วันนี้อากาศร้อนมากๆๆทั้งวัน
แต่พอใกล้ค่ำก่อนสวดมนต์
มันก็อัดอั้นไว้ไม่ได้ต้องแปรเปลี่ยนหาสมดุลตามธรรมชาติ
เลยกลายมาเป็นน้ำฝนโปรยปรายทั่วสารทิศ
ทุกอย่างมีทางออกเสมอ ถ้าเราไม่ขังความคิดนั้นไว้
เพราะ
การคิดยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่านเรื่อยไป ไม่คิดก็ไม่ได้เพราะเรามีใจ
จะต้องคิด เมื่อเราจะคิดก็คิดได้แต่ให้มีสติกำกับใจ
เช่น การทำสมาธิมีสติกำกับใจให้คิด
พุทโธ ๆ หรือยุบหนอ พออหนอ ฯลฯ
เรียกว่าเป็นกโลบายในการบริกรรมทำให้ใจสงบได้
และจะทำที่ใดก็ได้เมื่อสบโอกาสแม้แค่สองสามนาที
จะก่อนนอน รอขึ้นรถ ขึ้นเครื่อง ติดไฟแดง
พักจากงานที่ทำ ซึ่งวันหนึ่งๆถ้าตั้งใจจริงได้หลายนาที
เห็นไหมง่ายนิดเดียวแต่ต้องทำบ่อยๆ
และไม่จำเป็นว่าเราจะนับถือศาสนาอะไรก็ทำได้
และที่สำคัญต้องทำหากต้องการมีสติกำกับใจ
แต่การคิดทำให้ใจฟุ้งซ่าน
เรียกว่าคิดมาก เพราะทำให้ใจลำบากบอบช้ำ ทำให้ใจเศร้าหมอง
ดังนั้นการคิดควรไตร่ตรองให้สติครอบครองความคิด
ดังพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
“กระแสแห่งความคิดทั้งหลาย กั้นได้ด้วยสติและปัญญา”
สติปัญญาจะเกิดขึ้นได้เมื่อใจเรามีพลังจิต
พลังจิตจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราฝึกฝน
ซึ่งหาใช่เรื่องปาฏิหาริย์แต่อย่างใดไม่
ปัญหาใจคิดฟุ้งซ่านก็จะลดลงไป ใจเราก็จะสงบเย็นสบาย
เมื่อนั้นเราก็จะควบคุมจิตในการคิดได้เสมอ
ธรรมะสวัสดีขอรับ..
นมัสการพระคุณเจ้า
ธรรมฐิตมีคติในการจะทำอะไรอยู่อย่างหนึ่งว่า
..อย่าคิดว่าง่ายและอย่าหมายว่ายาก..
ธรรมะยามค่ำคืนขอรับ..
ครับผมเคยคิด แต่ยังไม่ได้ทำ เพราะความเสียใจกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบเป็นการปฏิเสธ ไม่เคยผิดหวัง ได้มาผิดหวัง รับไม่ได้ครานั้น แต่เมื่อตรองดูแล้ว การทำร้ายตัวเองอย่างสิ้นหวัง กับการรออย่างมีความหวัง ผมเลือกอย่างหลังขอรับท่าน.
ไม่มีใครบังคับขอรับ..