ประโยชน์มากมายจาก...น้ำผึ้งรวง
ประโยชน์มากมายจาก...น้ำผึ้งรวง
นักโภชนาการได้แนะนำให้ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำธรรม 1 แก้ว โดยดื่มตอนเช้าก่อนอาหาร จะช่วยเสริมภูมิต้านทาน เนื่องจากน้ำผึ้งรวงไม่มีส่วนผสมของสิ่งสกปรก หรือสารพิษ ช่วยให้ระบบหัวใจ และไตทำงานสะดวก น้ำผึ้งแท้ จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายภายนอก(phizical)และจิตใจ(mental) ของบุคคล
ประโยชน์ในด้านการรักษา
สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยแล้ว และมีอาการชราภาพ ให้ดื่มวันละ 1 ช้อนโต๊ะก่อนรับประทานอาหารทุกวัน น้ำผึ้งรวงสามารถรักษาโรคต่างๆเกี่ยวผิวหนัง เช่น สิว อาการคันต่างๆ แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ฝี โดยการทาในบริเวณดังกล่าว
ประโยชน์ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการเด็ก
น้ำผึ้งรวงสามารถช่วยเสริมพัฒนาการเด็ก โดยเฉพาะในเด็กที่มีพัฒนาการเดินที่ช้ากว่าปกติ โดยได้มีการทดลองปฏิบัติมาแล้ว ในเด็กที่มีป้ญหาด้านพัฒนาการเดิน โดยการให้ดื่ม วันละ 2 ช้อนชา ทุกวัน เป็นเวลา 40 วัน ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จนสุดท้ายสามารถเดินได้
และในเด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไปทานวันละ 1 ช้อนชา ช่วยเสริมภูมิต้านทานได้ดี
ใช้เป็นส่วนผสมในด้านการรักษา
Dose : ในการรักษาร่วมกับ :
1) Honey + Malac/Alac =เพื่อการกัดเซาะนิ่วในอวัยวะต่างๆ(Gallstone)และช่วยขับ และระบายทางเดินปัสสาวะ
2) Honey + Teh herba(ชาสมุนไพร)=เป็นเครื่งดื่มบำรุงสุขภาพ
3) Honey+ Coscinium Plus = สำหรับรักษาโรคภูมิแพ้ต่าง(allergy).
4) Honey + Radix(Tongkat Ali) = ช่วยบำรุงกำลัง(Aphrodisiac) และเพิ่มความสมบูรณ์(Fertility)
5) Madu Asli + Paramaria Plus =เพิ่มความสมบูรณ์ให้กับผู้หญิง
ความจริงเกี่ยวกับน้ำผึ้ง
1. น้ำผึ้งมีวิตามิน เกลือแร่ และเอนไซม์หลายชนิด
2. อาหาร ที่ทำด้วยน้ำผึ้งจะสดอย่างธรรมชาติอยู่ได้นานกว่าปกติ โดยไม่ต้องใส่สารกันหืน เนื่องจากแบคทีเรียไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำผึ้งได้
3. น้ำผึ้ง จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงานได้ทันที โดยไม่ต้องถูกย่อยอีกเนื่องจากได้ถูกย่อยมาก่อนแล้ว โดยน้ำย่อยจากต่อมน้ำลายของผึ้ง ขณะเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ลงสู่กระเพาะ
4. ให้ใช้น้ำผึ้งสดที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ เพราะความร้อนจะไปทำลายวิตามินได้
น้ำผึ้งรักษาโรค
1. น้ำผึ้งใช้เป็นยาแก้ไอขับเสมหะ น้ำตาลในน้ำผึ้งจะช่วยให้ชุ่มคอ ลดการระคายเคือง จึงมักจะพบว่านำไปผสมกับยาแก้ไอหรือาจใช้น้ำผึ้งผสมน้ำมะนาว และเกลือเล็กน้อยจิบกิน หรือชงน้ำกินวันละ 3-4 ครั้ง
2. น้ำผึ้งรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กเป็นแผล
3. น้ำผึ้งใช้เป็นยาบำรุง เนื่องจากน้ำผึ้งมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น น้ำตาล เกลือแร่ และวิตามินบางอย่าง
4. น้ำผึ้งใช้ในการรักษาแผลติดเชื้อต่างๆ รวมทั้งแผลไฟไหม้ ทั้งนี้เพราะน้ำผึ้งมีปริมาณน้ำตาลสูง จึงสามารถดูดความชื้นจากบริเวณรอบๆ รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ เข้าไปไว้ในน้ำผึ้งได้ ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถเจริญเติบโตได้
นอกจากใช้ในอุตสาหกรรมยาแล้ว ยังใช้ทำขนมหวาน ขนมปัง ลูกกวาดและผสมเครื่องดื่ม เช่น น้ำมะนาว และนอกจากจะทำให้มีรสอร่อยแล้ว ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมากอีกด้วย นอกจากนี้แล้วน้ำผึ้งยังใช้แทนน้ำตาลปรุงรสอาหารได้เกือบทุกชนิด ดังนั้นการรับประทานน้ำผึ้งเพื่อสุขภาพ ควรรับประทานวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ
การเก็บรักษาน้ำผึ้ง
1. ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้ คือ มีน้ำไม่เกิน 18 เปอร์เซ็นต์ สามารถจะเก็บไว้ได้นาน โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้ามีเปอรเซ็สนต์ของน้ำสูงจะเก็บไว้ไม่ได้นาน
วิธีแก้ไข ควรนำน้ำผึ้งไปตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยว เพื่อให้น้ำระเหยออกไปบ้าง เมื่อมีความเหนียวพอสมควรก็ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น จะสามารถเก็บน้ำผึ้งไว้ได้นาน
ข้อควรระวัง คือ อย่าใช้ไฟแรง หรือต้มให้เดือด เพราะสารบางอย่างในน้ำผึ้งจะถูกทำลายทำให้คุณภาพของน้ำผึ้งลดลง
2. ควรเก็บที่อุณหภูมิต่ำในตู้เย็น ปิดฝาให้สนิท เพราะถ้าเก็บในที่ที่อุณหภูมิสูง จะทำให้น้ำผึ้งเปลี่ยนสี และทำให้คุณภาพลดลงได้
น้ำผึ้ง (honey) ได้จากน้ำผึ้ง (Aoismellitera L)
เป็นน้ำหวานข้นที่แมลงผึ้งเก็บสะสมเอามาจากดอกไม้ต่าง ๆ มีคุณค่ามากและถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกขนานหนึ่ง
สารที่มีประโยชน์
- ในน้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ฟรุคโทส
- ขี้ผึ้ง อัลบูมินอยด์ (albminoid)
- ละอองเกสรดอกกไม้และฮอร์โมนเอสโตรเจน
- รังของผึ้งที่เหลือจากการเคี้ยวและทานตัวอ่อนแล้วจะเก็บเอาไว้เคี่ยวเป็นขี้ผึ้ง นำไปใช้ประโยชน์ได้อีก
สรรพคุณทางยา
- น้ำผึ้งช่วยเป็นตัวกระสาย หรือตัวประสานยาสมุนไพรตัวอื่น ๆ ได้ด้วย
- ผสมกับยาอื่นเมื่อต้องการทำเป็นยาลูกกลอน แล้วตากแห้ง กลิ่นจะหอม
- ช่วยลดความเฝื่อนขมหรือฝาดของตัวยา ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น
- น้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวดื่มให้สดชื่น แก้กระหาย และแก้โรคกระเพาะหรือท้องอืดท้องเฟ้อได้
- เสริมภูมิต้านทานในเด็ก 1 ปี ขึ้นไป โดยรับประทานวันละ 1 ช้อนชา
วิธีพิสูจน์น้ำผึ้งแท้หรือเทียม
1. นำน้ำชาจีนมาสักครึ่งแก้ว
2. ตวงน้ำผึ้งใส่ลงไปในแก้วน้ำชา ๑ ช้อนชา
3. กวน (คน) ให้เข้ากัน
4. ให้สังเกตดูว่าสีของน้ำชานั้นเปลี่ยนไปหรือไม่
5. ถ้าเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำแสดงว่าเป็นน้ำผึ้งเทียม
6. ถ้าน้ำชาไม่เปลี่ยนสีจากเดิมเลย ก็เป็นน้ำผึ้งแท้
สรรพคุณของน้ำผึ้งรวงในการบำรุงผิวพรรณ
เป็นที่รู้กันว่า น้ำผึ้งมีประโยชน์ต่างๆ ซึ่งมากกว่าความหวานโดยทั่วไปมากมาย เพราะในน้ำผึ้งนั้นอุดมไปด้วยวิตามินอีที่ช่วยให้ผิวนุ่มเนียน วิตามินบี และกรมอะมิโนที่จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซล์ผิว ให้ผิวคงความสดใส เปล่งปลั่งอยู่เสมอ
สูตรแรก
เป็นการบำรุงผิวหน้าที่เหมาะสำหรับสาวผิวแห้ง เพียงแค่ใช้ไข่แดง 1 ฟอง กับน้ำผึ้ง 1 ช้อน นำมาผสมให้เข้ากัน และพอกหน้าเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยให้ผิวนุ่มเนียน และไม่แห้งกร้านอีกต่อไป
สูตรที่สอง
ผสมน้ำผึ้งกับนมสดคนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้า และลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งอีกเช่นเดียวกัน
สูตรที่สาม
เป็นการใช้น้ำผึ้งผสมกับแอปเปิ้ลที่นำมาปั่นรวมกันแล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า พร้อมกับนวดใบหน้าเบาๆ ซึ่งจะเหมือนกับ SCRUB ที่ใช้ในการขัดหน้า เพื่อเป็นการขจัดเซลล์ผิวเก่าออกให้หมด รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิดเปล่งปลังอีกทางหนึ่งด้วย
สูตรที่สี่
นำกล้วยหอมมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้งลงไปสักเล็กน้อย นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกให้สะอาด ก็จะเพิ่มความนุ่มเนียนให้กับผิวหน้า แต่สูตรนี้สามารถนำไปใช้ในการพอกเส้นผมได้เช่นเดียวกัน ก็จะเป็นการเพิ่มความนุ่มสลวยให้กับผมเส้นสวยของคุณอีกด้วย
สูตรที่ห้า
นำแครอทสัก 1 หัวเล็กๆ มาปอกเปลือก และปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง นำมาพอกหน้า สูตรนี้จะเป็นการลดริ้วรอย และรอยหมองคล้ำบนใบหน้าได้

ขอบคุณครับสำหรับข้อความดีดี