
ในตอนที่เป็นเด็ก ข้าพเจ้าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับแม่ ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อ
เพราะพ่อมักจะได้ย้ายไปทำงานในต่างจังหวัดอยู่ตลอด
ความห่างไกลจึงทำให้เกิดความห่างเหินตามมา ความสัมพันธ์ระหว่างข้าพเจ้ากับพ่อ
จึงไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้แสดงความรักต่อพ่อเท่าใดนัก เหตุผลเพียงเพราะว่า
ข้าพเจ้าอายที่จะแสดงความรักต่อพ่อ ได้แต่คิดว่าเดี๋ยวโตอีกสักหน่อยก็คงเลิกอาย แต่นับวันเวลายิ่ง
ผ่านไป กำแพงทางจิตใจก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้น จนเมื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสดูโฆษณาของบริษัทไทย
ประกันชีวิต ชุด เวลา ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับว่า พ่อไม่ค่อยแสดงความรัก หรือทำสิ่งที่อยากทำกับลูก
จนวันนึงพ่อตัดสินใจจะไปดูคอนเสิร์ตลูก แต่กลับประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ทำให้ในที่สุดก็ไม่มีโอกาส
ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
เมื่อดูโฆษณานี้แล้วก็ทำให้ข้าพเจ้าคิดขึ้นมาได้ว่า คนเรานั้นไม่รู้ว่าเวลาของตัวเองจะเหลืออยู่อีก
เท่าไหร่ จึงพยายามทดแทนในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ ในตอนที่ยังมีเวลาเหลืออยู่นี้ให้ดีที่สุด หลังจากนั้น
ก็รู้สึกว่ากำแพงทางจิตใจได้พังทลายลงไป
จงอย่าปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆที่มีโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ผ่านเลยไป
โปรดตอบแทนความรักอันยิ่งใหญ่นั้นในทุกๆวันของชีวิตเรา
...ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ขอบคุณนะสำหรับข้อคิดดีๆ ทำให้เรารู้ไรขึ้นอีกเยอะเลย
เป็นข้อคิดเตือนใจที่ดีมากๆเลย
^__^
ดีดี
เป็นข้อคิดที่ดีมากๆๆๆ
เห็นด้วยอย่างยิ่งขอรับ T^T
ใช่เลย อะไรก็เกิดขึ้นได้
(ถึงแม้ไม่มี ปาปีก้า)
"เราควรรู้ค่าของคนที่เรารักเมื่อมีเค้าอยู่
ไม่ใช่คิดได้เมื่อไม่มีเค้าแล้ว"รู้ค่าเมื่อขาดสิ่งนั้นไป
รักแท้ดูแลไม่ได้ (เกี่ยวมั้ย)
เค้าก็รู้นะว่าเราควรจะทำ
แต่บางทีมันก็เขินน่ะ
เท่าที่เค้าอยู่กับนัท
นัทก็พูดถึงพ่อบ่อยเลยนะ
เค้าก็เป็นเหมือนกันที่เขินท่านหนะ
อยากแก้ได้บ้างจัง
โฆษณานี้ดีมาก
ทำให้คนเรา็ตระหนักถึงความรักแก่คนรอบข้าง
จงใช้ตัวอย่างนี้เป็นบทเรียนนะ