เรื่องสั้นเหนือการเวลา
วิเคราะห์ซีไรท์เรื่อง "เวลา"
ความนำ
นวนิยายเรื่อง เวลา ได้รับรางวัลซีไรท์ ปี ๒๕๓๗ แต่งโดย ชาติ กอบจิตติ
มีจำนวนทั้งหมด ๒๓๒ หน้า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิติของเวลาซึ่งสื่อออกมาในรูปแบบ
ของละครเวทีโดยที่ใช้ตัวละครหลักคือ ผู้กำกับภาพยนตร์ไปดูละครเวทีเรื่อง "เวลา"
ซึ่งว่ากันว่าเป็นละครเวทีที่น่าเบื่อที่สุดแห่งปีเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของคนชราใน
สถานสงเคราะห์คนชราแห่งหนึ่ง โดยใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง คือ .ผม. เป็นผู้เล่า
โดยละครเวทีเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงชีวิตประจำวันของคนชราที่อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์
สลับกับย้อนเล่าไปถึงภูมิหลังของแต่ละคนไปด้วย และมีเสียงชายแก่คนหนึ่ง
ที่ถูกญาติพี่น้องโกงทรัพย์สมบัติไปหมดจนกลายเป็นบ้าตะโกนออกมาเป็นระยะๆว่า "ไม่มีอะไร"
ซึ่งในเรื่องนี้ ผู้เขียนได้ใช้เทคนิคหลากหลายในการดำเนินเรื่อง ทั้งการเล่าไปตามธรรมดา
ทั้งที่เป็นความคิดของผู้กำกับภาพยนตร์ที่ไปดูละครเวที และทั้งการเอาเรื่องละครเวทีเรื่องนี้ไปทำ
เป็นภาพยนตร์ โดยใช้มิติในการเล่าคือให้เราเข้าไปอยู่ในความคิดของผู้กำกับละครเวทีนั้นเอง
จะเห็นได้ว่าผู้เขียนได้ใช้มิติหลายมิติในการนำเสนอเรื่องราวที่ดูเผินๆ อาจจะดูเหมือนกับว่าเป็นแค่
เรื่องธรรมดา แต่ถ้ามองอย่างลึกๆ ลงแล้ว ผู้เขียนได้แฝงปรัชญา และหลักธรรมคำสอน
ของพระพุทธเจ้าไว้ได้อย่างแนบเนียน นวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นการสื่อเรื่องราวที่แสนธรรมดาทั้งๆที่
ความจริงไม่ธรรมดาออกมาได้อย่างน่าสนใจและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องนี้มีหลายตอนที่
ทำให้ผู้กำกับภาพยนตร์นึกกลับเห็นถึงความผิดพลาดในอดีตของตนเอง อย่างเช่นในตอนที่ลูกเขา
เสียไป แต่เขาติดถ่ายภาพยนตร์อยู่ ซึ่งเขาก็เห็นแก่คนส่วนมากจึงไม่ได้ไปทำหน้าที่พ่อที่ดีได้
ในเรื่องนี้ ตัวของผู้กำกับภาพยนตร์ที่ไปชมละครเวทีนั้นก็ยังไม่เข้าใจดีเพราะเขาก็ได้แต่นั่งดูละคร
เท่านั้น แต่ในส่วนของผู้อ่านจะรู้ได้อย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ เพราะผู้อ่านจะได้รับรู้เรื่องราวจากทุกๆ
มุมมองของตัวละครในเรื่อง ดังนั้นในบางเรื่องที่ตัวละครในเรื่องไม่เข้าใจ เราก็จะได้เข้าใจ นวนิยาย
เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนภาพของ "เวลาและชีวิต" ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันก็จะทำให้เราเกิด
ความระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้เรารู้ซึ้งถึงคำๆนี้ได้เป็นอย่างดีมาก คำๆนี้ก็
คือ "ไม่มีอะไร" ซึ่งหมายความว่า เราไม่มีอะไรเลยจริงๆ (ขอขอบคุณ"คุณด้วยรักจากใจ")ที่มาwww.google.com
ความนำ
นวนิยายเรื่อง เวลา ได้รับรางวัลซีไรท์ ปี ๒๕๓๗ แต่งโดย ชาติ กอบจิตติ
มีจำนวนทั้งหมด ๒๓๒ หน้า เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิติของเวลาซึ่งสื่อออกมาในรูปแบบ
ของละครเวทีโดยที่ใช้ตัวละครหลักคือ ผู้กำกับภาพยนตร์ไปดูละครเวทีเรื่อง "เวลา"
ซึ่งว่ากันว่าเป็นละครเวทีที่น่าเบื่อที่สุดแห่งปีเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของคนชราใน
สถานสงเคราะห์คนชราแห่งหนึ่ง โดยใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง คือ .ผม. เป็นผู้เล่า
โดยละครเวทีเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงชีวิตประจำวันของคนชราที่อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์
สลับกับย้อนเล่าไปถึงภูมิหลังของแต่ละคนไปด้วย และมีเสียงชายแก่คนหนึ่ง
ที่ถูกญาติพี่น้องโกงทรัพย์สมบัติไปหมดจนกลายเป็นบ้าตะโกนออกมาเป็นระยะๆว่า "ไม่มีอะไร"
ซึ่งในเรื่องนี้ ผู้เขียนได้ใช้เทคนิคหลากหลายในการดำเนินเรื่อง ทั้งการเล่าไปตามธรรมดา
ทั้งที่เป็นความคิดของผู้กำกับภาพยนตร์ที่ไปดูละครเวที และทั้งการเอาเรื่องละครเวทีเรื่องนี้ไปทำ
เป็นภาพยนตร์ โดยใช้มิติในการเล่าคือให้เราเข้าไปอยู่ในความคิดของผู้กำกับละครเวทีนั้นเอง
จะเห็นได้ว่าผู้เขียนได้ใช้มิติหลายมิติในการนำเสนอเรื่องราวที่ดูเผินๆ อาจจะดูเหมือนกับว่าเป็นแค่
เรื่องธรรมดา แต่ถ้ามองอย่างลึกๆ ลงแล้ว ผู้เขียนได้แฝงปรัชญา และหลักธรรมคำสอน
ของพระพุทธเจ้าไว้ได้อย่างแนบเนียน นวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นการสื่อเรื่องราวที่แสนธรรมดาทั้งๆที่
ความจริงไม่ธรรมดาออกมาได้อย่างน่าสนใจและสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องนี้มีหลายตอนที่
ทำให้ผู้กำกับภาพยนตร์นึกกลับเห็นถึงความผิดพลาดในอดีตของตนเอง อย่างเช่นในตอนที่ลูกเขา
เสียไป แต่เขาติดถ่ายภาพยนตร์อยู่ ซึ่งเขาก็เห็นแก่คนส่วนมากจึงไม่ได้ไปทำหน้าที่พ่อที่ดีได้
ในเรื่องนี้ ตัวของผู้กำกับภาพยนตร์ที่ไปชมละครเวทีนั้นก็ยังไม่เข้าใจดีเพราะเขาก็ได้แต่นั่งดูละคร
เท่านั้น แต่ในส่วนของผู้อ่านจะรู้ได้อย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ เพราะผู้อ่านจะได้รับรู้เรื่องราวจากทุกๆ
มุมมองของตัวละครในเรื่อง ดังนั้นในบางเรื่องที่ตัวละครในเรื่องไม่เข้าใจ เราก็จะได้เข้าใจ นวนิยาย
เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนภาพของ "เวลาและชีวิต" ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันก็จะทำให้เราเกิด
ความระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น รวมถึงทำให้เรารู้ซึ้งถึงคำๆนี้ได้เป็นอย่างดีมาก คำๆนี้ก็
คือ "ไม่มีอะไร" ซึ่งหมายความว่า เราไม่มีอะไรเลยจริงๆ (ขอขอบคุณ"คุณด้วยรักจากใจ")ที่มาwww.google.com
ดีมาก ได้รู้จักหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์จากที่ไม่เคยรู้มากก่อน
คุณมาเฟียครับ ถ้าจะให้ข้อมูลสมบูรณ์ ในเรื่องเวลา ขอเสนอว่า คารหบิบยก การทำหนังของ เริงศักดิ์ กำธร ที่ออกมา ช่วงเวลาที่ เวลา ได้รางวัล เป็นข้อมูลางวรรณกรรม ต้องถามคนร่วมสมัยดู
ทำตัวเอียง อ่านยากนิดหน่อยครับ