เมื่อจิตใจฟุ้งซ่านด้วยปัญหาที่รุมเร้า หากเข้าสถานบันเทิงก็คงจะแก้กลุ้มได้เดี๋ยวเดียว แต่ถ้าเข้าวัดแล้ว จะรู้สึกสบายใจแล้วจะมองเห็นทางออกของปัญหาทั้งหมด ไม่เชื่อลองดูสิ

      เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2552 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ได้จัดโครงการธรรมะไหว้พระ 9 วัดขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ครั้ง  ๆ  ละ 3 วัด  ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้เป็นจำนวนมาก แล้วข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามไปกับคณะนี้ด้วยล่ะ วัดแรกที่เข้าไปคือวัดเสด็จ จากการเข้าร่วมโครงการนี้ข้าพเจ้าได้รู้อะไรมากมายเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของวัดว่าทำไมต้องชื่อวัดอย่างนี้ มีที่มาอย่างไร

        ยกตัวอย่างเช่นวัดเสด็จ หลวงพ่อเลยเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่สมัยก่อนโน้นนนน... โห..ฟังจากน้ำเสียงคงจะนานน่าดูเลยล่ะ อิอิ แอบขำในใจคนเดียว วัดนี้อยู่ใกล้แม่น้ำปิง แล้วช่วงนั้น รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสต้นมาเมืองกำแพงผ่านมาที่วัดนี้แล้วแวะพัก ก็เลยตั้งชื่อว่า วัดเสด็จ อืม..กระจ่างแล้วเรา แต่ก็ยังแปลกใจอีกอยู่ดีว่า แต่ก่อนแม่น้ำปิงอยู่ใกล้วัดมาก แต่ปัจจุบันนี้แม่น้ำปิงไกลจากวัดเกือบกิโลแน่ะ สันนิษฐานว่าคงจะเป็นการพัดพาตะกอนมาทับถมมั้ง อิอิ หลังจากที่ฟังหลวงพ่อเล่าความเป็นมาของวัด และอื่น ๆ อีกมากมายให้ฟัง ก็ถวายสังฆทานเพื่อเป็นการสร้างกุศล แล้วรับพรเพื่อเป็นศิริมงคล ก็เดินทางไปยังวัดอื่น ๆ  ในเขตตัวเมืองกำแพงเพชรต่อไป

    ข้าพเจ้าชอบวัดสุดท้ายมากเลย หลวงพ่อท่านให้ข้อคิดไว้ดีมากเลยว่า เวลาจิตใจเราฟุ้งซ่านด้วยปัญหาต่าง คนเรามักจะเข้าสถานบันเทิง เพื่อไปปลดปล่อยอารมณ์ให้หายเครียด แต่ที่สุดก็ยังไม่หายเครียดอยู่ดี แต่ถ้าเราเข้าวัด ทำใจให้สบาย ๆ นิ่ง ๆ ดูความสวยงามของภาพจิตรกรรมของวัด แล้วทางออกของปัญหาจะมาเอง แล้วจิตใจจะหายฟุ้งซ่านไปเอง ...ฟังดูแล้วคิดตาม อืม..เข้าท่าแฮะ มิน่า.... คุณย่า คุณยายแถวบ้าน ดูมีความสุขดีจัง เพราะท่านชอบเข้าวัดนี่เอง