน้อย ความจำในบทเรียนดี
- ป. 2-3 มักจะเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น ถูกล้อเลียน
-เมื่อเรียนสูงขึ้นจะติดตามบทเรียนไม่ทัน ทำให้ท้อทอย
ออทิสติกไม่ได้สร้างความแตกต่าง
แต่เป็นเพราะเด็กทุกคนแตกต่างกัน
เราจึงควรเรียนรู้และเข้าใจ
ในความแตกต่างกันของเด็กแต่ละคน
อ่านข้อ A แล้วไม่เข้าใจ ตกลงเข้าเกณฑ์เป็นอย่างไร กี่ข้อจากกี่ข้อ เปลี่ยนประโยคเด่นกับคำสำคัญให้ครับ แต่ใครบันทึกละเนี่ย / boss
ที่บ้านมีอยู่หนึ่งคน มีแบบแผนพฤติกรรม มีความสนใจซ้ำๆ ชอบอยู่คนเดียว,ชอบซื้อและนั่งดูหัวการ์ตูนมากเป็นมานาน(ที่รู้ๆก็17ปีแล้ว) เข้าข่ายอะไรดี แก้ไขอย่างไรดีคะ ใครบันทึก ช่วยตอบที/วิลาวรรณ์ อิอิ...
ช่วยลงเกณฑ์เพิ่มให้ด้วยค่ะ By Jan