กำลังใจไร้ที่สิ้นสุด........ ทุกวันนี้เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

 

>>>ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

                สำหรับข้าพเจ้านั้นขอบอกไว้ก่อนว่าตัวเองไม่ได้เป็นคอหนัง เกาหลีหรือหนังแนวนวนิยายโรแมนติคที่ต้องเสียน้ำตาแนวๆนี้  ความจริงแล้วออกจะไม่ชอบหนังแนวนี้เลยด้วยซ้ำ ส่วนตัวแล้วเป็น คนชอบหนังแนวแฟนตาซี หรือแนว action มากกว่าด้วย  แต่ว่าข้าพเจ้าก็ต้องยอมรับว่า ละครสั้น 11 ตอนเรื่องนี้ เป็นละครที่ดีเอามากๆเลยค่ะเป็นอะไรที่ ถ้าดูแล้วเก็บไปคิด มากกว่าร้องให้ไปกับเนื้อเรื่องนะ จะพบข้อความดีๆ ที่จะและกำลังใจให้สู้กับปัญหาหลายๆอย่างได้อย่างที่คนทั่วไปอาจจะไม่มีวันได้เห็น ที่จริง เพราะเราไม่ได้เป็นเหมือนตัวละครนั้น เราก็เลยอาจจะไม่เคยคิดถึงปัญหาเหล่านั้น แต่ถ้าลองคิดเล่นๆว่า ถ้าเราเป็นตัวละครนั้น เราจะทำแบบนั้นได้รึเปล่า
เมื่อเรากลับมาดูตัวเราเองเมื่อได้ชมละครเรื่องนี้แล้ว ก็น่าคิดนะว่า ตอนนี้เรายังเป็นคนสมบูรณ์ทำอะไรได้ แต่ทำไมเราไม่อะไรทำตอนที่ทำได้ก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสได้ทำมันอีก เป็นต้นว่าอย่างเรื่องการเดิน คนที่มีขาปกติกลับไม่อยากเดินมาก แต่สำหรับคนที่ไม่อาจเดินได้ เขาอยากจะเดินให้มากที่สุด อยากจะวิ่งด้วยขาของตัวเองรับลมให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เรายังทำอะไรได้ สุขภาพยังดี อย่าต้องรอให้ไม่มีโอกาสก่อนจะมานั่งคิดเลยครับ ชีวิตคนเรามันก็ไม่มีอะไรมากมาย มีชีวิตอยู่ในแบบที่เรามีความสุขที่สุดโดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือถ้าต้องเดือดร้อนคนอื่นก็ต้องตอบแทนเขาให้ได้ อย่างน้อยด้วยคำว่าขอบคุณก็ยังดี
สุดท้ายสิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการจะบอกกับเราคือ ...ทุกวันนี้เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร
 
นั่นเป็นคำถามที่ข้าพเจ้าเฝ้าวนเวียนถามอยู่บ่อย ๆ  บางที่แล้วคำตอบในสำหรับวันนี้อาจจะเป็น  
เพื่ออยู่ทดแทนผู้ที่สูญเสียโอกาสที่พวกเขาไม่สามารถทำได้...โอกาส..โอกาสที่น่าเสียดาย
อีกจุดหนึ่งที่ข้าพเจ้าเล็งเห็นในเรื่องนี้นั้น เราจะพบได้ว่าโรคที่นางเอกเป็นนั้นไม่มีทางที่รักษาหายได้เลยได้แต่ชะลอตามอาการเท่านั้น  แต่ว่านางเอกของเรานั้นไม่เคยที่จะยอมแพ้ต่อโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเองเลย
อายะ มีเพียงแต่คิดว่า  ชั้นจะมีชีวิตอยู่ต่อไป..... กำลังใจของเธอนั้นไม่มีที่สิ้นสุดเลย เมื่อย้อนกลับมามองตัวเรานั้นเวลาเราทำอะไรบางที่เจออุปสรรคนิดหน่อยก็เลิกแล้ว  มันทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกละอายเมื่อเทียบกับอายะ
 
อายะเธอคนนี้ได้สอนให้ข้าพเจ้าได้รู้จักกับคำว่า...กำลังใจ...กำลังใจที่ไร้ที่สิ้นสุด.เช่นเดียวกับคำว่าศักยภาพของมนุษยืที่ห้ามดูถูกมันเป็นเด็ดขาด
และอีกจุดหนึ่งนั้นก้คือเราทุกคนต่างก็รู้ว่าหมอนั้นทำงานหนักเพียงใดทั้งเหนื่อย ยาก แสนลำบาก สาหัสสากันมากมาย   บางครั้งเวลาทำงานอยากจะป่วยให้รู้แล้วรู้รอดจะได้หยุดงาน ไปพักผ่อนให้สบายใจด้วยซ้ำ มันเหมือนกับเราสู้กับโรคร้ายอยู่เพียงลำพัง แต่ว่าเรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้า   ได้รู้ว่าชีวิตคนเป็นหมอนั้นเราไม่ได้เป็นคนที่สู้กับโรคร้ายเท่านั้น คนไข้ของเรานั้นก็สู้กับมันด้วย แถมเรายังดีกว่าด้วยซ้ำที่ไม่ต้องไปเผชิญกับความเจ็บปวด ความทรมานจากโรคนั้น  ถ้าคนไข้ก็ยังสู้กับโรคร้ายอยู่แล้วหมอจะหยุดไปเพื่ออะไร
 
วิชาชีพของเรา...หมอ ..มันอาจจะเหนื่อยบ้างลำบากบ้าง...อะไรบ้างแต่เรานั้นไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังยังมีคนๆหนึ่งที่ก็ต้องต่อสู้กับโรคร้าย  คนที่ก็เหนื่อยมากกว่าเรา เจ็บปวดมากกว่าเรา
จงรำพึงไว้เสมอว่าเราไม่ได้สู้คนเดียว ยังมีอีกคนที่สู้อยู่กับเราด้วย ...คนที่เราเรียกว่า.....คนไข้

บางคนอาจจะคิดว่าแล้วมันเปลี่ยนแปลงชีวิตยังไง ตรงไหนเหรอ  ถ้าคุณสงสัยคุณลองดูหนังเรื่องนี้สิแล้วคุณอาจจะพบคำตอบในอีกแง่มุมที่แตกต่างจากข้าพเจ้าให้ตัวคุณเอง.....
 
>>>เพิ่มเติม                                                                                                
http://www.youtube.com/watch?v=nbJrnCse3y8
 http://www.mono2u.com/review/content/one_litre_of_tear/
 
 
(สุดท้ายจิงๆๆ ...นางเอกน่ารักมากๆๆ เลยค่ะ...แหะๆๆ >0<)