“ชนใดไม่มีดนตรีกาล

ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ

เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์”

           ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในเสียงดนตรี เพราะทุกครั้งที่ฟังทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกดี ผ่อนคลายและจิตใจสงบขึ้น ทำให้มีความสนใจที่จะเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นมัธยมจึงได้สมัครเข้าวงโยธวาทิตของโรงเรียน ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ฝึกเล่นแซกโซโฟน ที่ข้าพเจ้าเล่นเป็นอัลโตแซกโซโฟนซึ่งเป็นเครื่องเป่าลมไม้ แรกๆก็ท้อเหมือนกัน เพราะทั้งเป่ายากและเครื่องก็หนัก ตอนหัดใหม่ๆถึงกับปากแตกเลยทีเดียวเพราะเวลาเป่าต้องเม้มปากทำให้เกิดแรงกดจนปากเจ็บมากๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องหัดอ่านโน้ตดนตรีสากลซึ่งก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ พอฝึกไประยะหนึ่งก็รู้สึกชอบเครื่องดนตรีชนิดนี้ ทำให้เกิดความขยันที่จะฝึกซ้อม ทุกๆวันตอนเที่ยงสมาชิกในวงต้องไปซ้อมร่วมกันที่ห้องซ้อมบางครั้งอาจารย์ก็นัดซ้อมเพิ่มในช่วงหลังเลิกเรียนหรือเสาร์อาทิตย์ เพื่อนหลายคนมองว่าเป็นการเสียเวลาแต่ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียนได้เป็นอย่างดีและยังฝึกให้เรารู้จักบริหารจัดการเวลาด้วย ทุกครั้งที่เล่นแซกโซโฟนข้าพเจ้ารู้สึกสนุกและมีความสุข นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกความรับผิดชอบ ความอดทนและความสามัคคี เวลาอาจารย์นัดซ้อมก็ต้องมาให้ตรงเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์ให้ความสำคัญมาก กว่าที่จะเล่นเพลงได้แต่ละเพลงต้องใช้เวลามาก ต้องซ้อมหลายรอบ ทั้งยังต้องจำโน้ตเพลงให้ได้ ที่สำคัญต้องอาศัยความพร้อมเพรียงเพราะเป็นการเรียนกับคนหมู่มากเพลงที่เล่นจึงจะออกมาน่าฟัง หลังจากที่เล่นในวงโยธวาทิตได้สักสองปี ทางโรงเรียนก็ได้ตั้งวงดนตรีลูกทุ่งขึ้นข้าพเจ้าจึงได้เล่นในวงนี้ด้วย การเล่นดนตรีแนวลูกทุ่งแตกต่างจากการเล่นวงโยธวาทิตในการใช้เสียงที่อ่อนหวานกว่ามีการใส่อารมณ์มากขึ้น มีลูกเล่นมากขึ้น ตอนแรกข้าพเจ้าเล่นไม่ได้อารมณ์ของเพลงลูกทุ่งเลยแต่อาจารย์ก็สอนให้จนเล่นได้ดีขึ้น หลังจากที่ซ้อมได้สักพักก็มีโอกาสเล่นในงานสำคัญๆของโรงเรียน พอฝีมือดีขึ้นอาจารย์ก็พาไปแข่งรายการต่างๆมากมายทั้ง ยามาฮ่าลูกทุ่งคอนเทสต์  รายการชิงช้าสวรรค์ เป็นต้น การเล่นดนตรีสำหรับข้าพเจ้าเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน ข้าพเจ้าเชื่อว่าแทบทุกคนที่ได้สัมผัสกับดนตรีจะทำให้จิตใจสงบและอ่อนโยนขึ้น