บางทีฟองทะเลสมควรได้รับบทเรียนจากการตามใจตัวเองตลอดเวลา จะได้ทบทวนตนเอง ไม่ตกหลุมอยู่แต่ในโลกแห่งความฝัน หลีกหนีความเป็นจริง เพื่อจะได้ปรับตัวให้เข้ากับการเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตได้บ้าง

3.โดดเดี่ยวเอกา

 

            ก่อนถึงเนินทรายเตี้ย ๆ เป็นเส้นทางห่างจากขุมเหมืองร้างออกไปไม่มากนัก สองข้างทางมีทั้งต้นกระถินณรงค์ มะม่วงหิมพานต์ใหญ่น้อยพอให้ร่มรื่น หลบแสงตะวัน พ้นเนินทรายเป็นทางเดินแคบ ๆ ไร้คนเดินผ่าน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยต้นไม้เตี้ย ๆ สุดแนวเขตต้นไม้เล็กเป็นสวนร้าง รกเรื้อ

            ฟ้าคราม ดอกหมากเดินเก็บเศษใบไม้บริเวณเนินทราย เขี่ยกรวดก้อนใหญ่ ปรับหน้าทรายจนเรียบ พู่กลิ่นยืนมองห่าง ๆ

เหมือนของผมที่หายไปเลยไหลน้ำจ้องรถบังคับสีแดง พูดค่อย ๆ

            วาหว่าผินหน้ายิ้ม กดปุ่มที่บังคับ ล้อหลังหมุน ฟริ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!

            ไหลน้ำปล่อยรถสีดำลงพื้น กดปุ่มบังคับ รถแล่นไปข้างหน้าเร็วจี๋ พุ่งขึ้นเนินทราย ทะยานลงเนิน เขาบังคับรถให้เลี้ยวกลับมา พูดลอย ๆ รถบังคับคันนี้วิ่งเร็วกว่าคันที่หายไปอีก

            เอารถไปแต่งใหม่อีกละซิ ? ฟ้าครามข้องใจ

            ช่าย ไหลน้ำลากเสียง กดปุ่มบังคับ ปี๊นๆๆๆๆๆๆๆ!

            วะ ! ติดแตรด้วย ฟ้าครามตะลึง

            วาหว่าวางรถบังคับบนพื้นทราย ดูรถผมบ้าง เขากดปุ่มบังคับรถพุ่งขึ้นเนิน  พอถึงตีนเนิน เขากดปุ่มบังคับรถให้ห้อกลับทันที ล้อหลังสะบัดอย่างเร็ว ตะกุยฝุ่นฟุ้งกระจาย

            เยี่ยมไปเลย พู่กลิ่นชม

            เหมือนรถของจริงจริง ๆ ดอกหมากประชด

            ที่หายไป ไหลน้ำตู่

            แน่ละ ! รถคันนี้ลอกแบบมาจากของจริงทุกกระเบียดนิ้ว จากคันโตเหลือคันเล็กเท่านั้น ย่อมวิ่งเร็วเป็นธรรมดา วาหว่าโอ่

พู่เล่นด้วยคน พู่กลิ่นสืบเท้าเข้าหาวาหว่า

เราด้วย ฟ้าครามแทรก

ได้เล่นทุกคนแน่นอน ผมเตรียมถ่านมาหลายก้อน วาหว่าร่าเริง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ไหลน้ำตีสีหน้าหมั่นไส้

ไปเถอะดอกหมากซุบซิบข้างไหลน้ำ

เดี๋ยวสิ คนอื่นสงสัยกันพอดี

รอเมื่อไรเล่า

เที่ยงวัน

นานเกินไป

เถอะหน่า

คุยอะไรกันหรือ ? ฟ้าครามเคลื่อนเข้ามา ซอกแซก

เปล่า !”

ไหลน้ำ เรายืมรถเล่นบ้างสิ

ได้ !”

รถสองคันทะยานไปข้างหน้าขึ้นเนินทราย รถคันแดงแล่นลง รถคันดำเร่งเครื่องเต็มเหนี่ยว กระโดดข้ามเนินทรายหล่นกระแทกง่ามไม้ ง่ามยวบลงดีดรถลอยล่องข้ามต้นโคลงเคลง กลิ้งหายเข้าดงมะม่วงหิมพานต์

ทั้งหมดรีบวิ่งไปดู เสียงนกเค้าแมวร้องยาวโหยหวน ฮู๋กๆๆๆๆ! ฮู๋ก ! ฮู๋ก ! ฮู๋ก ! ฮู๋ก ! ฮู๋ก ! ทุกคนหยุดชะงัก ละล้าละลัง

เข้าไปเก็บสิ นายทำหาย ไหลน้ำสะกิดฟ้าคราม

เราเหรอ ! ให้ดอกหมากไปเก็บสิ เขาอยากเล่นพอดี ฟ้าครามหน้าเป๋อเหลอ

ว่าไง ? ไหลน้ำหันมาทางดอกหมาก

ไม่ละ ผมไม่อยากเล่นแล้ว ดอกหมากสั่นศีรษะ

ฟองทะเลปีนลงจากต้นไม้ แอบเข้ามาทางด้านหลังเงียบ ๆ พูดเต็มเสียง ฟองไปเก็บให้ ฟ้าครามสะดุ้งโหย่ง หันควับ พุทโธ่ ! ฟอง ดีเหมือนกันช่วยหน่อยนะ

ผมเข้าไปเองวาหว่ารี่เข้ามา ขันอาสา

ไหลน้ำแสยะยิ้ม ขยับริมฝีปาก

วาหว่าไม่ต้อง ฟองไปเอง สบายมากเรื่องแค่นี้ ฟองทะเลเข้าไปในสวนร้าง พลางนึกในใจว่า สองวันก่อนเพื่อน ๆ มาเล่นรถบังคับที่นี่ ไม่รู้เล่นกันอย่างไร จู่ ๆ รถบังคับสีแดงที่วาหว่าเล่นแล่นหายเข้าสวนร้าง วาหว่าเสนอตัวเข้าไปเก็บ รี่เข้าในสวนร้าง พลันเสียงโหยหวนดังขึ้น เขาชะงักงันเตรียมถอยหนี ชั่ววินาทีนั้นรถที่หายไปก็ลอยออกมา เขาจะก้มเก็บ เสียงร้องดังขึ้นซ้ำเขาพรวดพราดวิ่งโกยอ้าวลืมเก็บรถ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังอย่างกระหืดกระหอบ ละล่ำละลัก เธอแอบมองบนต้นไม้ หัวเราะคิกคัก ก็ในเมื่อเธอเป็นคนโยนรถ และร้องเลียนเสียงนกเค้าแมวเอง เพื่อมิให้ผู้ใดตามค้นพบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ถึงอย่างนั้นเธอยังงงงันอยู่ดีว่าเสียงร้องอีกหนึ่งหนเป็นของใครกันแน่ และไฉนรถจึงหายไป ฤาว่าเธอตาฝาดที่เห็นวาหว่าวิ่งหนีตัวเปล่า เธอใช้ไม้แหวกหญ้าตามพื้น สอดส่ายสายตาตามโคนไม้ ดงเฟิน ป๊อก ! เธอก้มมองตามเสียง รถบังคับนอนหงายท้อง เธอคว้ามันเดินทอดหุ่ยออกมา

ฟองขอเล่นด้วยคนซี่ ฟองทะเลคืนรถบังคับให้ไหลน้ำ

แต่... ไหลน้ำลังเล

กลัวรถพัง ฟองทะเลดักคอ

ไหลน้ำหน้าหุบ ฟองทะเลยิ้มละไม ไม่ต้องกลัวหรอก ฟองมีรถบังคับเหมือนกัน

ไหนละ ? ดอกหมากเสนอหน้า

เดี๋ยวฟองไปเอามา ฟองทะเลเยื้องย่างไปยังพุ่มไม้ กวาดเศษใบไม้แห้ง ดึงลำไม้ไผ่ขึ้น เขย่า เสียงบ้องไม่ไผ่สั้น ๆ กระทบกันดังเกรียวกราว

รถบังคับอยู่ไหน ไหลน้ำเอ่ย

นี่ไง ฟองทะเลยกโชว์

 ไม่ใช่รถ ไม่ให้เล่น ไหลน้ำขุ่นเคือง

ใช่สิ นี่รถประดิษฐ์ของฟอง บังคับได้ ฟองทะเลแย้งหนักแน่น

นี่รถ ! หน้าตาต้องเป็นอย่างนี้ ไหลน้ำขยับเข้ามาวางรถบังคับบนฝ่ามือเธอ

ไม่จำเป็น รถเธอลอกแบบมาจากโลกของผู้ใหญ่ แต่ในโลกของเรารถจะมีรูปร่างอย่างไรก็ได้

ถึงอย่างไร รถคันเล็ก ๆ ก็มีมาตั้งแต่เราเกิด เราโตขึ้นมันก็ยังมีเหมือนเดิม ไม่เหมือนรถของเธอ ผมไม่อนุญาตให้เธอเล่น ไหลน้ำยืนกราน หันหน้าขอความเห็นเพื่อน ๆ แต่ละคนยืนนิ่งเงียบ ไม่ไหวติง

ว่าไงเพื่อน ๆ ฟองทะเลหยั่งเสียง

เห็นไหมละ ทุกคนเงียบเท่ากับเห็นด้วยกับความคิดของผม ไหลน้ำตีขลุม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ฟองขอยืนดูเธอเสียงอ่อย กลืนน้ำลายลงคอ

ห่าง ๆ นะ ดอกหมากผงกหัว

วาหว่านัยน์ตาแดงเรื่อ จับสายตาการโต้เถียง ชั่วอึดใจเขาปรายตาเห็นฟองทะเลยืนคอตก หน้าสลด พลันน้ำตาคลอเบ้า

วาหว่าเป็นอะไร ? พู่กลิ่นเหลือบมอง พูดเบา ๆ

เปล่า !”

แล้วร้องไห้ทำไม ?

วาหว่าเงียบงัน ใจหนึ่งปรารถนาให้พู่กลิ่นตระหนักว่า เขาสงสารฟองทะเลที่ถูกไหลน้ำปฏิเสธอย่างไม่ไยดี ใจหนึ่งมิอาจเอื้อนเอ่ยถ้อยคำ หรือเปิดเผยแสดงออกใด ๆ เป็นการปลอบประโลมเธอได้ ในเมื่อเขาได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มเพื่อน ๆ ที่มีท่าทีนิ่งเฉย เสมือนหนึ่งว่าโลกใบนี้ไม่มีตัวตนของเธอแต่อย่างใด ถ้าเขาเข้าไปหาเธอ ชวนเธอเล่นรถบังคับ โดยไม่ต้องแยแสคนอื่น เขาคงถูกทอดทิ้งให้อยู่กับเธอสองคน ตามคำสาปที่คุกรุ่นอยู่ภายในจิตใจเป็นแน่แท้ เขาจึงต้องกล้ำกลืนพยักหน้า ปล่อยให้น้ำตาริน

เงียบอีกแล้ว ทำไมไม่ตอบ ? พู่กลิ่นสะกิด

ของเล่นนะสิ วาหว่ากลบเกลื่อน

เธอนี่แย่จริง ขำกระทั่งน้ำตาร่วงได้ขนาดนี้เชียวหรือ

ไม่ใช่ซักหน่อย

แล้วอะไรเล่า ? พู่กลิ่นคาดคั้น

วาหว่าเดินหนี พู่กลิ่นทอดสายตาไล่หลัง นึกถึงของเล่นของฟองทะเล เมื่อครู่ถ้าเธอยอมใช้รถบังคับ เล่นตามกติกาที่เขากำหนดไว้ เพียงเธอพลิกแพลงคำพูดเล็กน้อย ไม่ยืนกรานจะเล่นตามแบบฉบับของตัวเอง ไหลน้ำและเพื่อน ๆ คงไม่ปฏิเสธ

บางทีฟองทะเลสมควรได้รับบทเรียนจากการตามใจตัวเองตลอดเวลา จะได้ทบทวนตนเอง ไม่ตกหลุมอยู่แต่ในโลกแห่งความฝัน หลีกหนีความเป็นจริง เพื่อจะได้ปรับตัวให้เข้ากับการเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตได้บ้าง

ฟองเอ๊ย พู่จำต้องทำ พู่กลิ่นพึมพำ ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

*      *      *