การถ่ายภาพเอกซเรย์แบบใหม่ สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน ภายใต้การขาดแคลนบุคลากรทางรังสี, การใช้ CR มองดูเหมือนเป็นหลักการง่ายๆแต่ในความเป็นจริงของผู้ให้บริการมีกรรมวิธีที่ค่อนข้างต้องใช้ความรู้ความสามารถที่สูง (เพราะการทำงานจริงๆผู้ป่วยจะได้รับรังสีน้อยกว่าการถ่ายภาพเอกซเรย์แบบใช้ฟิล์ม)
1 การกำหนดปริมาณรังสีในการถ่ายภาพ จะใช้ kV สูงๆและใช้ Sce น้อยๆแต่ก็ต้องมีการคำนวณให้ดีเพราะถ้าคำนวณไม่ดีภาพก็จะเกิด สัญญาณรบกวน เวลาแพทย์ ขยายภาพเพื่อเจาะจงดูส่วนที่สงสัย ภาพก็จะแตก(คุณภาพของภาพลดลง)
2 การนำภาพรังสีเข้าเครื่อง scan ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้า scan ผิดภาพก็ใช้ไม่ได้
3 การถ่ายภาพลงแผ่น Plate (หลักการทำงานเหมือน แผ่น screen เดิมๆของเรา)ต้องระวังไม่ให้เกิด atifact ถ้าเกิดคุณภาพของภาพลดลง
4 และที่ไม่สะดวดมากๆได้แก่ การถ่ายภาพไม่มี Plate cassettes ที่เป็นแบบ grid ต้องใช้แผ่นกริดเมื่อต้องถ่ายอวัยวะหนาๆ(ย้อนไปเมื่อสมัยนักเรียนที่ไม่มีgrid cassettes)
5 การถ่ายเอกซเรย์ส่วนใหญ์ที่ใช้ระบบ CR จะไม่มีการเกิดฟิล์มเสียแต่ก็มีการถ่ายซ้ำอยู่ดี แต่การถ่ายซ้ำจะไม่เกิดจากการให้ปริมาณรังสีมากไป หรือน้อยไปแบบเดิม แต่เกิดจากการจัดท่าไม่ดี หรือภาพขาดส่วนประกอบที่สำคัญไป หรือภาพไม่ตรง(True)
6 ปัญหาที่พบ พบว่า การถ่าย organ หนา เช่น Lumba spine ท่า lateral crostable ภาพจะไม่สวย
7 สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงมากๆคือความรู้และทักษะของนักรังสีที่จะรับและปฏิบัติที่ใกล้เคียงกัน(ไม่ต้องเหมือนกัน)
8 การปรับภาพ ควบคุมคุณภาพของภาพก่อนส่งเข้าระบบจัดเก็บก็สำคัญ ผู้ที่ทำหน้าที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจ anatomy รวมถึงพยาธิสภาพของโรคที่สำคัญด้วยเพื่อตรวจสอบก่อนว่าสามารถเห็นส่วนที่แพทย์สงสัยได้
พบปัญหาใหม่
เมื่อส่งผู้ป่วยไป รพ.ใหญ่ๆ ในกทม. ที่ใช้ระบบPACS เหมือนกัน
copy ภาพใส่ CD
แพทย์เปิดไม่ได้ เหตุผลคือ คอมพิวเตอร์ เก่า แล้ว ตัวอ่าน CD ไม่ทำงาน 55555555
แล้วผู้ป่วยทำอย่างไร
ถ่ายใหม่
จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
ผู้ป่วยบอกว่ากลับมาที่บ้านเอาCD ไปเปิดดูที่เครื่องของผู้ป่วยเอง
เปิดได้ 5555555