ศพพูดไม่ได้ แต่เราพูดแทนศพได้

หากพูดถึงคุณหมอท่านหนึ่งซึ่งอุทิศตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมคงไม่มีใครไม่นึกถึง คุณหมอพรทิพย์้  โรจนสุนันท์ซึ่งท่านเป็นผู้บุกเบิกวงการนิติเวชในประเทศไทย และท่่านก็ได้บันทึกเรื่องราวที่ได้ประสบมาบรรยายเป็นตัวหนังสือในหนังสือหลายต่อหลายเล่ม และ ฝันให้พรุ่งนี้ไม่มีศพก็เป็นผลงานอีกชิ้นที่ถ่ายทอดความเสียสละของท่านเช่นกัน

 

 

เนื้อหาของหนังสือ "ฝันให้พรุ่งนี้ไม่มีศพ"

เป็นหนังสือที่พูดถึงประวัติของคุณหมอพรทิพย์ ตั้งแต่เริ่มก่อนจะสอบเข้าเรียนแพทย์จนถึงตอนทำงานและเลือกสาขา ซึ่งท่านก็ได้เลือกสาขานิติเวช ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่มีใครเห็นเพราะอยู่เบื้อหลังเสียส่วนใหญ่และจนถึงในระดับการทำงานซึ่งก็มีอุปสรรคมากมายเพราะท่านนั้นมุ่งเน้นความยุติธรรมให้แก่ศพ จนบางครั้งก็ถูกขู่ทำร้ายจากผู้มีอิทธิพลอยู่บ่อยครั้ง งานที่อยู่กับศพกับของเน่า้เสีย ท่านก็ทำโดยไม่รังเกียจสักนิด ตรงข้ามผลงานที่ออกมานั้นแสดงให้เห็นถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่าน และในหนังสือยังบรรยายถึงความไม่เป็นธรรมของกระบวนการชันสูตรและแก้คดีในประเทศไทยอีกด้วยเพราะ ยังมีเรื่องเส้นสายเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเกิดการบุกเบิกหาองค์กรที่เป็นกลางให้้แก่สังคมเพื่อความเป็นธรรมในการชันสูตรศพและแก้คดี เนื้อหายังกล่าวถึงการไปศึกษาระบบของ FBI ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาให้ความสำคัญกับพยานมากถึงขั้นมีองค์กรปกป้องพยานโดยเฉพาะซึ่งจะทำให้ การสืบสวนคดีทำง่ายขึ้น และกระบวนการนิติเวชซึ่งมีคุณภาพสูงมาก ซึ่งท่านก็ได้นำมาประยุกต์ในไทยทำให้เกิดองค์กรนิติเวชเกิดขึ้นในไทยเป็นครั้งแรกเพื่อ "ฝันให้พรุ่งนี้ไม่มีศพ"

 

 

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า

เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ความรู้สึกแรกที่อ่านจบ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าอาชีพแพทย์เป็นอาชีพที่ยิ่งใหญ่มากเปรียบดั่งเทวดาที่แก้ทุกข์ให้แก่ผู้คน คุณหมอในขณะนั้นเป็นบุคคลตัวอย่างของข้าพเจ้ามากเพราะ ท่านเป็นผู้หญิิงที่กล้าที่จะพลิกโฉมวงการนิติเวชในไทยโดยไม่หวั่นกับปัญหาใดๆ ซึ่งข้าพเจ้าอยากจะเป็นเหมือนท่านมาก เพราะรู้สึกว่าการเกิดมาครั้งหนึ่ง เราสามารถช่วยผู้คนได้ขนาดนี้ก็คุ้มค่าเพียงพอแล้ว แม้ท่านจะทำงานที่ทั้งวันอยู่กับศพ และ สิ่งเน่าเสีย ดังเช่นตอนหนึ่งที่ท่านต้องไปชันสูตรศพที่เน่าเป็นเวลาหลายวันซึ่งมีหนอนอยู่เต็มไปหมด ตามจริงท่านจะไม่ทำก็ได้ แต่ทำไมท่านจึงต้องเข้าไปชันสูตรเพื่อหาความจริงของคนที่ตายไปแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจในสาขาวิชาเรียนนี้มาก เรื่องราวของท่านกลายเป็นแรงผลักดันให้ข้าพเจ้าตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อจะได้เข้าเรียนในขณะแพทยศาสตร์เพื่อช่วยเหลือผู้คนได้