
“โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ้ะ?” เป็นคำถามที่ข้าพเจ้ามักจะได้ยินบ่อยๆ ในตอนเด็ก ในตอนนั้นข้าพเจ้ามักจะตอบว่า “หนูอยากเป็นปลา จะได้ว่ายน้ำตลอดเวลา” เมื่อพวกผู้ใหญ่ได้ฟังคำตอบของข้าพเจ้าแล้วมักจะขำเหมือนกับมันเป็นเรื่องที่ตลกซึ่งในตอนนั้นข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจเท่าใดนัก
ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ครอบครัวของข้าพเจ้าเป็นครอบครัวใหญ่อีกครอบครัวหนึ่ง เวลาที่ข้าพเจ้าเดินไปไหนก็มักจะเจอกับญาติๆของข้าพเจ้าซึ่งมีมากมายจนข้าพเจ้าจำได้ไม่หมด(ซึ่งปัจจุบันก็ยังจำได้ไม่หมด) เนื่องจากพ่อแม่ของข้าพเจ้าเป็นครูจึงไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงดูข้าพเจ้าเท่าใดนัก ส่วนมากคนที่เลี้ยงดูข้าพเจ้ามักจะเป็นพี่ๆ และย่าของข้าพเจ้า ชีวิตของข้าพเจ้าก็เหมือนกับชีวิตของเด็กชนบททั่วไปที่วันๆก็อยู่กับธรรมชาติ ทุ่งนา วัวควาย(=*=) ทุกสิ่งเหลานี้ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุข จนกระทั่งข้าพเจ้าต้องเรียนหนังสือ ข้าพเจ้าต้องนั่งรถประจำทางเข้าไปเรียนในเมืองคนเดียวตั้งแต่อายุสามขวบ(หญิงแกร่ง) คุณครูที่โรงเรียนมักจะถามบรรดาเด็กตัวน้อยๆว่า “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ้ะ?” ข้าพเจ้ามักจะตอบว่าอยากเป็นนก ปลา เป็นสิงสาราสัตว์ซะส่วนใหญ่ พอโตขึ้นอีกหน่อยข้าพเจ้าเห็นงานที่พ่อแม่ทำข้าพเจ้าก็บอกว่า “หนูอยากเป็นครู” โตขึนมาอีกหน่อยขับจักรยานเป็น ก็บอกว่า “หนูอยากเป็นคนขับรถ(จักรยาน)” โตขึ้นมาอีกนิดนึงเล่นหม้อข้าวหม้อแกง ก็บอกว่า ”หนูอยากเป็นแม่ค้า” ฯลฯ และแล้ววันหนึ่งญาติของข้าพเจ้าป่วย ข้าพเจ้าจึงไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ข้าพเจ้าก็เห็นคนๆนึงเป็นบุคคลที่ใครๆก็เคารพ และญาติของข้าพเจ้าดูเชื่อฟังคนๆนี้มากอีกทั้งยังใส่ชุดสีขาวยาวๆ แล้วยังห้อยอะไรที่คออีก ใส่แว่น ดูแล้วเท่มากๆ (ดูมัน…ตั้งแต่เด็ก) ข้าพเจ้าจึงถามพ่อว่า “นั่นใครอ่ะพ่อ?” พ่อของข้าพเจ้าก็ตอบว่า “นั่นเค้าเรียกหมอลูก” ข้าพเจ้าคิดซักแป็ป ก็บอกพ่อว่า “หนูอยากเป็นหมออ่ะพ่อ” พ่อยิ้มแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก (สงสัยว่าลูกอยากเป็นหลายอย่างซะเหลือเกิน)
เมื่อข้าพเจ้าขึ้นมัธยมซึ่งข้าพเจ้าต้องเข้าไปพักในหอพัก ทำให้ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ที่บ้านในตอนนั้นข้าพเจ้าตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆซะจนหลงลืมบางอย่างในอดีตไป จนกระทั่งวันหนึ่ง เป็นวันที่ข้าพเจ้าคงไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต คือวันที่ข้าพเจ้ารู้ว่าย่าของข้าพเจ้าได้จากโลกนี้ไปแล้ว ข้าพเจ้าสนิทกับย่ามากเพราะย่าเป็นคนที่เลี้ยงข้าพเจ้ามาตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเด็ก เหตุการณ์ครั้งนี้จึงทำให้ข้าพเจ้าย้อนกลับไปคิดถึงความทรงจำในวัยเด็ก ทำให้ข้าพเจ้าจำได้ว่าในอดีตข้าพเจ้าอยากเป็นหมอ และถ้าข้าพเจ้าเป็นหมอข้าพเจ้าคงจะดูแลพ่อแม่และญาติของข้าพเจ้าได้ ข้าพเจ้าไม่อยากที่จะสูญเสียใครไปเหมือนย่าอีกแล้ว จึงเป็นสาเหตุให้ข้าพเจ้าอยากเรียนหมอ ข้าพเจ้าได้พยายามอย่างสุดความสามารถจนปัจจุบันข้าพเจ้าก็ได้มายืน ณ จุดที่ข้าพเจ้าได้ตั้งปณิธานได้แล้ว ทำให้พ่อแม่ของข้าพเจ้าภูมิใจในตัวของข้าพเจ้ามาก และข้าพเจ้าก็ภูมิใจในตัวเองเช่นกันที่ทำให้พ่อแม่มีความสุข
ภาคผนวก
ภาพที่ข้าพเจ้าได้เข้าเรียนในโครงการODOD
ขอบคุณค่ะ
งื้อออ ซึ้งมากมาย ToT
สู้ๆคับ มาเป็นหมอเพื่อคนอื่น ดีจิงๆคับ
ซึ้งๆๆ เหมือนกันเลย
ก้อนเขียนได้ดีมากเลยอะ
ยังไงก็สู้ๆ ต่อไปนะ
เป็นอีกคนละที่เขียนเรื่องเหตุผลที่มาเรียน
แสดงว่าประทับใจในอาชีพนี้มากๆเลยนะนี่
สู้ต่อไปนะ
งืมๆๆ
ดีอะ มีแรงบันดาลใจ
โย่