ภูเขาเหลือแหล่ล้วน ศิลา
หามณีจินดา ยากได้
ฝูงชนเกิดนานา ในโลก
หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤามี
ภูเขาเหลือแหล่ล้วน
ยากประมวลถ้วนทุกที่
มุ่งหาจินดามณี
ย่อมยากนักเหลือจักหา
ฝูงชนเกิดสกนธ์กาย
ในโลกหลายเป็นนักหนา
เลือกผู้รู้พิทยา
ไม่พบนักเลยสักราย
เป็นความจริงอย่างนั้นครับ แม้คนในโลกนี้จะมากมายเป็นพัน พัน ล้าน แต่จะหาใครเล่าที่จะมีเหมือนพระผู้เป็นที่พึ่งของโลก อย่างเช่นพระพุทธเจ้า หาคนอย่างพระพุทธเจ้าไม่มีไม่เท่าไหร่ครับ แต่หาคนที่จะเชื่อว่าคนอย่างพระพุทธเจ้ามีจริงๆหายากยิ่งกว่า ไม่เชื่อแล้วยังปฏิเสธอีกนี่สิยิ่งร้ายไปใหญ่ หาว่าคนที่ยอมทิ้งราชสมบัติคือความเป็นพระราชามาเป็นราชฎรษ์หนำช้ำยังมาเที่ยวขอทาน ทำตนให้ทุกข์ยาก เพื่อหาทางให้คนอื่นมีความสุข คนอย่างนี้มีละหรือ น่าคิดนะครับ คือคิดในกรอบที่ตนเคยเห็นเคยเจอมาเท่านั้น ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ตนไม่เคยประสพจะสามารถเป็นไปได้ อาจารย์มหาสม กล่าวไว้ว่า เอาความคิดของปุถุชนไปวิจารณ์ความคิดของผู้พ้นแล้วจากการครอบงำใดๆ
อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ในก่อนว่า บางศาสนา บางลัทธิ ก็มีแค่ปัญญา หนึ่ง หรือ สอง โดยเฉพาะปัญญาที่เกิดจากความนั่งคิดนอนคิด คือจินตามยปัญญา นี่ต้องระวังให้มากถ้าคิดดีคิดถูกก็ดีไป แต่ถ้าคิดผิดไม่ถูกต้องตามธรรมนองครองธรรมละ จะเสียหายขนาดไหน ยกตัวอย่างที่เป็นปัจจุบันหน่อยนะครับ เช่น คนทั้งหลายเขาคิดว่าการเล่นการพนันนั้นน่าจะถูกต้องจนถึงขนาดจะทำให้ถูกกฎหมาย เห็นว่าการดื่มของมึนเมาน่าจะดีเลยออกกฎมาว่าเป็นของดีสามารถทำได้ทุกบ้าน อย่างนี้ ทั้งๆที่บ้านเราเมืองเราเป็นเมืองพุทธนะครับ ไม่แน่นะต่อไปอาจจะเห็นว่า การฆ่าโจร การที่หญิงมาบริการผู้ชายมากๆฯ เหล่านี้เป็นความดี อาจลงในบันทึกประวัติศาตร์ของมนุษย์ยุคสมัยโลกาภิวัตน์ว่า อาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่บริสุทธิ์
ผมขอยกเอาพุทธพจน์มาเปรียบให้ดูครับ
สัพพะปาปัสสะ อกรณัง แปลว่า การไม่ทำบาปทั้งปวง ขอเติมอีกหน่อยว่า บาปทั้งหมดทั้งสิ้นที่มีอยู่ในโลกนี้ไม่ควรทำ
กุสลัสสูปสัมปทา แปลว่า การทำกุศลให้ถึงพร้อม เติมว่า ไม่ทำบาปนั้นยังไม่พอ ต้องเริ่มทำบุญกุศลด้วยครับท่านทั้งหลาย
สจิตตะ ปริโยทปนัง แปลว่า การทำจิตของตนให้ขาวรอบ
แค่นี้ก็คงพอที่จะเป็นข้อเปรียบเทียบว่า คนสมัยก่อนเขาคิดยังไงต่างกับสมัยนี้อย่างไร คนสมัยก่อนเขาคิดได้ เขาทำได้ครับ แต่สมัยนี้คิดได้คิดดีแต่ทำไม่ค่อยได้ อย่างสามข้อข้างบนนี้ เขาทำได้จริงๆครับ เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เขียนมาถึงตรงนี้อาจมีบางท่านค้านว่า นั้นมันสมัยก่อนมันโบราญ ไม่ทันสมัยไม่ใช่สมัยนี้ เชื่อว่ามีหลายท่านที่คิดแบบนี้ ผมขออธิบายง่ายๆก่อนนะครับว่า เราคิดว่าคนที่ได้นามว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
นั้นจะคิดไม่ออกเชียวละหรือว่า สิ่งที่พระองค์บัญญัติพร่ำสอนนั้น ต่อมาจะล้าสมัยใช้ไม่ได้ เป็นไปได้หรือ พระองค์จะสอนทำไมสิ่งที่มนุษย์ทำไม่ได้ ผมคิดว่าสิ่งที่พระองค์สอนทั้งหมดนั้นทำได้ แต่ต้องตั้งใจทำ สิ่งที่พระองค์สอนนั้นไม่ง่ายแบบนั่งฝันนอนฝันหรือติดสินบนแล้วจะได้มา
แต่ก็ไม่อยากเกินความสามารถของมนุษย์ที่จะทำได้ เพราะพุทธศาสนา เป็นศาสนาของมนุษย์ โดยมนุษย์ สู่มนุษย์ ครับ
ขอเอากลอนของหลวงพ่อพุทธทาส มาต่อเพื่อเป็นข้อคิดว่า
เป็นมนุษย์เป็นได้ด้วย ใจสูง
เหมือนนกยูงมีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำเป็นได้ก็แค่คน
จะเสียทีที่ตนได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบควรเรียกมนุสสา เพราะคิดถูกทำถูกทุกเวลา ชื่นชีวาทุกคืนวันสุขสันต์จริงฯฯฯ
สวัสดีค่ะ เข้ามาเรียนรู้ค่ะ
สวัสดีครับ เป็นข้อเขียน ข้อคิดเห็นส่วนตัว ครับอ่านแล้วอย่าเพิ่งเครียดนะครับ ยังดีนะเนี่ยที่มีคนอ่านอยู่ ขอบพระคุณครับ
สวัสดยามเช้าค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปทักทายกัน
เลยได้เข้ามาอ่านเรื่องปัญญาในพระศาสนา
เช้านี้บันทึกเรื่องปัญญา ในคัมภีร์วิสุทธมรรคต่อแล้วค่ะ
เพิ่งหัดเขียนครับ แต่ของคุณณัฐรดาดูจะมีวิชาการมากกว่า ขอบพระคุณที่แวะมาครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปทักทายกันค่ะ
สบายดีนะคะ
ขอบพระคุณที่เป็นห่วง สบายดีครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาอ่านเท่าไหร่คงไม่ว่านะครับ
ทุกยุคทุกสมัยคนเรานะทำได้ทั้งนั้นแหละขอรับ..
เพียงแต่จะเลือก..ทำ..หรือ..ไม่ทำ..เท่านั้น
สาธุขอรับ..