ทักษะการบริหาร

ทักษะการบริหาร

                การเป็นหัวหน้าคุณจำเป็นต้องมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงอยู่ในตัว  เพราะการยืนอยู่ในตำแหน่งของผู้นำทีมนั้น  คุณจำเป็นต้องเรียนรู้กลยุทธ์มากมายหลายอย่าง  อาศัยทั้งการแสวงหาความรู้  เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ผ่านมาเพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์

                สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเป็นหัวหน้าคือ  คุณจำเป็นต้องรู้ว่างานของคุณมีอะไรบ้าง  แน่ล่ะว่ามันย่อมจะแตกต่างจากเมื่อครั้งที่คุณยังนั่งเป็นลูกน้องอยู่อย่างแน่นอน  ในอดีตคุณอาจจะทำงานเพื่อความสำเร็จให้กับตัวเอง  แต่เวลานี้คุณกลับต้องทำงานเพื่อความสำเร็จของส่วนรวม  และที่สำคัญคุณคือแม่ทัพคนสำคัญ   หากคุณสามารถเดินนำทัพได้ถูกทางใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง  งานของคุณก็จะประสบความสำเร็จได้ด้วยดีอย่างแน่นอน

                ดังนั้น  ทักษะในการบริหารจึงมีความสำคัญในอันดับต้น ๆ  เพื่อช่วยให้คุณสามารถกำหนดแนวทางสร้างเป้าหมายของคุณให้ชัดเจน  เพื่อให้สามารถเดินบนเส้นทางสายบริหารได้อย่างไม่ผิดพลาด   งานของคุณคืออะไร  หากคุณอ่านเจอหัวข้อที่รู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีพอแล้วละก็ อย่าลังเล  รีบลงมือฝึกปรือเสียแต่วันนี้  เพื่อก้าวสู่ความเป็นหัวหน้าที่ประสบความสำเร็จที่สุดอีกคนหนึ่งในวงการอาชีพของคุณ

เป้าหมายที่ชัดเจน

                บรรลุเป้าหมายในขณะนี้และตั้งเป้าหมายครั้งต่อไป  เมื่อคุณได้รับมอบหมายงานชิ้นหนึ่งมาจากผู้บริหารระดับสูง  คุณควรรีบระดมพลบรรดาลูกน้องทั้งหลายมาร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันคิดและลงมือทำเพื่อให้งานชิ้นนั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

                หลังจากนั้นคุณก็ควรเตรียมงานชิ้นต่อไป  เพื่อให้ลูกน้องได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง   ฝีมือของพวกเขาจะมีการพัฒนาอยู่เสมอ  การที่คุณตั้งเป้าหมายของการทำงานให้ชัดเจน  ก็จะช่วยให้ลูกน้องทุกคนไม่ไขว้เขวและสามารถทำงานทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้ง่ายขึ้น ผลงานที่ได้จึงมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของทุกคน

เป้าหมายในอนาคต

                ถ้าคุณเปิดร้านค้าสักร้าน  ในฐานะของเจ้าของร้านคุณก็หวังว่ากิจการจะดี  ช่วยให้คุณคืนทุนและสร้างผลกำไรได้ภายในระยะเวลา  3  ปี  ถ้าคุณเป็นหัวหน้างานก็ตั้งเป้าว่าปีนี้ยอดขายจะต้องเพิ่มขึ้นอีก

10 เปอร์เซ็นต์  เป็นต้น

                การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหัวหน้า  คุณควรตั้งเป้าหมายระยะยาวเอาไว้ล่วงหน้า แต่ไม่ควรเกินกว่า  5  ปี  เพราะโครงการระยะยาวจะทำให้คุณขาดความกระตือรือร้น   และไม่ควรตั้งเป้าหมายให้หลากหลายนัก   เอาเป็นเรื่องเด่น ๆ ที่ท้าทายสัก 5 เรื่องก็พอ   จัดอันดับความสำคัญและมุ่งความสนใจไปที่   2-3  อันดับแรก   ชี้แจงเป้าหมายเหล่านี้ให้ลูกน้องเข้าใจ และแบ่งงานให้ทั่วถึง คุณจะประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

                ถ้าคุณได้รับคำติชมว่าร้านอาหารของคุณบริการไม่ดีนัก  ทั้งๆ  ที่รสชาติอาหารก็ยอดเยี่ยม สิ่งแรกที่ผู้บริหารอย่างคุณต้องหันมามองคือ  นี่เรามัวยุ่งอยู่กับงานจนละเลยเรื่องบางเรื่องไปหรือเปล่า   เอาเป็นว่าถึงเวลาที่คุณควรจะยกเครื่องให้ร้านของคุณใหม่เสียที  หรือปรับปรุงตามคำแนะนำของลูกค้า

                การเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเป็นสิ่งที่ดี  เพราะการเปลี่ยนแปลงย่อมสร้างความแปลกใหม่  แต่ก่อนอื่นคุณต้องแสดงให้ลูกน้องเห็นถึงข้อเสียหรือสาเหตุที่คุณต้องเปลี่ยนแปลง  ในกรณีข้างต้นก็บอกไปตรง ๆ ว่าลูกค้าตำหนิมา  จากนั้นก็อาศัยช่วงเวลากลางวันที่ร้านยังไม่เปิดอบรมมารยาทให้พนักงาน  คำชมที่ย้อนกลับมาหลังการเปลี่ยนแปลงคือ  กำลังใจสำคัญที่ช่วยให้คุณและลูกน้อง   ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

เลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงาน

                หากคุณต้องทำงานออกแบบ  เช่น  ออกแบบโปสเตอร์โฆษณาสินค้า  ก่อนอื่นคุณควรมอบหมายชิ้นนี้ให้ลูกน้องที่มีทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างยอดเยี่ยมไปทำ  หากคุณต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย แต่ไม่มีพนักงานบัญชี  คุณก็ควรมอบหมายให้ลูกน้องที่มีความละเอียดถี่ถ้วนที่สุดเป็นคนรวบรวม

                การเลือกให้คนให้เหมาะสมกับงานถือเป็นบันไดก้าวแรก ๆ  ของความสำเร็จที่หัวหน้าอย่างคุณควรระลึกถึงตลอดเวลา  ถ้าคุณใช้พนักงานบัญชีมาออกแบบโปสเตอร์  หรือใช้นักออกแบบมานั่งทำบัญชี   บริษัทของคุณคงยุ่งเหยิง  หัวหน้าอย่างคุณจึงมีหน้าที่ป้อนงานที่เหมาะสมกับความรู้  และความสามารถของลูกน้อง  หากคุณรู้จักเลือกใช้ลูกน้องให้ถูกต้อง  งานของคุณก็สำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง

รู้จักปฏิเสธเสียบ้าง

                คุณไม่ใช่ทศกัณฐ์  หากคุณรู้ว่างานที่มีอยู่ล้นมือหนักหนา  ทั้งลูกน้องและตัวคุณเองต่างก็หน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ  คุณก็ไม่ควรรับงานจากผู้บริหารระดับสูงกว่าคุณมาเพิ่มอีกจนกว่าคุณจะสามารถเคลียร์งานเก่าที่ทำค้างอยู่ให้เสร็จเสียก่อน

                ผู้บริหารระดับสูงมักจะมอบหมายให้ลูกน้องคนสนิทหรือแผนกที่มีผลงานดีของคุณทำงานที่สำคัญๆ  เป็นประจำเพราะงานที่ออกมามักจะประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่  แต่หัวหน้าอย่างคุณก็ไม่ควรใจอ่อน  ถ้ารู้ว่าตอนนี้งานล้นมืออยู่แล้ว  ก็ควรบอกปัดเสียบ้าง เพราะถ้าคุณรับทุกงานที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้   ลูกน้องของคุณคงคางเหลืองแน่

งานที่คุณควรทำเป็นอันดับแรก

                งานชิ้นไหนที่คุณหยิบขึ้นมาทำเป็นอันดับแรก  บางคนเลือกทำงานที่ค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อวาน บางคนเลือกงานที่วางอยู่ใกล้ตัวที่สุด  แต่ความเคยชินแบบนั้นของคุณอาจจะไม่ถูกต้องนัก  เพราะงานที่คุณควรทำเป็นอันดับแรกคือ  งานที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือโครงการระยะยาวที่ต้องใช้สมาธิอย่างมาก

                ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นเจ้าของโปรเจกต์ใหญ่กำลังจะปรับปรุงร้านของคุณใหม่หมด  ก็เริ่มเลือกแบบร้านที่ต้องการปรับรูปแบบของสินค้า หรือเสื้อผ้าของพนักงานฯ  เป็นต้น  งานเหล่านี้จะมีรายละเอียดมากมายที่คุณจำเป็นต้องคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน  ดังนั้นจึงเหมาะกับการลงมือทำในขณะที่สมองยังคงปลอดโปร่งในเวลาเช้าตรู่นั่นเอง

งานที่ควรทำเป็นอันดับที่สอง

                เป็นงานที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากนัก  เช่น  การเขียนรายงาน  การร่างจดหมาย หรือวางแผนในการปรับปรุงแผนงาน  หรือมองหาลู่ทางทำการค้าแบบอื่น ๆ หรือสินค้าตัวใหม่  งานเหล่านี้คุณควรให้เวลากับมันประมาณสัปดาห์ละหนึ่งวัน

                เลือกเอาสักวันที่คุณรู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งกำลังดี  งานอื่น ๆ  ก็ไม่ยุ่งยากนัก  หยิบกระดาษ

กับปากกาขึ้นมาร่างแนวทาง จากนั้นก็ส่งให้ลูกน้องหรือเลขาช่วยพิมพ์เดี๋ยวเดียวก็เสร็จเรียบร้อย

งานที่ควรทำเป็นลำดับที่สาม

                งานที่ควรหยิบขึ้นมาทำเป็นอันดับสุดท้ายคือ  งานเอกสารทั่วไปนั่นเอง  งานเหล่านี้มักเป็นงานจิปาถะที่มีมากมายและรอให้คุณจัดการ  เช่น  งานเอกสารที่คุณจำเป็นต้องอนุมัติ  หรือพิจารณาใบสั่งซื้อของลูกน้อง ยอดค่าใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์  ฯลฯ

                งานง่าย ๆ เหล่านี้เป็นงานที่ไม่ต้องใช้เวลามากนัก หากงานชิ้นไหนไม่เร่งด่วนมากนักก็นำมารวมกันแล้วจัดการเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง  ใช้เวลาเพียง  1-2  ชั่วโมงก็เสร็จ  หรืออาจจะส่งต่อให้ลูกน้องช่วยทำก็ได้เช่นกัน ส่วนตัวคุณเองก็หันไปจับงานที่สำคัญกว่านี้

ลงมือทำ

                มาจนถึงวันนี้แล้ว  คุณขึ้นแท่นมายืนอยู่ในระดับแนวหน้าของบริษัทหรือของร้านที่คุณกำลังบริหารงานอยู่ คุณไม่ควรปล่อยให้ตัวเองลังเล คิดแบบกล้า ๆ  กลัว ๆ  พอเอาเข้าจริงก็ไม่ลงมือทำเสียที  “ฉันว่าเราน่าจะทำไอ้นั่น”  “ฉันว่าเราน่าจะทำไอ้นี่”  หากคุณไม่ลงมือเสียทีคุณก็คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความหอมหวานของความสำเร็จหรือความเจ็บปวดจากความล้มเหลวสักที

                คุณก้าวขึ้นมาถึงระดับนี้แล้ว  บางครั้งคุณอาจจะต้องสลัดความกังวลออกจากหัวเสียบ้าง อย่ามัวแต่กังวลว่ามันจะล้มเหลว หากคุณไม่ลงมือทำเสียทีก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น  งานของคุณก็ยังคงเป็นเพียงจินตนาการที่อยู่ในหัวของคุณ  ไม่มีวันเป็นความจริงได้  หยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วลงมือทำเสีย หากครั้งนี้คุณประสบความสำเร็จ   คุณก็จะมีความกล้าที่จะทำงานชิ้นใหม่ต่อไปได้  หากรูปการเป็นไปในทางตรงกันข้าม  ความล้มเหลวก็จะสอนให้คุณได้รู้จักโลก  ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากมันได้อีกมาก

จัดการประชุมให้กระชับ

                คุณเคยนั่งประชุมท่ามกลางความเยิ่นเย้อหรือเปล่า  กว่าจะสรุปได้ก็ปาเข้าไปกว่า  3  ชั่วโมง เป็นการประชุมที่ยาวนานราวกับการประชุมสภา แน่นอนว่าคงมีคนแอบนั่งหาวเป็นแน่

                ถ้าเป็นการประชุมกำหนดไว้ที่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ควรใช้เวลาอย่างเต็มที่  เพราะการประชุมคือการมอบหมายงานต่าง ๆ  และแสดงความคิด  ตัดการพูดยาวเหยียดในสิ่งที่ไร้สาระออกไปแล้วคุณจะประชุมอย่างกระชับและได้ใจความและไม่น่าเบื่อ  ผู้เข้ารุ่มประชุมทุกคนก็จะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปสะสางงานของเขาให้เรียบร้อย  ดีกว่ามานั่งจับเจ่าอยู่ในห้องประชุมที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงเสียทีอย่างนี้ทั้งวัน

ยืนเคียงข้างลูกน้องเสมอ

                เมื่อโครงการอะไรสักอย่างจวนจะถึงกำหนดแล้วเสร็จหรือกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ  อย่างลูกน้องของคุณกำลังเร่งทำงานกว่า  1,000  ชิ้นหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้เสร็จทันตามกำหนดส่งของ แต่เครื่องจักรก็ดันเกิดติด ๆ  ดับ ๆ  หัวหน้าอย่างคุณไม่ควรกลับไปหลับสบายที่บ้าน  แล้วทิ้งให้ลูกน้องทำงานหรือเผชิญกับปัญหากันเอง   เพราะจะทำให้พวกเขาไม่พอใจและรู้สึกตัวเองจะทุ่มเททำงานทำไมเมื่อไม่มีใครเห็นค่าของสิ่งที่พวกตนกำลังทำอยู่

                ถ้าคุณเพียงแต่ไปเยี่ยมเยียน  หรืออยู่ร่วมกับเขาในเหตุการณ์เหล่านั้น  หรืออย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้เขาได้ติดต่อคุณตลอด  24 ชั่วโมง  เพื่อขอความช่วยเหลือ  พวกเขาก็ยินดีใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อให้งานสำเร็จลงด้วยดี

ให้ลูกน้องเลือกเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ในการทำงานด้วยตัวเอง

                แม้ว่าการสั่งซื้อสินค้าเข้าร้านหรือเข้าบริษัทจะเป็นหน้าที่ของคุณก็ตาม  แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามคือ  เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เป็นคนสั่งของด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น   ปล่อยให้พนักงานทำความสะอาดกับแม่บ้านได้เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดยี่ห้อที่เธอโปรดปราน   เปิดโอกาสให้พ่อครัวเลือกเครื่องปรุงที่เขาต้องการเพื่อจะได้ทำอาหารที่รสชาติดีที่สุดด้วยเครื่องปรุงที่คุ้นมือ

                เมื่อจะซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ให้ยึดผู้ที่จะเป็นคนใช้ของนั้นเป็นหลัก  ว่าสามารถตอบสนองการทำงานของเขาได้ดีที่สุดหรือไม่  เพราะตัวของเขาเองคือผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าเขาต้องการของแบบใด ยี่ห้อใด หรือมีรายละเอียดอย่างไร  เพื่อที่จะได้ตอบสนองการทำงานของเขาได้ตามต้องการ        เปิดโอกาสให้เขาเป็นฝ่ายเลือกจะช่วยให้ลูกน้องของคุณทำงานด้วยความสบายใจมากยิ่งขึ้น

เมื่อต้องไล่ลูกน้องออกจากงาน

                อย่าไล่พนักงานออกโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า  เพราะนอกจากจะเป็นการไม่ยุติธรรมกับพนักงานแล้ว ยังเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของลูกน้องคนอื่น ๆ ด้วย พวกเขาคงใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนหางเลขเข้าบ้างหรือเปล่า  เพราะเมื่อคุณทำอย่างนั้นกับคนหนึ่งได้     คุณก็ทำกับคนอื่นได้ด้วยเหมือนกัน

                ถ้าคุณไม่พอใจการทำงานของใครก็ตักเตือนและให้เวลาเขาในการปรับปรุงตัวสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าเขายังไม่รู้จักปรับตัว   ยังคงมีพฤติกรรมแบบเดิมอยู่ คนเป็นหัวหน้าก็จำเป็นจะต้องเชิญให้ลูกน้องคนนั้นออกจากงานไปเสีย   แต่ก่อนอื่นคุณก็ควรบอกเหตุผลให้เขาทราบ   แล้วจ่ายค่าทำขวัญให้ตามสมควรด้วย   เพื่อให้เขาได้มีเวลาปรับตัว   และมีสตางค์ใช้ในช่วงเวลาที่ยังหางานใหม่ ก็ถือว่าคุณได้ช่วยเหลือเขาเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน

จ่ายเงินเดือนให้ตรงเวลา

                มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ   ก็มักจะมีค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่จำเป็นต้องจ่ายให้ตรงเวลา  เช่น  ค่าน้ำ  ค่าไฟ  เงินผ่อนรถ  ผ่อนบ้าน  บัตรเครดิต  ฯลฯ  ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี่จะไม่สามารถผ่อนผันหรือผัดวันประกันพรุ่งได้เลย   หากชำระเงินล่างช้าดอกเบี้ยก็จะทบเท่าทวีคูณจนต้องชดใช้กันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว

                ลูกน้องของคุณก็เป็นเช่นเดียวกันกับคุณ   พวกเขาก็มีภาระและมีค่าใช้จ่ายประจำเดือนเช่นกัน ดังนั้นคนเป็นหัวหน้าจึงควรพิจารณาอนุมัติเรื่องเงินเดือนให้ตรงตามกำหนด  เช่น  เมื่อพนักงานบัญชีส่งบัญชีเงินเดือนมาให้   คุณก็ควรรีบอนุมัติให้เรียบร้อยล่วงหน้าก่อนวันเงินเดือนออกสัก 3 วัน  เพื่อให้พนักงานบัญชีนำไปดำเนินการต่อ เพื่อให้ทุกคนได้รับเงินเดือนตรงเวลาเสมอ  เพราะในบางครั้งลูกน้องต้องใจจดใจจ่อกับการรอคอยที่จะได้รับเงินเดือนจากเจ้าหน้าที่การเงิน  ผู้บริหารก็ไม่อนุมัติเงิน  เจ้าหน้าที่ก็ช้า  สิ่งต่างๆเหล่านี้  เป็นสิ่งผู้บริหารทุกท่านควรเอาใจใส่  และให้ความสำคัญเป็นสิ่งแรก

********************************************************************************

แหล่งอ้างอิง

ฐิติกร  แสนเจริญ.  ก้าวสู่ความสำเร็จ  เคล็ดลับหัวหน้างาน.  กรุงเทพฯ : ไพลิน,  2549.  144  หน้า.