เครื่องมือที่จำเป็น

1.ไขควงชนิดต่างๆ เช่น ไขควงแฉกขนาดกลาง ไขควงแบน หรือหัวมะเฟือง
2.ไฟฉายเล็กๆ สำหรับส่องในตัวเครื่องที่เป็นซอกแคบๆและมืด หรือเพื่ออ่านอักษรหรือตัวเลขที่กำกับไว้บนบอร์ด
3.คีมปากยาว สำหรับส่วนที่เข้าถึงยากหรือใช้คีบน็อตตัวเล็กๆ
4.บล็อคตัวเล็กๆสำหรับขันขาตั้งหกเหลี่ยมเพื่อยึดเมนบอร์ดกับตัวเครื่อง

วิธีดูตำแหน่งขา 1 ของอุปกรณ์ต่างๆ

การเสียบอุปกรณ์หรือข้อต่อต่างๆลงบนช่องเสียบทั้งแบบ Slot แบบ Socket และแบอื่นๆนั้นโดยปกติแล้วส่วนใหญ่จะมีการป้องกันความผิดพลาดอยู่แล้ว คือหาก ใส่ผิดตำแหน่งขานั้นก็จะใส่ไม่เข้าแต่ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์บางชิ้นก็อาจจะไม่ได้ป้องกันไว้ก็ได้ ซึ่งถ้าหากใส่ผิดก็อาจไม่ทำงานหรืออาจเสียหายได้ จึงต้องรู้จักดูตำแหน่งออ้างอิงที่ถูกต้อง ก่อน ปกติแล้วจะใช้ ขา 1 หรือ pin 1 เป็นจุดอ้างอิงเสมอ เวลาที่ใส่หรือเสียบขั้วต่อใดๆก็จะต้องเทียบ ขา 1 ให้ตรงกันก่อน ซึ่งโดยมากจะมีตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ที่แตกต่างกัน ออกไปกำกับอยู่ เช่น ขาอื่นๆจะเป็นรูปกลมแต่ขา 1 จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเป็นต้น

ในกรณีของ Socket ที่ใช้สำหรับเสียบซีพียูแบบ PGA นั้น รูที่จะใช้เสียบขา 1 ของซีพียูจะถูกบากไว้หรือตัดออกไปมุมหนึ่งเพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นขา 1 เป็นต้น

วิธีสังเกตตำแหน่งของขา 1 ของอุปกรณ์ที่สำคัญมีดังนี้
ซีพียูแบบ PGA -มุมหนึ่งจะถูกตัด และขาหายไป 1 ขา
  -มีจุดกลมๆหรือเครื่องหมายอื่นที่ขา 1 ของซิป
ช่องเสียบคอนโทรลเลอร์ต่างๆ -มีเส้นกำกับมุมหนา สีขาวอยู่มุมหนึ่ง
  -มีตัวเลข 1 กำกับอยู่ที่มุมหนึ่ง
  -มีคำว่า PIN 1 กำกับอยู่ที่มุมหนึ่ง
ช่องเสียบขั้วต่ออื่นๆ -มีตัวเลข 1 กำกับอยู่ที่มุมหนึ่ง
  -มีคำว่า PIN 1 กำกับอยู่ที่มุมหนึ่ง

รู้จักกับจัมเปอร์

จัมเปอร์ (Jumper) เป็นขั้วต่อที่มีลักษณ์เป็นเข็มสำหรับเสียบพลาสติกเล็กๆที่ภายในเป็นโลหะนำไฟฟ้าเพื่อใช้เชื่อมวงจรเข้าด้วยกัน เขมเหล่านี้อาจจะอยู่ด้วยกัน เป็นคู่ๆเรียงกันไป หรือเป้นชุดสามเข็ม หรือหลายๆเข็มก็แล้วแต่ เข็มเหล่านี้ใช้กำหนดค่าตัวเลือกต่างๆทางฮาร์ดแวร์ เช่น ความเร็วของซีพียู เป็นต้น ส่วนวิธีใช้มีอยู่ด้วยกับสามแบบ คือ Close คือเชื่อมเข้าด้วยกัน Open คือไม่มีการเชื่อมต่อเข้าหากัน และเลือกเสียบระหว่างแต่ละเข็ม เช่น 1 กับ 2,2 กับ 3 หรือ 3 กับ 4ฯลฯ ซึ่งในกรณีนี้ก็จะมีตัวเลขกำ กับขาอยู่ ซึ่งจะดูเลขขาได้ด้วยเทคนิคต่างๆที่กล่าวผ่านมาในหัวข้อที่แล้ว

รู้จักกับสายแพ

สายสัญญาณส่วนใหญ่ที่มีจำนวนเส้นมากๆมักจะใช้เป็น"สายแพ"หรือที่เรียกว่า Ribbon cable คือมีลักษณะเป็นสายเล็กๆเรียงติดกันจนดูเหมือนเป็นแผ่นบางๆ และยาวๆเหมือนกับริบบิ้น ส่วนหัวต่อของสายชนิดนี้จะเป็นรูเล็กๆเรียงกันเป็นสองแถว โดยมีจำนวนรูตามจำนวนสาย ตัวอย่างสายเหล่านี้ได้แก่


-50 เส้น-รุ่นเก่าจะเป็นแบบ 40 เส้นแต่สำหรับฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ๆตั้งแต่ ATA-100 ขึ้นไปจะเป็นแบบ 80 เส้น-34 เส้น
สาย SCSI
สายฮาร์ดดิสก์และซีดีรอมแบบ IDE
สายฟล็อปปี้ดิสก์

 
สังเกตที่ริมด้านหนึ่งของสายแพจะมีเครื่องหมายที่แสดงให้ทราบว่าเป็นขา 1 อยู่ เช่น อาจจะเป็นเส้นหรือลายสีแดงก็ได้ ส่วนหัวต่ออาจจะมีบ่าตรงกลางที่ด้านหนึ่งนูนออก มาเพื่อเป็นคีย์ล็อคกันไม่ให้เสียบกลับขั้ว และในบางทีก็มีการปิดรูกลางหนึ่งรูไว้ไม่ให้เสียบเข้าเพื่อใช้เป็นคีย์ล็อคได้เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วสายชนิดนี้จะใช้เสียบเข้าไปเฉยๆโดยไม่ต้อง มีตัวล็อคใดๆอีก เว้นแต่สายชนิดที่ใช้ต่อออกภายนอกเครื่อง ซึ่งอาจจะมีคลิปที่ปลายทั้งสองด้าสำหรับล็อคเข้ากับหัวต่อชนิดพิเศษ

ขั้นตอนการประกอบเครื่อง

เมื่อแกะเมนบอร์ดออกมาจากกล่อง ก็มักจะมีสายต่อต่างๆติดมาให้ด้วยอย่างครบถ้วน ส่วนสกรูและน๊อตต่างๆที่ต้องใช้นั้นก็จะติดมากับตัวเครื่อง (Case) ซึ่งจะใช้ใน การประกอบเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่างๆอยู่แล้ว

ต่อไปจะเป็นการประกอบเครื่องโดยมีขั้นตอนต่างๆดังนี้
1. ประกอบซีพียูและ RAM ลงบนเมนบอร์ด
2. ติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่อง
3. ติดตั้งฟล็อปปี้ดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ และไดรว์ซีดีรอม
4. ต่อสายสัญญาณต่างๆภายในเครื่อง
5. ติดตั้งการ์ดต่างๆ
6. ต่ออุปกรณ์ภายนอก (ได้แก่ จอภาพ คีย์บอร์ด และเมาส์) และทดสอบ
7. ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆ (เช่นอุปกรณ์ประเภท SCSI หรือฮาร์ดดิสก์ตัวที่สอง)

1. ประกอบซีพียูและ RAM ลงบนเมนบอร์ด

สิ่งที่จะต้องติดตั้งก่อนนำไปติดตั้งในเครื่องก็คือซีพียู และ RAM

การติดตั้งซีพียู (CPU)
วิธีติดตั้งซีพียูเข้ากับเมนบอร์ดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับชนิดของซ็อคเก็ต (Socket) หรือ (Slot) และเมนบอร์ดที่ใช้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ช่องเสียบซีพียูที่เป็นแบบสล็อตนั้น เลิกผลิตและไม่ได้ใช้มานานแล้ว ในที่นี้จึงขอกล่าวถึงเฉพาะช่องเสียบซีพียูที่เป็นแบบซ็อคเก็ตเท่านั้น
ซีพียูในปัจจุบันที่ถูกผลิตออกมาขายไม่ว่าจะเป็นของค่ายใดๆก็ตามนั้น จะเป็นแบบซ็อคเก็ต (Socket) หรือที่เราใช้เรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่า PGA (pin Grid Array) ซีพียูที่ใช้ช่องเสียบหรือซ็อคเก็ตแบบ PGA นั้นก็คือ ซีพียูที่มีขาอยู่เป็นจำนวนมากใต้แผ่นเซรามิคหรือแผ่นพลาสติกแบนๆ ซึ่งมีหลายรุ่นและใช้เสียบกับซ็อคเก็ต แบบต่างๆกันคือ
-Socket 370 (370 ขา) : ใช้กับซีพียูของ Intelรุ่น Celeron,Celeron II,Pentium III และซีพียูของ VIA รุ่น C3
-Socket A (462 ขา) : ใช้กับซีพียูของ AMD รุ่น Duron,Athlon Thunderbird และ Athlon XP
-Socket 423 (423 ขา) : ใช้กับซีพียูของ Intel รุ่น Pentium 4 รุ่นแรกภายใต้รหัสรุ่นว่า (Willamette) ที่มีความเร็วไม่เกิน 2 GHz
-Socket 4 (478 ขา) : ใช้กับซีพียูของ Intel รุ่น Pentium 4 รุ่นใหม่ภายใต้รหัสรุ่นว่า (Northwood) ความเร็วตั้งแต่1.6 GHz ขึ้นไป ซึ่งตัวชิปมีขนาด เล็กลง แต่มีจำนวนขามากขึ้น
โดยมากซ็อคเก็ตในปัจจุบันจะเป็นแบบ ZIF (Zero Insertion Force) ที่เพียงแต่ง้างกระเดื่องออกทางด้านข้างแล้วโยกขึ้นมา จากนั้นก็วางซีพียูลงไป แล้วกดกระเดื่องกลับเข้าไปเท่านั้น ส่วนวิธีการติดตั้งซีพียูลงบนซ็อคเก็ตแบบต่างๆมีดังนี้

การติดตั้งซีพียู Athlon จาก AMD ลงบน Socket A

ขั้นตอนการติดตั้ง
1. ง้างกระเดื่องที่ซ็อคเก็ตบนเมนบอร์ดออกทางด้านข้างแล้วยกขึ้นจนสุด
2. วางซีพียูลงไปตรงๆโดยจะต้องให้มุมที่บากไว้ตรงกันด้วย
3. หลังจากใส่ซีพียูลงในซ็อคเก็ตเรียบร้อยแล้ว ให้กดกระเดื่องกลับเข้าที่ โดยดันกลับไปจนสุด กระเดื่องจะกลับเข้าล็อคและยึดซีพียูให้อยู่กับที่
4. หลังจากนั้นทำการติดตั้งพัดลมซีพียูหรือ Heat Sink ลงบนตัวซีพียูเพื่องช่วยระบายความร้อน แต่ก่อนติดตั้งควรทาซิลิโคนให้เป็ฟิล์มบางๆลงบน Core ของซีพียูเสียก่อนเพื่อ ช่วยถ่ายเทความร้อนจากซีพียูไปสู่ตัว Heat Sink ได้ดียิ่งขึ้น หรือถ้า Heat Sink มีแผ่นช่วยระบายความร้อนติดมาให้แล้วก็สามารถใช้แทนซิลิโคนได้
5. หลังจากวาง Heat Sink ลงไปบนซีพียูแล้ว ให้ยึดคลิปโลหะเข้าขอเกี่ยวให้เรียบร้อยเพื่อยึดให้ Heat Sink อยู่กับที่ จากนั้นก็ต่อสายจากตัวพัดลมระบายความร้อนลงไปต่อ ที่ขั้วจ่ายไฟ 12 โวลต์บนเมนบอร์ด

การติดตั้งซีพียู Pentium 4 จาก Intel ลงบน Socket 478
ซีพียู Pentium 4 จาก Intel จะเป็นซีพียูแบบ mPGA โดยหลักการส่วนใหญ่จะเหมือนกันกับการติดตั้งซีพียูแบบ PGA เว้นแต่ว่าการติดตั้ง Heat Sink และพัดลมจะมีวิธีการแตกต่างกันออกไป
แรกเริ่มเดิมที Intel กำหนดให้เคสที่จะใช้ติดตั้ง Pentium 4 จะต้องมีแท่นยึดเพิ่มขึ้นอีก 4 จุด ซึ่งจะตรงกับรูที่เจาะไว้บนเมนบอร์ดเพื่อให้สามารถยึด Heat Sink และพัดลมทะลุลงมาที่เคสได้โดยตรง ทั้งนี้เนื่องการ Heat Sink สำหรับ Pentium 4 ได้ถูกกำหนดให้มีขนาดใหญ่มากจนการยึดกับเมนบอร์ดอาจจะไม่แข็ง แรงเพียงพอ และที่แน่ๆก็คือ ไม่สามารถยึดกับซ็อคเก็ตสำหรับซีพียูเช่นเดิมได้อีกต่อไป ข้อกำหนดนี้ทำให้ การเลือกใช้ซีพียู Pentium 4 จะต้องใช้เคสรุ่นใหม่เท่านั้น และ เมนบอร์ดถูกกำหนดตำแหน่งสำหรับซ็อคเก็ตซีพียูไว้อย่างแน่นอน จนไม่สามารถเปลี่ยน เลื่อน หรือเคลื่อนย้ายได้ อย่าไรก็ตามยังมีผู้ผลิตเมนบอร์ดบางรายที่ได้พยายามหาวิธีอื่นใน การยึดติด Heat Sink เข้ากับเมนบอร์ด โดยไม่ต้องพึ่งแท่นยึดของเคสใหม่อีกต่อไป โดยทำเป็นกรอบพลาสติกมาให้บนบอร์ดเลย เช่น Socket 478 รุ่นใหม่ๆนั้นจะมีชุด พัดลมและกรอบแบบใหม่ ซึ่งล็อคด้วยก้านกระเดื่องที่อยู่ด้านบนในการติดตั้งก็เพียงแต่กดลงไปให้ขายึดเกี่ยวเข้ากับร่องที่อยู่บนฐาน แล้วโยกกระเดื่องทับไปอีกข้างหนึ่ง เพื่อล็อค Heat Sink ให้ติดอยู่กับตัวซีพียู
ขั้นตอนการติดตั้ง
1. ง้างกระเดื่องที่ซ็อคเก็ตบนเมนบอร์ดออกทางด้านข้างแล้วยกขึ้น
2. วางซีพียูลงไปตรงๆโดยจะต้องให้มุมที่บากไว้ตรงกันด้วย
3. หลังจากใส่ซีพียูลงในซ็อคเก็ตเรียบร้อยแล้ว ให้กดกระเดื่องกลับเข้าที่ โดยดันกลับไปจนสุด กระเดื่องจะกลับเข้าล็อคและยึดซีพียูให้อยู่กับที่
4. หลังจากนั้นทำการติดตั้งพัดลมซีพียูหรือ Heat Sink ลงบนตัวซีพียูเพื่องช่วยระบายความร้อน แต่ก่อนติดตั้งควรทาซิลิโคนให้เป็ฟิล์มบางๆลงบน Core ของซีพียูเสียก่อนเพื่อ ช่วยถ่ายเทความร้อนจากซีพียูไปสู่ตัว Heat Sink ได้ดียิ่งขึ้น หรือถ้า Heat Sink มีแผ่นช่วยระบายความร้อนติดมาให้แล้วก็สามารถใช้แทนซิลิโคนได้
5. ลักษณะของพัดลมซีพียู หรือ Heat Sink ที่จะใช้วางลงบนตัวซีพียู Pentium 4
6. กดพัดลมลงไปให้ขายึดเกี่ยวเข้ากับร่องที่อยู่บนฐาน
7. เมื่อยึดเกี่ยวเข้ากับร่องที่อยู่บนฐานโยกกระเดื่องทับไปอีกข้างหนึ่ง เพื่อล็อค Heat Sink ให้ติดอยู่กับตัวซีพียู

การติดตั้ง RAM
ปกติช่องเสียบ RAM จะมีอยู่หลายช่องขึ้นกับการออกแบบเมนบอร์ด และจะต้องเสียบ RAM อย่างไรจำนวนเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับชนิดของ RAM และซีพียูที่ใช้ ซึ่งพอจะสรุป คร่าวๆตามประเภทของซีพียูและลักษณะของ RAM ในปัจจุบันได้ดังนี้

Pentium 4 RDRAM เสียบครั้งล่ะ2แผง DDR-RAM ครั้งล่ะ1-2แผง SDRAM ใช้ไม่ได้
Pentium III,Celeron II RDRAM เสียบครั้งล่ะ1แผง DDR-RAM ครั้งล่ะ1-2แผง SDRAM เสียบครั้งล่ะ1แผง
Athlon XP RDRAM ใช้ไม่ได้ DDR-RAM ครั้งล่ะ1-2แผง SDRAM เสียบครั้งล่ะ1แผง
Athlon Thunderbird, RDRAM ใช้ไม่ได้ DDR-RAM ครั้งล่ะ1-2แผง SDRAM เสียบครั้งล่ะ1แผง Duron

ช่องเสียบ RAM (slot) ที่ใช้กับRAMแบบต่างๆในปัจจุบัน
-DIMM Slot ที่ใช้กับหน่วยความจำ SDRAM มีจำนวนขาทั้งสิ้น 168 pin
-DIMM Slot ที่ใช้กับหน่วยความจำ DDR-SDRAM มีจำนวนขาทั้งสิ้น 184 pin
-RIMM Slot ที่ใช้กับหน่วยความจำ RDRAM มีจำนวนขาทั้งสิ้น 184 pin

การติดตั้ง RAM แบบ SDRAM ทำได้ดังนี้

1. ตรวจดูตำแหน่งของ Slot ที่จะใส่ RAM โดยสังเกตจากตัวอักษร DIMM 0,1,2และ3 ที่อยู่ตรงปลายด้านหนึ่งของ Slot โดยปกติแล้วเราจะเสียบลงบน Slot ใดก็ได้แต่ควรจะเริ่มต้นเสียบ RAM ตัวแรกลงใน DIMM 0 ก่อน
2. ให้ง้างตัวล็อคที่ปลายทั้งสองด้านของ DIMM 0 ออกจากกัน
3. เสียบแผงหน่วยความจำ SDRAM ลงในช่องและกด RAM ลงไปเบาๆบน Slot โดยให้ด้านที่มีรอยบากตรงกับบ่าที่อยู่ตรงกลาง slot
4. ดันตัวล็อคที่ปลายทั้งสองข้างกลับเข้าที่ให้แน่น โดยให้เดือยที่ตัวล็อคตรงกับรอยบากด้านข้างของแผงหน่วยความจำพอดี หรือโดยปกติแล้วเวลากด RAM ลงไปใน Slot ตรงๆ ตัวล็อคทั้งสองข้างจะดีดกลับขึ้นมาล็อคเองโดยอัตโนมัติ
         ส่วนการติดตั้ง RAM แบบอื่นๆ เช่น DDR-SDRAMหรือ RDRAM ก็มีขั้นตอนเหมือนกับการติดตั้ง RAM แบบที่กล่าวมาเช่นกัน เพียงแต่ว่าถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันนี้บน DIMM Slot อาจระบุว่า Dual-Channel หมายถึงถ้าใส่ RAM แบบ DDR-SDRAM เป็นคู่จะทำให้มีแบนด์วิดธ์กว้างขึ้นเป็น 2 เท่าในการรับส่งข้อมูล หรือ ถ้าเป็นสำหรับ RIMM Slot ที่ใช้กับ RAM แบบ RDRAM นั้น ในแชนเนลหนึ่งๆจะใส่ RDRAM ได้จำกัดและหากใส่ไม่เต็มก็ต้องใส่แผงหลอกลงไปเพื่อให้ได้คุณสมบัติทางไฟฟ้า คงเดิมด้วย ซึ่งปัจจุบันเมนบอร์ดสำหรับ Pentium 4 ที่ใช้แบบ RDRAM มักจะถูกออกแบบให้มี 2 แชนเนลหรือมากกว่า ซึ่งแต่ละแชนเนลใส่ได้ 2 แผงเวลาใช้งานจริงก็ต้องใส่ RDRAM ลงไปแชนเนลละแผงพร้อมแผงหลอกอีกแชนเนลละแผงด้วย ดังรูป

            หลังจากติดตั้งซีพียู อุปกรณ์ระบายความร้อนซีพียู และ RAM ลงบนเมนบอร์ดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ ติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่อง (Case) 2. ติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่องความยากง่ายของการประกอบเมนบอร์ดลงบนเครื่องจะขึ้นอยู่กับตัวเครื่อง (Case) ที่ใช้ คือถ้าเป็นตัวเครื่องชนิดที่สามารถถอดแท่นเครื่องออกมาได้ก็จะ ประกอบได้ง่าย มาก โดยถอดแท่นเครื่องออกมาก่อน และเมื่อติดตั้งเมนบอร์ดเรียบร้อยแล้วจึงค่อยประกอบกลับเข้าไป แต่ถ้าเป็นตัวเครื่องแบบถอดไม่ได้จะประกอบค่อนข้างลำบากหน่อย แต่ก็ไม่เป็น ปัญหาอะไร
ตัวเครื่องในปัจจุบันจะมีให้เลือกมากมายหลายต่อหลายแบบซึ่งแต่ละแบบนั้นก็อาจจะถูกออกแบบมาให้มีตัวยึดหรือหลักยึดกับเมนบอร์ดที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยพื้นฐาน แล้วจะถูกออกแบบมาให้มีตำแหน่งรูใส่น็อตที่ตรงกันอยู่แล้ว และส่วนมากที่พบเห็นมักจะเป็นลักษณะของกาขันสกรู

ประกอบแผงหลังเครื่อง
ก่อนจะเริ่มต้นทำการติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่อง ควรจะต้องทำการเตรียมความพร้อมของตัวเครื่องเสียก่อน นั่นคือ การประกอบแผงด้านหลังเครื่อง โดยเจาะช่องของ พอร์ตต่างๆที่จำเป็นออก ซึ่งมีขั้นตอนดังรูป
1. ขันสกรูด้านหลังตัวเครื่องออก เพื่อถอดฝาครอบเคส ซึ่งถ้าเป็นเคสแบบฝาครอบปิดด้านซ้าย/ขวาถอดแยกกันได้ ก็ให้ถอดออกให้หมดทั้งสองด้าน

2. ที่แผงด้านหลังเครื่อง ให้แกะหรือเจาะตามรอยปรุ เฉพาะช่องที่จำเป็นก่อน โดยดูจากตำแหน่งของพอร์ตต่างๆบนเมนบอร์ดดังรูป

ติดตั้งเมนบอร์ด
หลังจากประกอบแผ่นด้านหลังเครื่อง โดยเจาะช่องของพอร์ตต่างๆที่จำเป็นออกเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือ การติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่องซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. วางเมนบอร์ดลงบนหักยึดทั้งหมดที่ได้ติดตั้งไว้ แล้วขยับให้ช่องตรงกับแท่นยึด จากนั้นเสียหมุดพลาสติกลงไป

2. กดหมุดที่เสียลงไปแล้วให้แน่น
การติดตั้งเมนบอร์ดยึดติดเข้ากับแท่นเครื่องสมัยก่อน จะใช้ขาพลาสติก ซึ่งด้านหนึ่งเป็นปลายแหลมสำหรับเสียบเข้าที่ด้านล่างของเมนบอร์ดตามตำแห่งต่างๆที่ตรงกับรูบน แท่นเครื่อง เช่น ที่มุมทั้งสี่ของเมนบอร์ด ดังรูปที่ 1 และรูปที่ 2 หรือในบางกรณีที่ถูกยึดบนแท่นเครื่องเป็นแบบหลักหกเหลี่ยมจะต้องใช้การขันสกรูเท่านั้น ดังรูปต่อไปนี้

กรณีที่เป็นหลักยึดหกเหลี่ยมจะต้องใช้ขันสกรูเท่านั้น ซึ่งการใช้สกรูก็ควรจะวางแหวนรองไว้ด้วย เพื่อเป็นฉนวนกันไฟฟ้าและป้องกันไม่ให้เมนบอร์ดเสียหายจากการขัน สกรู

ซึ่งหลักยึดนี้มักจะเป็นทองเหลืองรูปทรงกระบอกหกเหลี่ยม มีปลายสำหรับขันเข้าไปในรูที่อยู่บนแท่นเครื่อง โดยขันหลักยึดนี้ให้แน่น แล้ววางเมนบอร์ดที่เสียบขาแล้วทาบ ลงบนแท่น โดยเลื่อนให้ขาพลาสติกสามารถถอดเข้าไปในช่องได้ครบทุกขา จากนั้นจึงยึดสกรูโดยมีแหวนฉนวนรองอยู่ เพื่อไม่ให้เมนบอร์ดเลื่อนและหลุดออกมาได้ เพียงเท่านี้ก็เป็นอัน เสร็จเรียบร้อย

3. เมื่อขันสกรูยึดเมนบอร์ดให้ติดกับแท่นเครื่องแล้ว จากนั้นก็ยกแท่นเครื่องวางทาบลงไปบนตัวเคส ให้รูน็อตของแท่นเครื่องตรงกับรูน็อตของเคส จากนั้นขันสกรูยึดให้ครบทุกจุด
ถ้าตัวเครื่องเป็นรุ่นที่สามารถถอดออกได้ก็จะประกอบได้ง่ายขึ้น โดยไขสกรูออกก่อน แต่ถ้าเป็นตัวเครื่องรุ่นเก่าจะต้องใช้สกรูแบบที่เป็นพลาสติกยึดเข้ากับเมนบอร์ด แล้วสอดลงไปในรูบนแผงสำหรับติดตั้งเมนบอร์ด จากนั้นจึงเลื่อนให้ลงล็อคแล้วยึดสกรูเฉพาะช่องที่ติดตั้งขาหกเหลี่ยมเท่านั้น
4. เสียบขาพลาสติกที่ขาด้านหลังของแผงเมนบอร์ด และติดหลักสำหรับยึกแผงเมนบอร์ดกับแท่งเครื่อง โดยใช้หกเหลี่ยมขันหลักยึดให้แน่น
5. ทาบเมนบอร์ดลงบนแท่น แล้วเลื่อนให้ขาพลาสติกเข้าไปในช่องให้ครบทุกขา
ส่ วนขายึดสำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆก็จะใช้แผ่นโลหะสี่เหลี่ยมเสียบเข้ากับตัวแท่นเครื่อง และใช้แท่งพลาสติกยึดจากด้านบน ทำให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้น 
ความยากง่ายของการประกอบเมนบอร์ดลงบนเครื่องจะขึ้นอยู่กับตัวเครื่อง (Case) ที่ใช้ คือถ้าเป็นตัวเครื่องชนิดที่สามารถถอดแท่นเครื่องออกมาได้ก็จะ ประกอบได้ง่าย มาก โดยถอดแท่นเครื่องออกมาก่อน และเมื่อติดตั้งเมนบอร์ดเรียบร้อยแล้วจึงค่อยประกอบกลับเข้าไป แต่ถ้าเป็นตัวเครื่องแบบถอดไม่ได้จะประกอบค่อนข้างลำบากหน่อย แต่ก็ไม่เป็น ปัญหาอะไร
ตัวเครื่องในปัจจุบันจะมีให้เลือกมากมายหลายต่อหลายแบบซึ่งแต่ละแบบนั้นก็อาจจะถูกออกแบบมาให้มีตัวยึดหรือหลักยึดกับเมนบอร์ดที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยพื้นฐาน แล้วจะถูกออกแบบมาให้มีตำแหน่งรูใส่น็อตที่ตรงกันอยู่แล้ว และส่วนมากที่พบเห็นมักจะเป็นลักษณะของกาขันสกรู

ประกอบแผงหลังเครื่อง
ก่อนจะเริ่มต้นทำการติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่อง ควรจะต้องทำการเตรียมความพร้อมของตัวเครื่องเสียก่อน นั่นคือ การประกอบแผงด้านหลังเครื่อง โดยเจาะช่องของ พอร์ตต่างๆที่จำเป็นออก ซึ่งมีขั้นตอนดังรูป

1. ขันสกรูด้านหลังตัวเครื่องออก เพื่อถอดฝาครอบเคส ซึ่งถ้าเป็นเคสแบบฝาครอบปิดด้านซ้าย/ขวาถอดแยกกันได้ ก็ให้ถอดออกให้หมดทั้งสองด้าน

2. ที่แผงด้านหลังเครื่อง ให้แกะหรือเจาะตามรอยปรุ เฉพาะช่องที่จำเป็นก่อน โดยดูจากตำแหน่งของพอร์ตต่างๆบนเมนบอร์ดดังรูป

ติดตั้งเมนบอร์ด
หลังจากประกอบแผ่นด้านหลังเครื่อง โดยเจาะช่องของพอร์ตต่างๆที่จำเป็นออกเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือ การติดตั้งเมนบอร์ดเข้ากับตัวเครื่องซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. วางเมนบอร์ดลงบนหักยึดทั้งหมดที่ได้ติดตั้งไว้ แล้วขยับให้ช่องตรงกับแท่นยึด จากนั้นเสียหมุดพลาสติกลงไป

2. กดหมุดที่เสียลงไปแล้วให้แน่น
การติดตั้งเมนบอร์ดยึดติดเข้ากับแท่นเครื่องสมัยก่อน จะใช้ขาพลาสติก ซึ่งด้านหนึ่งเป็นปลายแหลมสำหรับเสียบเข้าที่ด้านล่างของเมนบอร์ดตามตำแห่งต่างๆที่ตรงกับรูบน แท่นเครื่อง เช่น ที่มุมทั้งสี่ของเมนบอร์ด ดังรูปที่ 1 และรูปที่ 2 หรือในบางกรณีที่ถูกยึดบนแท่นเครื่องเป็นแบบหลักหกเหลี่ยมจะต้องใช้การขันสกรูเท่านั้น ดังรูปต่อไปนี้
กรณีที่เป็นหลักยึดหกเหลี่ยมจะต้องใช้ขันสกรูเท่านั้น ซึ่งการใช้สกรูก็ควรจะวางแหวนรองไว้ด้วย เพื่อเป็นฉนวนกันไฟฟ้าและป้องกันไม่ให้เมนบอร์ดเสียหายจากการขัน สกรู
ซึ่งหลักยึดนี้มักจะเป็นทองเหลืองรูปทรงกระบอกหกเหลี่ยม มีปลายสำหรับขันเข้าไปในรูที่อยู่บนแท่นเครื่อง โดยขันหลักยึดนี้ให้แน่น แล้ววางเมนบอร์ดที่เสียบขาแล้วทาบ ลงบนแท่น โดยเลื่อนให้ขาพลาสติกสามารถถอดเข้าไปในช่องได้ครบทุกขา จากนั้นจึงยึดสกรูโดยมีแหวนฉนวนรองอยู่ เพื่อไม่ให้เมนบอร์ดเลื่อนและหลุดออกมาได้ เพียงเท่านี้ก็เป็นอัน เสร็จเรียบร้อย

3. เมื่อขันสกรูยึดเมนบอร์ดให้ติดกับแท่นเครื่องแล้ว จากนั้นก็ยกแท่นเครื่องวางทาบลงไปบนตัวเคส ให้รูน็อตของแท่นเครื่องตรงกับรูน็อตของเคส จากนั้นขันสกรูยึดให้ครบทุกจุด
ถ้าตัวเครื่องเป็นรุ่นที่สามารถถอดออกได้ก็จะประกอบได้ง่ายขึ้น โดยไขสกรูออกก่อน แต่ถ้าเป็นตัวเครื่องรุ่นเก่าจะต้องใช้สกรูแบบที่เป็นพลาสติกยึดเข้ากับเมนบอร์ด แล้วสอดลงไปในรูบนแผงสำหรับติดตั้งเมนบอร์ด จากนั้นจึงเลื่อนให้ลงล็อคแล้วยึดสกรูเฉพาะช่องที่ติดตั้งขาหกเหลี่ยมเท่านั้น

4. เสียบขาพลาสติกที่ขาด้านหลังของแผงเมนบอร์ด และติดหลักสำหรับยึกแผงเมนบอร์ดกับแท่นเครื่อง โดยใช้หกเหลี่ยมขันหลักยึดให้แน่น

5. ทาบเมนบอร์ดลงบนแท่น แล้วเลื่อนให้ขาพลาสติกเข้าไปในช่องให้ครบทุกขา
ส่วนขายึดสำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆก็จะใช้แผ่นโลหะสี่เหลี่ยมเสียบเข้ากับตัวแท่นเครื่อง และใช้แท่งพลาสติกยึดจากด้านบน ทำให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้น 
3. ติดตั้งฟล็อปปี้ดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ และไดรว์ซีดีรอม
  ติดตั้งฟล็อปปี้ดิสก์
        ติดตั้งโดยต่อเข้ากับคอนโทรลเลอร์ของฟล็อปปี้ดิสก์โดยเฉพาะ ซึ่งต่อได้สูงสุด 2 ตัว โดยสายที่ใช้มักจะมีการไขว้สลับเอาไว้แล้วเพื่อกำหนดว่าตัวใดเป็นไดรว์แรก ปกติ ที่ปลายสุดซึ่งเป็นสายที่ไขว้แล้วจะเป็นไดรว์แรกหรือไดรว์ A: ส่วนตรงกลางใช้ต่อเข้ากับไดรว์ตัวที่เป็นไดรว์ B: ถ้ามีเพียงแค่ตัวเดียวก็ต่อเข้ากับที่ปลายสุดเท่านั้น ในการเสียบหัว ต่อฟล็อปปี้ดิสก์จะต้องระวังอย่าให้มีการเหลื่อมหรือเสียบกลับข้าง โดยสังเกตที่ขา 1 ของสายซึ่งจะตรงกับขา 1 ของไดรว์ ส่วนสายไฟเลี้ยงฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วที่ใช้กันในปัจจุบัน จะใช้ขั้วต่อขนาดเล็ก และจะสามารถเสียบได้เพียงแบบเดียวเท่านั้น

ขั้นตอนการติดตั้ง
1. เปิดฝาด้านหน้าออกโดยในบางเครื่องอาจจะต้องกดที่ คลิปด้านข้างแล้วดึงออกมาหรืออาจจะต้องงัดฝาเปิดออกมาก่อนด้วยไขควงแบน

2. เสียบไดรว์เข้าไปจากทางด้านหน้า โดยหันด้านท้ายของไดรว์เสียบเข้าไป

3. กะตำแหน่งให้พอดีไม่ให้ตัวไดรว์ยื่นออกมามากเกินไปหรือจมหายไปในตัวเครื่องมากเกินไป

4. ยึดสกรูที่ด้านข้างและก่อนที่จะล็อคให้แน่น ควรทดลองปิดฝาด้านหน้าเข้าไปด้วย เพื่อให้พอดีกับตำแหน่ง

5. ส่วนกรณีที่เป็นฝาแบบที่มีช่องเสียบแผ่นดิสก์และมีขากด ก็ลองใส่แผ่นดิสก์ลงไปในช่องแล้วกดที่ขากดด้วยว่าทำงานได้ดีหรือไม่

6. เสียบสายไฟเส้นที่มีขั้วขนาดเล็กเข้ากับขั้วที่มี 4 ขา ซึ่งปกติขั้วนี้ถ้าเสียบผิดด้านจะเสียบไม่เข้า เมื่อเสียบเข้าไปแล้วให้สังเกตว่าสายเส้นสีแดงหันเข้าไปหาคอนเน็คเตอร์หรือหันออก

7. สังเกตขา 1 ของคอนเน็คเตอร์ดดยส่วนใหญ่มักจะมีตัวเลขกำกับไว้ แต่ถ้าไม่มีก็ให้สังเกตจากตำแหน่งของสายไฟเส้นสีแดงในข้อที่ 6

8. เสียบขั้วต่อสายแพขนาด 34 เส้นด้านที่เป็นสายไขว้กับขั้วที่มี 34 ขา ดดยระวังอย่าให้มีการเหลื่อม โดยสังเกตขา 1 และแถบสีแดง

9. เสียบขั้วต่อสายแพด้านที่เหลือเข้ากับขั้วต่อบนเมนบอร์ดตรงที่มีข้อความกำกับไว้ว่า Floppy หรือ FDC หรือ FDD

            การติดตั้งฮาดดิสก์
ก่อนติดตั้งอาร์ดดิสก์เข้าไปในเครื่อง จะต้องกำหนดจัมเปอร์บนฮาร์ดดิสก์ให้ถูกต้องเสียก่อนซึ่งฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะมีตำแหน่งจัมเปอร์ที่ระบุว่าเป็น Single หรือ Master และมักจะถูกกำหนดไว้เช่นนั้นมาจากโรงงานแล้ว ในกรณีที่มีฮาร์ดดิก์ตัวเดียวก็คือตำแหน่ง Single ถ้าต้องการติดตั้งสองตัวก็เลือกตัวแรกเป็น Master ตัวที่สองเป็น Slave
1. เสียบฮาร์ดดิสก์เข้าที่ช่องใต้ฟล็อปปี้ดิสก์ โดยเว้นที่ว่างไว้ 1 ช่อง

2. เลื่อนให้ตำแหน่งรูยึดตรงกับช่อง แล้วขันสกรูให้แน่นทั้งสองด้าน
ในบางเครื่องอาจจะใช้สายเคเบิลชนิดที่มีการตัดสายไว้แล้ว เพื่อเลือกอาร์ดดิสก์ตัวหลักและตัวรอง โดยการเสียบหัวต่อให้ถูกต้อง ในกรณีนี้จะกำหนดจัมเปอร์บน ฮาร์ดดิสก์ทุกตัวให้เป็น Cable Select หรือ CS จากนั้นติตั้งไดรว์เข้ากับตำแหน่งที่เตรียมไว้ดดยเฉพาะในตัวเครื่อง ซึ่งควรจะเลือกตรงที่มีที่ว่างมากที่สุดเพื่อช่วยให้ระบาย ความร้อนได้ดีขึ้น และเผื่อสำหรับการเพื่อฮาร์ดดิสก์ในอนาคตอีกด้วย

3. เสียบสายแพเข้าที่ขั้วต่อของฮาร์ดดิสก์ ดดยหันด้านที่มีแถบสีแดงให้ตรงกับขา 1

4. เสียบสายไฟเลี้ยงฮาร์ดดิสก์

สายไฟมีอยู่ 2 ชุดคือสายสัญญาณและสายไฟเลี้ยง ซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวัง อย่าเสียบให้เหลื่อม สลับหรือกลับข้างโดยเด็ดขาด

5. เสียบปลายที่เหลือของสายสัญญาณลงบนเมนบอร์ด โดยหันแถบสีให้ตรงกับขา 1 ให้เสียบสายเข้ากับขั้วที่เขียนว่า Primary IDE ากด้านบน ทำให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้น

          การติดตั้งไดรว์ซีดีรอม 

       การติดตั้งไดรว์ซีดีรอมแบบ IDE หรือที่เรียกว่า ATAPI จะคล้ายกับการติดตั้งอาร์ดดิสก์ และอาจจะต้องต่อพ่วงเข้ากับอาร์ดดิสก์ในกรณีที่มีคอนโทรลเลอร์เพียงตัวเดียว ซึ่งจะต้องตั้งจัมเปอร์ให้ถูกต้องเช่นกัน โดยถ้ามี 2 คอนโทรลเลอร์ก็จะต่อได้เลยไม่ต้องสนใจกำหนดจัมเปอร์ ส่วนการต่อสายก็ทำเหมือนการประกอบฮาร์ดดิสก์

1. ถอดฝาเปิดด้านหน้าและงักเหล็กที่ปิดไว้ออกมา
2. ปิดฝาหน้ากลับเข้าไปใหม่
3. สอดไดรว์ซีดีรอมเข้าไปให้พอดีกับฝาหน้า
4. ขันสกรูยึดให้แน่นทั้งสองด้าน
5. เสียบสายสัญญาณและสายไฟเลี้ยงแบบเดียวกับตอนประกอบฮาร์ดดิสก์
6. จากนั้นเสียบสายสัญญาณเสียงสำหรับต่อเข้ากับการ์ดเสียงด้วย

             4. ต่อสายสัญญาณต่างๆภายในเครื่อง

เคเบิลอื่นๆที่จะต้องต่อภายในเครื่อง ก็มีสายต่างๆจากเมนบอร์ดมายังปุ่มและไฟที่อยู่หน้าเครื่อง และลำโพงภายในตัวเครื่องซึ่งจำเป็นมาก เพราะเสียงสามารถเป็นตัวบอก ให้ทราบว่าส่วนใดมีปัญหา
การเชื่อมต่อสายหน้าเครื่องเข้ากับเมนบอร์ด
ขั้วสำหรับต่อสายต่างๆเข้ากับหน้าเครื่อง ได้แก่ สวิทช์ปิดเปิดเครื่อง, ไฟสถาณะการเปิดเครื่อง, ปุ่มRESET, ลำโพง, ไฟสถาณะฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น ตามรูปดังนี้

             5. ติดตั้งการ์ดต่างๆปัจจุบันการ์ดต่างๆที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในเครื่องพีซีนั้น หลักๆก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น การ์ดจอ, การ์ดเสียง, การ์ดแลน, และการ์ดโมเด็มเป็นต้น
การ์ดส่วนใหญ่มักถูกออกแบบมาให้ใช้กับ PCI Slot บนเมนบอร์ดจึงมี PCI Slot 5-6 Slot ส่วน AGP Slotมักเอาไว้เสียบกับการ์ดจออย่างเดียวจึง มีแค่สล็อตเดียว ส่วนเมนบอร์ดแบบออนบอร์ดนั้นแทบจะไม่ต้องเสียบการ์ดใดเพิ่มเลย ซึ่งทำให้ง่ายแก่การติดตั้งด้วย
การติดตั้งการ์ดจอ, ซาวด์การ์ด, การ์ดโมเด็ม

1. สอดการ์ดจอแบบ AGP ลงในสล็อต AGP แล้วกดให้แน่น

2. ขันสกรูล็อคที่แผ่นโลหะเพื่อยึดเข้ากับตัวเครื่อง แล้วล็อคให้แน่น

3. ติดตั้งซาวด์การ์ด ซึ่งมีวิธีติดตั้งเหมือนกัน นอกจากนี้ยังต้องเสียบสายสัญญาณเสียงจากตัวซีดีรอมมาบนตัวการ์ดเพื่อให้ได้ยินเสียงต่างๆ

4. โมเด็มก็มีการติดตั้งเหมือนกันกันข้างต้น

             6. ต่ออุปกรณ์ภายนอก (ได้แก่ จอภาพ คีย์บอร์ด และเมาส์) และทดสอบเมนบอร์ดแบบ AT
จะมีสองขั้วซึ่งต้องระวังให้หันด้านที่เป็นสายสีดำเข้าหากันเสมอไม่ใช่อยู่คนละด้าน เมนบอร์ดแบบ ATX ถ้าเสียบสลับจะเสียบไม่เข้าจึงไม่ต้องระมัดระวังมาก
เมนบอร์ด Pentium 4 อาจจะมีสายต่างๆเพิ่มขึ้นมาอีก ดังรูป
7. ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมอื่นๆ (เช่นอุปกรณ์ประเภท SCSI หรือฮาร์ดดิสก์ตัวที่สอง) สายภายนอกดูได้จากรูป

ตรวจสอบทั่วไป
1. ตรวจสอบซีพียูให้แน่นสนิทไม่มีร่องใดๆอยู่
2. ตรวจสอบเมนบอร์ดว่าไม่มีส่วนใดแนบชิดกับตัวเคริ่องเพราะอาจจะทำให้เกิดการลัดวงจรได้
3. ตรวจสอบสายไฟทั้งหมดว่าถูกต้องแน่นหนา ไม่สลับขั้วกัน
4. ตรวจสอบสายสัญญาณไม่ให้เหลื่อมโดยเด็ดขาด
5. ตรวจสอบการ์ดต่างๆว่าเสียบแน่นสนิทดีหรือไม่
ปัญหาและแนวทางแก้ไข