นักวิชาการที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดความรู้โดยนัย (Tacit Knowledge) คือ Michael Polanyi(1967, 1996) นักวิทยาศาสตร์สาขาเคมีผู้ผันตัวเองไปเป็นนักปรัชญาด้านสังคมศาสตร์ที่ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับ “ความรู้ (Knowledge)” อย่างลึกซึ้ง โดยในปี 1958 Polanyi ได้แต่งหนังสือชื่อ “Personal Knowledge” ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด “ความรู้โดยนัย (Tacit Knowledge) และประโยค (Aphorisms) ที่เป็นที่รู้จักกันมากก็คือ “We know more than we can tell” ซึ่งหมายความว่า “เรารู้แต่เราไม่สามารถพูดหรืออธิบายในสิ่งที่รู้ออกมาได้ทั้งหมด”Polanyi(1967) ได้ยกตัวอย่างเพื่ออธิบายประโยคดังกล่าว เช่น คนสามารถขับรถยนต์เป็นแล้ว เมื่อต้องขับรถยนต์อีกก็สามารถขับได้อีกโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องหัดขับหรือเรียนรู้วิธีการในการขับรถยนต์ใหม่ในแต่ละครั้งอีก เป็นต้น ต่อมาในปี 1966 เขาได้แต่งหนังสือชื่อ “The Tacit Dimension” ซึ่งคำว่า “Personal Knowledge” ได้เปลี่ยนเป็น “Tacit Knowledge” และหนังสือเล่มนี้ก็เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง และถูกนำไปใช้อ้างอิงในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความรู้ในมุมมองต่างๆ อย่างแพร่หลาย (Grant, 2007)
ในเวลาต่อมา นักวิชาการที่มีชื่อเสียงที่ศึกษาและขยายผลงานวิชาการของ Polanyi ก็คือ Nonaka & Takeuchi (1995) โดยได้แต่งหนังสือชื่อ “The Knowledge Creating Company” ซึ่งได้นำเสนอกระบวนการสร้างความรู้ด้วยการแปลงรูปของความรู้ ระหว่างความรู้แบบชัดแจ้งและความรู้โดยนัย ใน 4 ประเภท หรือที่เรียกว่า“SECI Model” และแนวคิดนี้ก็เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงและถูกนำไปใช้อ้างอิงในการศึกษาวิจัยทางด้านการจัดการความรู้อย่างแพร่หลายเช่นกัน (Serenko & Bontis, 2004)
การศึกษาแนวคิด “ความรู้โดยนัย (Tacit Knowledge)” มีการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางในหลายสาขาวิชา ได้แก่ จิตวิทยา ภาษาศาสตร์ มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ เป็นต้น ในด้านสังคมศาสตร์เองก็มีการศึกษาในหลายมุมมอง (Approach) ทั้งทางด้านการพัฒนาองค์การและการบริหารจัดการ โดยเฉพาะในด้านการจัดการความรู้ สำหรับนิยามและความหมายของความรู้โดยนัยก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนแน่นอน นักคิดนักวิชาการต่างๆ ได้ให้นิยามและความหมายแตกต่างกันไปตามทัศนะและมุมมองของตนเองนิยามและความหมายของความรู้โดยนัย จากนักวิชาการด้านการจัดการความรู้ อาทิ Polanyi (1967) ความรู้โดยนัย เป็นความรู้ที่ไม่ได้เขียนหรือถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ความรู้โดยนัยเป็นสัญชาติญาณ เป็นความรู้ที่ฝังแน่นอยู่ข้างในตัวบุคคล ส่วน Fouche (1999) กล่าวว่า “Tacit knowledge as a subtle level of understanding often difficult to put into words, a trained recognition and perception, a good feeling for the technology. Tacit knowledge exists within the individual, as it is acquired through practice and experience and it is expressed through skill full execution when the individual performs daily activities.”
ยังมีต่อนะครับ...