excel

การทำบาร์โค้ดของห้องสมุด 14 หลัก อย่างง่าย โดยใช้ Excel

       รหัสที่ระบบ Innopac ใช้จะมีทั้งหมด 14 หลัก ตัวอย่าง 2 0330 00026013 0 ซึ่งหลักแรกจะเป็นตัวบอกว่าเป็นทรัพยากรหรือว่าเป็นสมาชิกห้องสมุด ถ้าขึ้นต้นด้วยเลข 3 ก็จะเป็นทรัพยากร เช่น หนังสือ นิยาย ซีดีรอม วิดีโอซีดี แต่ถ้าขึ้นต้นด้วยเลข 2 จะเป็นสมาชิก เช่น นักศึกษา บุคลากร อาจารย์ สี่หลักต่อมาจะเป็นหลักแสดง มหาวิทยาลัย วิทยาเขต โดยใช้ 0300 แปดหลักต่อมา จะจัดเรียงตามจำนวนของทรัพยากรไปเรื่อย ๆ ส่วนสมาชิกก็จะใช้รหัสประจำตัวนิสิตนักศึกษาส่วนหลักสุดท้ายจะได้มาจากการคำนวณ ซึ่งเอาไว้ หาเลขหลักที่สิบสี่

 ตัวอย่าง

        การคำนวณหาตัวเลขหลักที่สิบสี่ทำได้ดังนี้ครับอันดับแรกก็นำเลข 13 หลักก่อน คือ 1 หลักสำหรับว่าจะเป็นทรัพยากรหรือสมาชิก 4 หลักสำหรับ รหัสมหาวิทยาลัยหรือวิทยาเขต อีก 8หลักสำหรับรหัสนักศึกษา หรือทรัพยากร ตัวอย่างเช่น 3033000065155 เมื่อได้เลข 13 หลักแล้วเราก็จะคำนวณหาผลรวมในหลักคู่ดังรูป

 ตัวอย่าง

         นำเอาหลักคู่ออกมาบวกกันก่อนแล้วเก็บไว้ ในตัวอย่าง คือ 13 หลังจากนั้นก็นำเลขคี่มาคูณด้วยสองแล้วถ้าเลขที่นำมาบวกกันมีค่าเกิน 10ก็จะต้องแยกออกมาทีละหลักแล้วนำมาบวกกันใหม่จนได้เป็นเลขหลักเดียว ดังรูป

 ตัวอย่าง

          ได้ค่าผลรวมของหลักคู่กับหลักคี่แล้วก็นำค่าทั้ง 2 มาบวกกันอีกคือ 13 + 18 = 31 แล้วก็ให้นำค่าหลักหน่วยที่ได้จากผลรวมของทั้งคู่มาลบด้วย 10 เช่น 10 – 1= 9 (9)คือเลข หลักที่สิบสี่ ที่ได้จากการคำนวณของเลข 13 หลัก นี้ 3033000065155 เมื่อได้แล้วก็นำไปรวมกับเลข 13 หลักก็จะได้ดังนี้ 30330000651559

 การทำสูตรอย่างง่าย ใน Excel

1. นำค่ามาใส่ทีละช่องให้ครบ 13 ช่อง ช่องละเลข

 2. แยกช่องที่เป็นเลขคี่ (ใช้สูตร =A2*2 ไปเรื่อยๆตามแต่ละช่อง)

3. นำช่องที่เป็นเลขคี่มาเรียงอีกครั้ง (โดยใช้สูตร =IF(O2<10,O2,IF(O2>=10,MID(O2,1,1)+MID(O2,2,1))) )

 4. นำผลในช่องเลขคี่มารวมกัน (โดยใช้สูตร =SUM(W2:AC2))

5. แยกช่องที่เป็นเลขคู่

6. นำผลรวมของเลขคู่มาคำนวณ(โดยใช้สูตร =SUM(AG2:AL2) )

 7. นำผลรวมของเลขคี่ + เลขคู่ (โดยใช้สูตร=SUM(AE2,AM2) )

8. นำผลรวมที่ได้ ตัดออกเอาแค่หลักหน่วยเท่านั้น (โดยใชสูตร=MID(AN2,2,1) )

 9. นำผลลัพธ์ที่ได้ ลบออกด้วย 10 (โดยใช้สูตร=10-AO2 )

 10. นำผลลัพธ์ที่ได้คือ หลักที่ 14 (โดยใช้สูตร=IF(AP2<10,AP2,IF(AP2=10,0)) )

 11. นำหลักที่ 14 ไปรวมกับอีก 13 หลักอีกที่เหลือ (โดยใช้สูตร =A2&B2&C2&D2&E2&F2&G2&H2&I2&J2&K2&L2&M2&AQ2)